"SSF" ในปี 2020 ยังน่าซื้ออยู่มั้ย ?

“SSF” ในปี 2020 ยังน่าซื้ออยู่มั้ย ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • SSF มีตัวเลือกในการลงทุนมากขึ้นกว่า LTF ทำให้เราสามารถจัดพอร์ต Asset Allocation เองได้ เมื่อทำร่วมกับการ DCA และลงทุนยาวตามเงื่อนไขก็จะช่วยให้ลดความเสี่ยงจากการลงทุนไปได้เยอะเลยทีเดียว
  • ผลการทำ Back Test สำหรับการลงทุนแบบ DCA ในตลาดหุ้นไทยย้อนหลัง 10 ปี จะพบว่าไม่มีช่วง 10 ปีไหนที่ขาดทุนเลย จะมีการลงทุนในช่วงปี ตุลาคม 2010 ถึง กันยายน 2020 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้ผลตอบแทนเหลือเพียง 9.65% หรือ 0.92% ต่อปี

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021

อัพเดทความน่าลงทุนของ “SSF” หรือกองทุน Super Saving Fund กันในปี 2020 กันอีกสักหน่อย กองทุนนี้เป็นกองทุนน้องใหม่ที่พัฒนามาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของกองทุน LTF ในอดีต ถึงแม้จะลดหย่อนภาษีได้น้อยลง แต่ก็ยังถือว่าเป็นแนวทางในการลดหย่อนภาษีที่ดีอยู่เช่นเดิม

แต่การเปิดตัวปีแรกก็ต้องเจอศึกหนักกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การลงทุนทั้งโลกสะดุดลงอย่างเหนือความคาดหมาย แต่สำหรับคนที่กำลังมองหาตัวลดหย่อนภาษีก็คงกำลังครุ่นคิดกันอยู่ว่าจะเลือกเป็นตัวช่วยในการลดหย่อนภาษีดีหรือเปล่ากับสภาวะตลาดแบบนี้

วันนี้พี่ทุยจะพามาดูกันแบบเจาะลึกเลยว่า SSF คืออะไร ดียังไง และมีเทคนิคอะไรที่ช่วยลดความเสี่ยงได้บ้าง แล้วในปี 2020 ที่กำลังเกิดวิกฤตแบบนี้ยังน่าซื้อ น่าลงทุนได้อยู่มั้ย 

“SSF” (Super Saving Fund) มีการลงทุนแบบไหนให้เลือกบ้าง?

อย่างที่พี่ทุยได้เกริ่นไปในช่วงแรกว่า Super Saving Fund นั้นมีตัวเลือกที่มากกว่า LTF ค่อนข้างเยอะ โดยในอดีต LTF จะมีนโยบายในการลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นเท่านั้น แต่จะมีนโยบายที่หลากหลายกว่าทำให้เราสามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเหมาะสมกับตัวเรา แถมยังสามารถทำ Asset Allocation ช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาวได้อีกด้วย โดยมีการลงทุนให้เลือกตั้งแต่

  • กองทุนตลาดเงิน
  • กองทุนตราสารหนี้
  • กองทุนรวม
  • กองทุนหุ้นไทย
  • กองทุนหุ้นในต่างประเทศ
  • กองทุนหุ้นเทคโนโลยี
  • กองทุนอสังหา REIT / Infrastructure

อย่างถ้าใครอายุเริ่มเยอะ มีเวลาลงทุนน้อยรับความเสียงได้ต่ำ ก็สามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนความเสี่ยงต่ำอย่างกองทุนตลาดเงินและกองทุนตราสารหนี้ได้ หรือถ้าจะขยับความเสี่ยงขึ้นมาอีกนิดก็อาจจะลงทุนกองทุนรวมที่มีการบริหารการลงทุนทั้งในหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงและจัดสรรบางส่วนไปลงทุนความเสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้ด้วย ก็จะได้การบริหารกองทุนที่มีความเสี่ยงที่น้อยกว่ากองทุนหุ้นทั่วไป

ส่วนใครที่มีเวลาการลงทุนเยอะหน่อยรับความเสี่ยงได้สูง มองหาผลตอบแทนสูง ๆ ก็สามารถไปลงทุนได้ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ หรือจะไปลงทุนเฉพาะทางอย่างหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงหรือกองอสังหาฯ ที่ได้ผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องก็ได้เช่นกัน

และอย่างที่พี่ทุยได้เกริ่นไป เราสามารถทำ Asset Allocation เองกับกองทุน SSF ได้ เราสามารถลงทุนหลาย ๆ กองทุนพร้อมกัน โดยกระจายการลงทุนไปในหลาย ๆ รูปแบบเพื่อกระจายความเสี่ยง กระจายการลงทุนในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศจีน ในขณะเดียวกันก็กระจายไปลงทุนที่ได้ผลตอบแทนต่อเนื่องอย่าง REIT หรือตราสารหนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ทำให้เมื่อตลาดผันผวน ความเสี่ยงของเราจะไม่กระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ประเภทเดียวเท่านั้น เมื่อสถานการณ์ย่ำแย่หรือเกิดวิกฤต ก็จะมีบางกองทุนในพอร์ตคอยช่วยลดความเสียหายหรือขาดทุนจากหนักเป็นเบาได้

ผลตอบแทนย้อนหลังของสินทรัพย์แต่ละประเภทเป็นอย่างไร ?

"SSF" ในปี 2020 ยังน่าซื้ออยู่มั้ย ?

พักหลังนี้ผลตอบแทนจากหุ้นเทคโนโลยีกำลังเติบโตอย่างโดดเด่น เพราะด้วยปัจจัยการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป คนต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น และเทคโนโลยีเป็นที่พึ่งหลักในทุกวันนี้ ทำให้หุ้นเทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งหุ้นสหรัฐอเมริกาเองก็มีหุ้นเทคโนโลยีอยู่ค่อนข้างเยอะทำให้ทั้ง Nasdaq และ S&P500 มีการเติบโตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ

อีกหนึ่งสินทรัพย์ในการลงทุนที่น่าสนใจ คือ กองทุนอสังหาหรือ PF&REIT ที่มีผลประกอบการโดดเด่นมากในปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีการปรับตัวลงจากแรงขายจากการประกาศอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ใน 1 ปีที่ผ่านมา PF&REIT ลบหนักสุดถึง -28.75%

ทางหุ้นไทยเองก็ได้รับผลกระทบหนักในช่วงที่ผ่านมา เพราะไทยก็มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวและส่งออก ซึ่งได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากโควิด-19 และยังมีปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้ออีกด้วย ทำให้ขนาดผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ไทยยังติดลบเลยทีเดียว

จีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจ เพราะหุ้นเทคโนโลยีนอกจากสหรัฐอเมริกาแล้วก็ยังมีจีนที่มีหุ้นเทคชั้นนำอย่าง Alibaba หรือ Tencent ซึ่งก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกการกระจายการลงทุนที่อาจได้ผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคต

ปี 2020 ซื้อ SSF ลดหย่อนภาษีดีมั้ย ?

พี่ทุยว่าคำถามนี้เป็นคำถามหลายคนกำลังสงสัยเลย ยิ่งใกล้ปลายปีแล้วก็ต้องรีบเตรียมตัวกันหน่อย การลงทุนใน Super Saving Fund นั้นถือเป็นการลงทุนที่น่าสนใจเลยทีเดียว ทั้งสามารถเลือกการลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น มีข้อกำหนดการลงทุนที่ยาวนานถึง 10 ปี ทำให้ลดความเสี่ยงในการขาดทุนในระยะยาว และยังได้ประโยชน์ทางภาษีกลับมาอีก

แต่ในข้อดีของการลงทุนระยะยาวก็กลายเป็นข้อเสียเมื่ออยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากหลายคนก็ประสบปัญหาในช่วงโควิด-19 และสภาพคล่องนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะช่วยพาให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ดังนั้น ถ้าใครกำลังต้องกู้หนี้ยืมสิน หรือเงินสดกำลังขาดมือและไม่มีแหล่งเงินทุนอื่น ๆ เป็นแผนสอง พี่ทุยแนะนำว่าปีนี้ก็อาจจะพักการลงทุนใน Super Saving Fund ไปก่อน

แต่สำหรับใครที่พอหมุนเงินได้ ยังมีสภาพคล่องเหลืออยู่ และมีแผนในรับมือหากวิกฤตแย่ไปกว่านี้ได้ การแบ่งเงินไปลงทุนก็สำคัญทีเดียว เพราะในวิกฤตก็เป็นโอกาสเช่นกัน แม้ภาพรวมตอนนี้อาจไม่ใช่จุดที่ถูกที่สุดในการซื้อ แต่หากมองไปอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า ณ ตอนนี้ ก็อาจเป็นจุดที่น่าลงทุนเช่นกัน แถมยิ่งใครมีรายได้สูง ต้องเสียภาษีเยอะ ก็จะได้ผลประโยชน์ทางด้านภาษีเป็นโบนัสเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย เหมือนได้กำไรสองต่อเลยทีเดียว

รู้หรือไม่ ? ถ้าเรา DCA อย่างต่อเนื่อง ไม่มีช่วงระยะเวลา 10 ปีไหนที่ขาดทุนเลย 

ด้วยการที่ Super Saving Fund นั้นใช้เวลาการลงทุนนานถึง 10 ปี พี่ทุยจะลองมา Back Test ข้อมูลย้อนหลังดูว่า ถ้าสมมุติเราลงทุนในอดีตครบ 10 ปี จะมีปีไหนมั้ยที่เรามีโอกาสขาดทุน พี่ทุยเลยลองจำลองว่าถ้าเราลอง DCA ไปเรื่อย ๆ ทุกเดือน ๆ ละ 5,000 บาทตลอดระยะเวลา 10 ปี ตามเงื่อนไขของ Super Saving Fund จะรวมเป็นเงินทั้งหมด 600,000 บาท

ซึ่ง DCA คือ การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนเป็นการทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอ อาจจะเลือกลงทุนเป็นรายเดือนรายไตรมาสหรือรายปี เพื่อให้ต้นทุนของเรากระจายไปหลาย ๆ จุด หลาย ๆ ช่วงเวลาและสถานการณ์ 

"SSF" ในปี 2020 ยังน่าซื้ออยู่มั้ย ?

จากการทำ Back Test ข้อมูลย้อนหลังในแต่ละช่วงเวลา จะเห็นได้ว่า ช่วงที่ดีที่สุด คือ ช่วง ตุลาคม 2004 – กันยายน 2014 จะได้กำไรจากการลงทุนถึง 142.73% หรือ 9.27% ต่อปี และถึงแม้ช่วงเวลาที่ครบกำหนดพอดีจะเป็นช่วงเดียวกับวิกฤตอย่างช่วงโควิด-19 ในปี 2020 นี้ก็ตาม ก็ยังไม่ขาดทุน และยังพอเหลือกำไรอยู่บ้างเล็กน้อย

สำหรับใครที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง รายได้เข้ามาปกติแล้วเสียภาษีในเกณฑ์ที่สูง ยังไงพี่ทุยก็ยังแนะนำให้ซื้อ SSF ลดหย่อนภาษี เพราะในระยะยาวแนวโน้มตลาดหุ้นก็เป็นขาขึ้นอย่างแน่นอน แล้วด้วยเงื่อนไขในการลงทุน SSF เราก็ต้องถืออย่างน้อย 10 ปีอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่เหมาะสมอยู่เหมือนกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: