ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ "ค่าธรรมเนียมกองทุน" ?

ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ “ค่าธรรมเนียมกองทุน” ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • การลงทุนได้รับความนิยมมากที่สุดตัวหนึ่งก็คือ “กองทุนรวม” เนื่องจากมีมืออาชีพคอยบริหารเงินให้กับเรา แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาการลงทุนผ่านกองทุนรวมด้วยทุกครั้ง คือ “ค่าธรรมเนียม”
  • ค่าธรรมเนียมสำหรับการลงทุนผ่านกองทุนรวมจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ “ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee)” และ “ค่าธรรมเนียมรายปี (Management Fee)”
  • สำหรับใครที่เป็นกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมสามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมดัชนีหรือ Passive Fund ได้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing

ถ้าพูดถึงการลงทุนในกองทุนรวม สิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้าม แต่เป็นเรื่องที่สำคัญในการซื้อกองทุนรวมเลย นั่นก็คือ “ค่าธรรมเนียมกองทุน” ห้ามลืมเด็ดขาดว่าผลตอบแทนที่เราได้รับจากกองทุนรวมนั้น ไม่ว่าผลตอบแทนจะเป็นอย่างไรก็ตาม จะถูกคิดค่าธรรมเนียมเสมอ

“ค่าธรรมเนียมกองทุน” เวลาเราซื้อกองทุนจะมี 2 ส่วน คือ

1. ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee)

สมมติว่าเรานำเงินไปซื้อกองทุนรวม 10,000 บาท แต่ถ้ากองทุนรวมมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 1% เท่ากับว่าเราซื้อกองทุนรวมได้เพียง 9,900 บาท ค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ พี่ทุยแนะนำว่าต้องดูกันให้ดีเพราะเป็นค่าธรรมเนียมที่เราต้องจ่ายตั้งแต่วันแรกที่เข้าลงทุนเลย ยิ่งเก็บเยอะ ยิ่งทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะคุ้มทุน โดยทั่วไปแล้วยิ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง หรือสินทรัพย์ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากเท่าไหร่ ยิ่งจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee) ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

2. ค่าธรรมเนียมรายปี (Management Fee)

ค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ คือ ค่าธรรมเนียมที่เราจะถูกหักในทุก ๆ ปี แต่ว่าจะหักเท่าไหร่นั้นก็แล้วแต่นโยบายของแต่ละกองทุนเลย แต่หลักการเก็บจะมีเช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee) ที่ยิ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือสินทรัพย์ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากเท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมรายปี (Management Fee) ก็จะยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น

พอมาถึงตอนนี้หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกว่า ไม่ยุติธรรมเลย เงินลงทุนเราก็จะต้องไปเสี่ยงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมา แต่เหล่ากองทุนรวมก็มีการเก็บค่าธรรมเนียมกินเปล่าซะอย่างงั้น พี่ทุยอยากจะบอกว่าเราจะคิดแบบนั้นมันก็ได้อยู่นะ แต่ก็อย่าลืมว่าการที่เราลงทุนผ่านกองทุนรวมก็เหมือนกับการจ้าง “มืออาชีพ” มาดูแลเงินให้กับเรา ดังนั้น การที่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นผลประโยชน์ให้กับผู้จัดการกองทุนก็จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้กองทุนสามารถดำเนินการต่อไปได้

ในแง่มุมนึงแล้ว คนที่เค้ามีอาชีพในการบริหารเงินในกองทุนก็มีหน้าที่พยายามทำให้ผลตอบแทนกองทุนรวมออกมาดีที่สุด เพราะถ้ามีนักลงทุนสนใจเยอะ เงินที่บริหารจะมีมากขึ้น นั่นแปลว่าค่าธรรมเนียมของกองทุน ที่เค้าได้รับก็จะเพิ่มขึ้นด้วยนั่นเอง ส่วนตัวพี่ทุยเลยคิดว่าคงไม่มีกองทุนไหนที่ตั้งใจทำให้ตัวกองทุนที่บริหารงานอยู่ขาดทุนอย่างแน่นอน

ค่าธรรมเนียมของกองทุนก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่พี่ทุยอยากให้ทุกคนดูด้วยทุกครั้งก่อนการซื้อหรือขายกองทุนรวม เพราะจะเป็นสิ่งที่กระทบต่อเงินในกระเป๋าสตางค์ของเราโดยตรง หรือถ้าใครไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมเยอะ ก็สามารถเลือกลงทุนแบบ “กองทุนรวมดัชนี (Passive Fund)” เพราะจะมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่ากองทุนแบบ Active เนื่องจากไม่ต้องใช้ฝีมือของผู้จัดการกองทุนมากนัก เน้นลงทุนให้เหมือนกับตลาดมากที่สุดก็พอ

อ่านเพิ่มเติม

ดูคลิป Youtube เพิ่มเติม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: