พี่ทุยว่าชั่วโมงนี้ถ้าให้พูดถึงอุตสาหกรรมที่น่าลงทุนมากที่สุด ยังไงก็หนีไม่พ้น “กลุ่มเทคโนโลยี” ที่ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมโลกอนาคตหรืออุตสาหกรรม 4.0 ที่ทุกคนกำลังจับตามองดูการเติบโตของบริษัทเหล่านี้
ซึ่งถ้าเราไปดูผลประกอบการย้อนหลังของหุ้นเทคโนโลยีจากดัชนี Nasdaq ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกสวนกระแสการชะลอตัวของเศรษฐกิจมาก ๆ ยิ่งช่วงที่ผ่านมาเกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าเทคโนโลยีมีผลต่อชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ตัวอย่างที่ทุกคนเห็นภาพชัดเลย ก็คือ การ Work Form Home
ก่อนยุคโควิด-19 หลายคนคงไม่คิดว่าการประชุมผ่าน VDO Conference จะกลายเป็นเรื่องปกติของหลาย ๆ บริษัทได้ สมัยก่อนจำเป็นต้องนัดเจอกันที่ออฟฟิศหรือร้านกาแฟ แม้จะเป็นเรื่องเล็กแค่ไหนก็ตาม
จากที่พี่ทุยคุยกับหลาย ๆ คน พอมีโควิด-19 ทำให้ต้องมีการรักษาระยะห่าง (Social Distancing) ทุกคนก็เหมือนจะทดไว้ในใจว่า เราสามารถประชุมออนไลน์กันได้ไม่น่าเกลียด นอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว แถมยังได้งานเหมือนกันอีกด้วย (ฮ่า)
รวมไปถึงถ้าเราสังเกตพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรา ก็หันหน้าเข้าสู่เทคโนโลยีมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวจริง ๆ ในช่วงนี้ไม่ว่าจะซื้อของประเภทไหน เราก็จะถามหาและเช็คก่อนว่าการถ้าเราซื้อผ่านออนไลน์จะถูกกว่าหรือเปล่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงที่ห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าต่าง ๆ ปิด ทำให้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหันมาพึ่งพาช่องทางออนไลน์กันแบบเกือบ 100% จนหลายคนที่พี่ทุยไปคุยด้วยมา แทบไม่ได้กลับไปซื้อของแบบเดิมกันเลย
แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือบริษัทในไทย ไม่มีบริษัทไหนเลยที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ให้เราสามารถซื้อได้ ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทอุตสาหกรรม 3.0 ที่กำลังจะเปลี่ยนถ่ายตัวเองเข้ามาที่อุตสาหกรรม 4.0
ทำให้ถ้าใครอยากลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจำเป็นต้องไปลงทุนที่ต่างประเทศเท่านั้น พี่ทุยขอแนะนำวิธีที่ง่ายที่สุดในการลงทุนหุ้นเทคโนโลยี คือ การลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” แล้วยิ่งใกล้ช่วงปลายปีแบบนี้เราสามารถเลือกลงทุนผ่าน SSF และ RMF เพื่อลดหย่อนภาษีได้ด้วย เรียกว่าได้ลงทุนในอนาคต แต่ได้รับผลประโยชน์ทันทีในวันนี้เลย!
สำหรับใครที่กำลังมองหา SSF และ RMF ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอยู่ พี่ทุยแนะนำกองทุนรวมจาก “กองทุนบัวหลวงที่ขนกองทุนชั้นนำคุณภาพแน่นมาให้นักลงทุนเลือกลงทุนกันได้อย่างเต็มที่
วันนี้พี่ทุยจะมาชี้เป้า 3 กองทุนเด็ดมาแนะนำกัน ไม่ว่าจะเป็น..
มากันที่ตัวแรกเลย พี่ทุยขอแนะนำ “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นฟิวเจอร์เพื่อการออม (B-FUTURESSF)” ทุกคนคงคิดว่า B-FUTURESSF ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี เพราะเป็นสิ่งที่ง่ายเมื่อคิดว่าอนาคตที่จะมาคืออะไร แต่จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีเป็นแค่ส่วนหนึ่ง เพราะการลงทุนยังครอบคลุมถึงโอกาสด้านการบริโภคที่จะมากับ Lifestyle ที่ทันสมัยและกำลังจะมา โดย B-FUTURESSF จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน B-FUTURE ที่ลงทุนหุ้นในกลุ่ม FinTech และกองทุนหลัก 2 กองทุน ได้แก่
1. Allianz Global Investors – Global Artificial Intelligence ที่เน้นลงทุนใน Artificial Intelligence (AI)
2. Fidelity Funds – China Consumer Fund เน้นลงทุนในเศรษฐกิจยุคใหม่ของจีน (New China)
จากข้อมูล ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2563 ลงทุนรวม2 กองทุนคิดเป็นประมาณ75-80% ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือผู้จัดการกองทุนจะนำเงินไปลงทุนตามความเหมาะสมโดยตรงเอง
หรือถ้าใครอยากจะลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลบีแบบเน้น ๆ สามารถมาเลือกลงทุนที่ “กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INNOTECHRMF)” ที่จะลงทุนผ่านกองทุนหลักอย่าง Fidelity Funds – Global Technology Fund ชนิดหน่วยลงทุน Class Y-ACC-USD เพียงกองทุนเดียว ที่จะเน้นลงทุนในหุ้นที่ดำเนินกิจการด้านเทคโนโลยี มีผลการดำเนินงานที่ดีและเติบโตอย่างต่อเนื่องเท่านั้น
หรือถ้าใครอยากลงทุนแบบเจาะกลุ่มเฉพาะหุ้น Health Care สามารถลงทุนผ่าน “กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BCARERMF)” ที่จะลงทุนผ่าน Wellington Global Health Care Equity Fund
โดยจะเน้นลงทุนหุ้นกลุ่ม Health Care ทั่วโลกที่เป็นผู้นำด้านงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทางการแพทย์ ที่สำคัญ คือ ต้องเป็นบริษัทที่มีกำไรอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งแน่นอนว่าการลงทุนในหุ้นแบบเฉพาะอุตสาหกรรมมีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในหุ้นแบบทั่ว ๆ ไป แต่ถ้ามองระยะยาวตามเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของ SSF และ RMF แล้ว พี่ทุยมองว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนได้เยอะเลยทีเดียว
สำหรับใครที่อยากดูว่า “กองทุนบัวหลวง” มี SSF และ RMF อะไรบ้างให้เลือกลงทุนบ้างสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ และ ที่นี่
หรือถ้าอยากพูดคุยกับพนักงานตัวเป็น ๆ ก็ติดต่อได้ที่ 02-674-6488 กด 8 ได้เลย
คำเตือน ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุในคู่มือลงทุน
Comment