"ค่าเงินบาทแข็ง" กำไรกองทุนรวม

ทำไม “ค่าเงินบาทแข็ง” ถึงกระทบกำไรกองทุนรวม ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • การลงทุนในต่างประเทศนอกจากต้องคำนึงความเสี่ยงของสินทรัพย์การเงินที่ลงทุนแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องคำนึง
  • อัตราแลกเปลี่ยนเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อผลตอบแทนของการลงทุนในต่างประเทศ โดยส่งผลดีหากค่าเงินบาทอ่อนค่า และส่งผลเสียเมื่อค่าเงินบาทแข็งค่า
  • หากคาดว่าแนวโน้มค่าเงินจะส่งผลเสียต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศ ควรเลือกลงทุนแบบมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Fx Hedging) ในทางกลับกันหากส่งผลดีต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศ ควรเลือกลงทุนแบบไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือมีเพียงบางส่วน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021

“ค่าเงินบาทแข็ง” หรือ ค่าเงินบาทอ่อน ล้วนส่งผลต่อกำไรกองทุนรวม

แม้การส่งออกของประเทศไทยจะหดตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่การนำเข้ากลับหดตัวมากกว่า ทำให้ประเทศไทยเกินดุลการค้า (มีเงินไหลเข้ามากกว่าไหลออก) รวมไปถึงการเพิ่มปริมาณเงินดอลลาร์เข้าระบบด้วยนโยบาย QE จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

ทั้ง 2 ปัจจัยที่กล่าวมาส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์จนทะลุ 30 บาทต่อดอลลาร์

แน่นอนว่าการแข็งหรืออ่อนค่าของค่าเงินบาทย่อมส่งผลดีหรือเสียต่อหลายภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจ และรวมไปถึงผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนมีความสำคัญอย่างไร และจะเลือกลงทุนอย่างไรให้ได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยน

บทความนี้พี่ทุยจะพาไปทำความเข้าใจและหาคำตอบกัน..

“ค่าเงินบาทแข็ง” มีความสำคัญต่อผลตอบแทนการลงทุนอย่างไร ?

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าการลงทุนในต่างประเทศเป็นกระแสที่มาแรง โดยเฉพาะการลงทุนผ่านกองทุนรวม ไล่เรียงตั้งแต่

  • ตราสารหนี้ 
  • หุ้นประเทศจีน อินเดีย เวียดนาม
  • หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม Healthcare Technology  รวมไปถึงทองคำ 

ซึ่งแต่ละสินทรัพย์ก็สร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจ การลงทุนในแต่ละสินทรัพย์นั้น ไม่ว่ากองทุนรวมจะไปลงทุนเองโดยตรงหรือผ่านกองทุนหลัก ก็มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือต้องส่งเงินลงทุนจากนักลงทุนไทยออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งต้องเปลี่ยนจากเงินบาทไปเป็นเงินสกุลต่างประเทศ และเมื่อใดที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน เมื่อนั้นการลงทุนก็จะมีอีกความเสี่ยงที่เรียกว่า ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

จะเป็นอย่างไร หาก “ค่าเงินบาทแข็ง” เมื่อเทียบกับค่าเงินของต่างประเทศ

  • สมมติว่าลงทุนในกองทุนรวม A มีนโยบายลงทุนให้มีผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี S&P500
  • เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาทเมื่อวันที่ 1 มกราคม ปี 20X8 โดยอัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้นอยู่ที่ 100 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
  • ดังนั้นเงินจำนวน 10,000 บาท จะถูกแลกเป็นเงินดอลลาร์จำนวน 100 ดอลลาร์ เพื่อลงทุนในดัชนี S&P500 

ผ่านไป 1 ปี ดัชนีทำผลตอบแทนได้ 10% เงินจำนวน 100 ดอลลาร์ จะเพิ่มขึ้นเป็น 110 ดอลลาร์ หากอัตราแลกเปลี่ยนยังอยู่ที่ 100 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เมื่อแลกเงินลงทุนกลับมาเป็นเงินบาทแล้วจะได้ 11,000 บาท แล้วหาก “ค่าเงินบาทแข็ง” เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ 10% อัตราแลกเปลี่ยน อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ 90 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เมื่อแลกเงินลงทุนกลับมาเป็นเงินบาทแล้วจะได้ 9,900 บาท ขาดทุน 100 บาท หรือคิดเป็น 1% ของเงินลงทุนเริ่มต้นที่ 10,000 บาท

กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแม้จะได้กำไรจากการลงทุน แต่หากไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็จะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเงินบาทแข็งค่าได้

ในกรณีเดียวกัน หากค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินของต่างประเทศ ผู้ลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนเพิ่มเติมที่มาจากส่วนของอัตราแลกเปลี่ยน

เลือกลงทุนอย่างไรให้ได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยน

จากตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีความสำคัญมากพอที่จะเปลี่ยนกำไรเป็นขาดทุนได้เลย หรือในทางกลับกันก็สร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มได้เช่นกัน

พี่ทุยมีคำแนะนำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนมาฝากกัน

ในกรณีที่เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า

เมื่อใดที่เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าก็จะส่งผลเสียต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศ หากกองทุนรวมใดมีนโยบายดังกล่าว แต่ประเด็นนี้ไม่น่ากังวลอย่างที่คิด หากกองทุนรวมนั้นมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือที่เรียกว่า Fx Hedging 

เมื่อต้องแลกเปลี่ยนเงินบาทไปเป็นเงินสกุลต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์ ยูโร เพื่อไปลงทุนในต่างประเทศ กองทุนก็จะป้องกันความเสี่ยงโดยการทำสัญญาซื้อขายเงินบาทล่วงหน้า (Forward) เพื่อล๊อคอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคตให้เท่ากับหรือใกล้เคียงกับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่แลกเปลี่ยนเงินบาทไปเป็นเงินสกุลต่างประเทศ

ดังนั้นไม่ว่าค่าเงินบาทจะแข็งหรือจะอ่อนค่า ก็จะไม่มีผลดีหรือเสียต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ หรือหมายความว่าหากดัชนี S&P500 ทำผลตอบแทนได้ที่ 10% กองทุนรวมที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็จะได้ผลตอบแทนที่ประมาณ 10%

นักลงทุนสามารถดูได้ว่ากองทุนรวมที่ลงทุนอยู่มีนโยบายดังกล่าวหรือไม่ ได้จากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุป (Fund fact sheet) ซึ่งอยู่ในส่วนปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ

ในกรณีที่เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า

อย่างไรก็ตามจากตัวอย่างข้างต้น การลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศจะได้ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม จากการแลกเงินลงทุนจากสกุลดอลลาร์กลับมาเป็นบาท ในกรณีที่เงินบาทอ่อนค่า เช่น ตอนแลกเงินบาทออกไปเป็นดอลลาร์ที่ 30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ และตอนนำดอลลาร์แลกกลับมาเป็นบาทที่ 33 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ นั่นเท่ากับว่าทุกๆ 1 ดอลลาร์ จะได้ผลตอบแทนเพิ่มอีก 3 บาท 

และหากนักลงทุนอยากได้ผลตอบแทนเพิ่มเติมจากส่วนดังกล่าว ก็ต้องลงทุนกองทุนรวมสินทรัพย์ต่างประเทศที่ไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ต้องยอมรับเลยว่าหากยังเป็นนักลงทุนอยู่ คงหนีเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนไม่พ้น พี่ทุยอยากให้ลองเอาทริกง่าย ๆ ที่แนะนำไปใช้กับการลงทุนให้มีความราบรื่น และยังสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มได้จากอัตราแลกเปลี่ยนได้ในบางช่วงเวลาอีกด้วย..

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
error: