ปีนี้เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลกหลายอย่าง และการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่พี่ทุยต้องพูดถึงก็คือ “กองทุน SSF”
LTF ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้อีกแล้ว และเปลี่ยนมาเป็น “กองทุน SSF” แทน
ความแตกต่างของ LTF กับ SSF
1. “จำนวนเงิน” ที่สามารถซื้อลดหย่อน สำหรับคนที่มีรายได้ไม่สูงก็สามารถซื้อได้เยอะขึ้น แต่ถ้ามีรายได้สูงขึ้นมาหน่อยก็จะลดหย่อนได้น้อย
2. “ระยะเวลา” การถือครองที่นานขึ้นจาก 7 ปีปฏิทิน เป็น 10 ปีวันชนวันแทน
3. “สินทรัพย์” ที่นำไปลงทุน SSF จะลงทุนได้กว้างมากกว่าไม่ได้ถูกจำกัดเพียงหุ้นไทยเท่านั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ได้มีการทยอยเปิดขาย IPO ของ “กองทุน SSF” จากหลากหลายบลจ. อย่างพร้อมเพียงกัน ซึ่งในภาพรวมแล้วกองทุน SSF ที่ออกมาส่วนใหญ่จะเน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” เป็นหลักอยู่ ยังไม่ได้มีการกระจายการลงทุนไปทั่วโลกหรือใช้ประโยชน์จากเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก อาจจะเป็นเพราะว่า บลจ. นำความถนัดจาก LTF เข้ามาปรับให้เป็นกอง SSF ก็เป็นไปได้หมือนกัน
โดย SSF ที่เปิดให้ IPO ได้ตั้งแต่ช่วง 1 เมษายน 2563 นั้นจะประกอบไปด้วย “นโยบายการลงทุน” 3 ส่วนหลัก
– ลงทุนในหุ้นไทยบริหารแบบ Active Management
– ลงทุนในหุ้นไทยบริหารแบบ Passive Management
– ลงทุนแบบ Asset Allocation (ตามจุดประสงค์การจัดตั้ง SSF)
สำหรับคนที่ต้องการใช้ประโยชน์จาก “กองทุน SSF” ในเรื่องของการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม ไม่เน้นลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเป็นพิเศษ พี่ทุยอาจจะแนะนำให้ลองไปศึกษา SSF – Asset Allocation เพิ่มเติม แต่เท่าที่พี่ทุยดูมาก็ยังมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นไทยค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังดีที่มีส่วนผสมจากทั้ง Infrastructure Fund REITS ตราสารหนี้ต่าง ๆ รวมถึงเงินฝากอีกด้วย
แต่ก็อย่างที่เรารู้กันว่าในปี 2563 นี้ มีนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจพิเศษจากกระทรวงการคลังที่เสนอให้มี “SSF แบบพิเศษ” โดยจุดประสงค์เพื่อจะได้มีเม็ดเงินเข้าไปพยุงตลาดทุนจากที่มีการปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เงื่อนไข “SSF แบบพิเศษ” มีนโยบายการลงทุน LTF แบบเดิมคือ
1. ต้องลงทุนในหุ้นไทยอย่างน้อยกว่า 65%
2. สามารถซื้อได้ไม่เกิน 200,000 บาท โดยไม่นับรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เลย
3. ถือยาว 10 ปีเท่าเดิมเช่นเดิม
4. ต้องลงทุนในช่วง 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563 นี้เท่านั้น
สำหรับรายชื่อ “SSF พิเศษ (SSFX)” ที่เปิดตัววันที่ 30 มีนาคม 2563 แต่เปิดให้ IPO ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนั้น มีรวมทั้งสิ้น 13 กองทุนด้วยกัน
สำหรับคนที่ต้องการลงทุน SSF ธรรมดา และ SSF แบบพิเศษ (SSFX) อย่าลืมศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง การเปิด SSF ใหม่เราอาจจะต้องไปดูนโยบายการลงทุนของกองทุนเดิม ๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียง แล้วค่อยนำมาเลือก SSF จากผลประกอบการเดิมของกองทุนจาก บลจ. นั้นแทน เพราะยังไม่มีผลประกอบการย้อนหลังของ SSF ให้เราดูโดยตรง
Comment