วิธีการลงทุนให้ได้ "ผลตอบแทนสูง" 8-10% ต่อปี

วิธีการลงทุนให้ได้ “ผลตอบแทนสูง” 8-10% ต่อปี

3 min read  

ฉบับย่อ

  • การลงทุนที่สร้างผลตอบแทนให้ได้ 8-10% ต่อปี คือ การลงทุนระยะยาว เพราะจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนคาดหวังและลดความเสี่ยงในการลงทุนได้
  • จะเห็นได้ว่าถ้าเราลงทุนระยะยาว 10 ปีขึ้นไป ตั้งแต่ปี 2545 ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ต่ำที่สุดก็ยังเท่ากับ 9.78% ต่อปี ในช่วงปี 2547 – 2556
  • สำหรับมือใหม่ พี่ทุยมักจะแนะนำให้ลงทุนใน “กองทุนรวม” มากกว่าซื้อหุ้นรายตัว เพราะอย่างน้อย ๆ ก็มีมืออาชีพคอยดูแลเงินให้กับเราอยู่ เมื่อมีความชำนาญมากขึ้น ค่อยไปเลือกลงทุนหุ้นรายตัวด้วยตัวเอง

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

เวลาที่นักลงทุนมือใหม่เริ่มต้นลงทุน พี่ทุยแนะนำให้เริ่มต้นที่การตั้งเป้าหมายทางการเงินก่อนเสมอ เราจะได้รู้ว่าเงินลงทุนในแต่ละก้อนเราสามารถลงทุนได้ยาวแค่ไหน ซึ่ง “ระยะเวลา” ถือว่าเป็นตัวแบ่งตัวหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมาก ก่อนอื่นเลยพี่ทุยแนะนำว่าสำหรับการลงทุนให้ได้ “ผลตอบแทนสูง” 8-10% ต่อปีขึ้นไป จะต้องเป็นเป้าหมายการลงทุนระยะยาวอย่างการเกษียณอายุ หรือ แผนการศึกษาบุตร เท่านั้น

เหตุผลก็เพราะว่า “ผลตอบแทนสูง” ที่มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารมาพร้อมความเสี่ยงเสมอ ขนาดฝากธนาคารยังมีความเสี่ยงเลย ซึ่งความเสี่ยงที่ว่านี้ คือ  โอกาสที่ผลตอบแทนที่เราต้องการไม่เป็นไปอย่างที่คิด หรือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด คือ เราจะขาดทุน ซึ่งโอกาสขาดทุนก็มีตั้งแต่ 0.1% ไปจนถึงสูญเงินทั้งก้อนนั่นแหละ เช่น ถ้าเราไปปล่อยกู้นอกระบบดอกเบี้ย 3% ต่อเดือน แน่นอนว่าผลตอบแทนดี ปีนึงมากกว่า 36% แต่โอกาสขาดทุนเงินทั้งหมดก็มีอยู่เหตุผลเดียว คือ ลูกหนี้ไม่เอาเงินมาคืน!

ไม่มีการลงทุนใดในโลกไม่มีความเสี่ยง ยิ่งต้องการ “ผลตอบแทนสูง” ขึ้น ย่อมมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ถ้าใครมาชวนลงทุนแล้วบอกว่ามีการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเท่านั้นเท่านี้ โดยผลตอบแทนมีการการันตีต่าง ๆ นานา ว่าให้มากกว่าการฝากธนาคาร พึงระลึกไว้เลยว่า มี ความเสี่ยงทั้งนั้น เพราะไม่มีการลงทุนที่ไหนในโลกไม่มีความเสี่ยง ขนาดการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 8-10% ในบทความนี้ที่พี่ทุยบอกก็ยังมีความเสี่ยง

ยิ่งในระยะสั้น ก็จะมีความเสี่ยงสูงมาก นั่นหมายความว่า ถ้าเราลงทุนได้นานเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็จะยิ่งลดลง พี่ทุยเลยแนะนำก่อนว่าให้เน้นลงทุนกับเป้าหมายที่เป็นระยะยาวเท่านั้น ถ้าถามพี่ทุยว่าการลงทุนอะไรที่ในผลตอบแทนมากกว่า 8% ได้บ้าง พี่ทุยขอตอบเลยว่า หุ้น และ อสังหาริมทรัพย์ เป็นหลัก และเหมาะสมสำหรับนักลงทุนมือใหม่

สำหรับมือใหม่พี่ทุยอาจจะไม่แนะนำไปถึงการลงทุนพวกตราสารอนุพันธ์ต่าง ๆ นะ ถึงแม้ว่าผลตอบแทนจะสูงมาก แต่ความเสี่ยงที่จะขาดทุนเกิน 100% ก็สูงมากเช่นกัน ใครที่เล่นอยู่ก็น่าจะพอเข้าใจ

สำหรับบางคนที่เงินทุนยังไม่เยอะมาก แล้วจะไปให้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ก็คงดูเป็นเรื่องไกลตัว พี่ทุยก็เลยแนะนำไปที่ “หุ้น” ซะเป็นส่วนใหญ่ พี่ทุยขอพาไปดู “ตลาดหุ้นไทย” หรือที่คุ้นชื่อว่า SET เนี้ยแหละ เปิดตลาดมาตั้งแต่ปี 2518 ปัจจุบันก็ปี 2563 เรียกได้ว่าเปิดมาเกือบ ๆ 45 ปีแล้ว แน่นอนว่าก็มีคนที่รวยจากผลตอบแทนของตลาดหุ้นก็เยอะแ ต่พี่ทุยว่าคนที่เจ๊งจากตลาดหุ้นเยอะกว่านะ (ฮ่า)

ก่อนอื่นเลยพี่ทุยขอย้อนไปปี 2545 ดัชนีของตลาดบ้านเราที่รวมเงินปันผลด้วย (SET TRI) ถือกำหนดขึ้นมาด้วยค่าเริ่มต้นที่ 1,000 จุด ไปจนถึงสิ้นปีที่ผ่านมาก็คือสิ้นสุดปี 2562 โดยแต่ละปีให้ผลตอบแทนจากการลงทุนตามนี้เลย

ผลตอบแทนจากการลงทุนย้อนหลังของตลาดหลักทรัพย์ (SET)

ปี 2545 เท่ากับ 20.27%
ปี 2546 เท่ากับ 126.35%
ปี 2547 เท่ากับ -10.64%
ปี 2548 เท่ากับ 11.22%
ปี 2549 เท่ากับ -0.26%
ปี 2550 เท่ากับ 31.37%
ปี 2551 เท่ากับ -46.57%
ปี 2552 เท่ากับ 76.08%
ปี 2553 เท่ากับ 47.80%
ปี 2554 เท่ากับ 3.69%
ปี 2555 เท่ากับ 40.53%
ปี 2556 เท่ากับ -3.63%
ปี 2557 เท่ากับ 19.12%
ปี 2558 เท่ากับ -11.23%
ปี 2559 เท่ากับ 23.85%
ปี 2560 เท่ากับ 17.30%
ปี 2561 เท่ากับ -8.08%
ปี 2562 เท่ากับ 4.29%

ถ้าเอาผลตอบแทนเฉลี่ยแบบเลขคณิตมาคิดเลยก็เท่ากับ 18.97% ต่อปี แต่ถ้าจะดูผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวจริง ๆ พี่ทุยแนะนำว่าให้ใช้ “เรขาคณิต” จะตรงตามความจริงมากกว่า (ตรงนี้ถ้าใครสงสัยลองหาข้อมูลเรื่องสถิติดูเองนะ) ก็จะได้เท่ากับ 13.77% ต่อปี

แล้วถ้าเรามาดูผลตอบแทนเฉลี่ยย้อน 10 ปี ในแต่ละช่วงเวลา ของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยหรือว่า SET TRI กันดู

ผลตอบแทนจากการลงทุนย้อนหลัง 10 ปี ของตลาดหลักทรัพย์ (SET TRI)

ปี 2545 – 2554 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 17.72%
ปี 2546 – 2555 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 19.52%
ปี 2547 – 2556 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 9.78%
ปี 2548 – 2557 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 12.98%
ปี 2549 – 2558 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 10.46%
ปี 2550 – 2559 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 12.88%
ปี 2551 – 2560 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 11.61%
ปี 2552 – 2561 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 17.83%
ปี 2553 – 2562 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 11.82%

ช่วงที่ต่ำสุดที่ผลตอบแทนเฉลี่ยยังเท่ากับ 9.78% ต่อปี ก็คือช่วง ปี 2547 – 2556

แล้วแต่ถ้าเรามาดูผลตอบแทนย้อนหลัง 7 ปีในแต่ละช่วงเวลาดูกันบ้าง

ผลตอบแทนจากการลงทุนย้อนหลัง 7 ปี ของตลาดหลักทรัพย์ (SET TRI)

ปี 2545 – 2551 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 9.55%
ปี 2546 – 2552 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 15.69%
ปี 2547 – 2553 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 8.85%
ปี 2548 – 2554 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 11.19%
ปี 2549 – 2555 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 14.97%
ปี 2550 – 2556 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 14.41%
ปี 2551 – 2557 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 12.82%
ปี 2552 – 2558 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 21.30%
ปี 2553 – 2559 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 15.36%
ปี 2554 – 2560 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 11.61%
ปี 2555 – 2561 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 9.70%
ปี 2556 – 2562 ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 5.13%

จะเห็นได้ว่ามีช่วงที่ได้ผลตอบแทนต่ำกว่า 8% อยู่ช่วงหนึ่งก็คือช่วงปี 2556 – 2562 ได้อยู่ที่ 5.13% แต่ถ้าเราไปดูที่ระยะสั้นขึ้นที่ 6 ปี ผลตอบแทนช่วงที่ต่ำที่สุดจะตกไปเหลือ 3.44% ต่อปี และมีช่วงที่ได้ผลตอบแทนต่ำกว่า 8% ถึง 4 ช่วงเวลาจากทั้งหมด 13 ช่วงเวลา แล้วยิ่งถ้าลงทุนเพียงแค่ 5 ปี ผลตอบแทนช่วงที่ต่ำที่สุด ต่ำสุดถึง -7% ต่อปีเลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมพี่ทุยต้องย้ำเสมอว่า… ถ้าเราคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น อย่างเช่น ผลตอบแทน 8-10% พี่ทุยแนะนำให้ลงทุนอย่างน้อย “10 ปีขึ้นไป” เพราะโอกาสที่เราจะขาดทุนจะน้อยลง แล้วผลตอบแทนคาดหวังจะสูงขึ้น

ส่วนตัวพี่ทุยแล้ว สำหรับมือใหม่พี่ทุยมักจะแนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมมากกว่าซื้อหุ้นรายตัว เพราะอย่างน้อย ๆ ก็มีมืออาชีพคอยดูแลเงินให้กับเราอยู่ แล้วเราก็สามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่เราชอบได้ด้วยกองทุนรวมหุ้น หลาย ๆ กอง ผลตอบแทนสูงกว่า 8-10% ต่อปีในระยะยาว ๆ ก็มีให้เห็นเรื่อย ๆ หรือไม่ก็เลือกลงทุนในกองทุนรวมดัชนี (Passive Fund) เป็นการลงทุนล้อเลียนดัชนีไปเลย เราก็จะได้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับตลาด

เหตุผลที่คนเจ๊งจากการลงทุนในหุ้น ส่วนใหญ่ คือ รอไม่เป็น ใจร้อน อยากรวยเร็ว ๆ รวยแรง ๆ ผลสุดท้ายก็เลยหันหลังให้ตลาดหุ้นไปตลอดกาล พี่ทุยเตือนกันไว้ก่อนว่าผลตอบแทนของตลาดหุ้นที่พี่ทุยเอามาคำนวณให้ดูเป็นผลตอบแทนในอดีตเท่านั้น ดูเป็นทิศทางแนวโน้มได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะดี ซึ่งนั่นเป็นความเสี่ยงที่เราจะต้องรับกันเอาเอง

error: