แค่ "กระจายลงทุน" หลายประเภทสินทรัพย์ ทำไมไม่พอ ?

แค่ “กระจายลงทุน” หลายประเภทสินทรัพย์ ทำไมไม่พอ ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • การ “กระจายลงทุน” ที่ดีต้องกระจายหลากหลายทรัพย์สิน และหลากหลายภูมิภาคด้วย เพราะอย่างหุ้นไทยไม่ขยับ แต่หุ้นต่างประเทศอาจจะขยับก็เป็นไปได้
  • วิธีการลงทุนที่จะช่วยให้เราลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่ง ก็คือ “กระจายลงทุน” ในทรัพย์สินการลงทุนประเภทต่าง ๆ ในช่วงที่เราเริ่มต้นลงทุน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

วิธีการลงทุนที่จะช่วยให้เราลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่ง ก็คือ “กระจายลงทุน” ในทรัพย์สินการลงทุนประเภทต่าง ๆ ในช่วงที่เราเริ่มต้นลงทุน การกระจายเราอาจจะยังไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร เพราะส่วนใหญ่ก็จะกระจายลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน (หุ้น) หรือถ้าจะใช้กองทุนรวมเป็นเครื่องมือการลงทุน ก็กระจายไปลงทุนในกองทุนที่หลากหลายมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้ว การกระจายแค่สินทรัพย์นั้นอาจจะไม่พอ แต่ว่า

การ “กระจายลงทุน” ที่ดีไม่ใช่แค่กระจายประเภทสินทรัพย์เท่านั้น แต่ต้องกระจายไปในภูมิภาคต่าง ๆ ด้วย”

ถ้าให้เปรียบเทียบตลาดในแต่ละทวีปก็เหมือนแก้ว แล้ว Fund Flow ก็เปรียบเสมือนน้ำ ถ้าน้ำไหลไปอยู่แก้วใบไหนมากตลาดนั้นก็จะปรับตัวขึ้น นั่นแปลว่า เมื่อมีน้ำเข้ามาที่แก้วใบหนึ่ง น้ำในแก้วอีกใบก็จะลดลง ก็จะมีตลาดที่ปรับตัวลดลง ความหมายก็คือ ถ้าเรากระจายการลงทุนได้ดี แปลว่า น้ำในแก้วใบหนึ่งลดลง น้ำในแก้วอีกใบหนึ่งเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณน้ำในพอร์ตเราไม่ได้ลดลงเลย สินทรัพย์หนึ่งกำไร อีกอันหนึ่งก็จะขาดทุน เลยเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ว่าทำไมการลงทุนถึงต้องการกระจายการลงทุนแบบทั่วโลก

พอมาถึงตรงนี้หลายๆคนอาจจะงงว่า เอ้าพี่ทุยแบบนี้พอร์ตเราก็จะไม่กำไรไม่ขาดทุน แล้วเราจะลงทุนทำไมอ้ะ ? อย่าลืมว่า Fund Flow จะมีปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งการที่คนเพิ่มเงินเข้ามาในตลาด แบบอารมณ์ประมาณว่าหุ้นดอยก็เติมเงินเข้ามาเรื่อยๆ หรือการที่เราทำ DCA ไปเรื่อย ๆ ก็เป็นการเติมเงินเข้าตลาดเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีเงินเฟ้อ รวมไปถึงการพิมพ์เงินของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ อีก

แน่นอนว่าถ้าเราพูดถึงการลงทุนทั่วโลกก็จำเป็นที่ต้องใช้ความรู้และเวลาในการตามข่าวสารมากขึ้น เพราะเราก็จะเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องดูไปถึงทวีปที่ส่งผลต่อโลกอย่างประเทศอเมริกาและยุโรป ซึ่งตลาดทั้ง 2 ตลาดนี้ก็มีลักษณะนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองทั้งนั้น

ตัวอย่างง่ายๆ อย่างช่วงเดือน พฤษภาคมนี้ ถ้าเราไปดูประวัติย้อนหลังจะเห็นได้ว่าประมาณ 80% ตลาดฝั่งเอเซียเดือนนี้จะติดลบ ส่วนตลาดฝั่งอเมริกาและยุโรปมักจะปรับตัวขึ้น เหตุผลก็เพราะว่าเป็นเทศกาลจ่ายปันผล

บ้านเราจะจ่ายเป็นเงินสดออกมาเลยทำให้มูลค่าหุ้นลดลงตลาดก็จะปรับตัวลดลง แต่ถ้าเป็นฝั่งอเมริกามักจะเป็นการแจกหุ้นแทน แล้วถ้าใครอยากได้เงินสดก็ไปขายคืนในตลาดเอาและแน่นอนว่าคนไม่ขายก็มีมากเช่นกัน ก็เหมือนกับเราได้เงินปันผล กลับวนเข้ามาลงทุนต่อในตลาดก็จะทำให้ตลาดปรับตัวขึ้น

อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้นเอง ยังมีเรื่องอีก 108 อย่างให้เราติดตามการลงทุนไปได้เรื่อย ๆ ถ้าเราอยากจะกระจายการลงทุนให้สำเร็จจริง ๆ ในระยะยาว การเลือกลงทุนทั่วโลกก็เป็นอะไรที่น่าสนใจเหมือนกันนะ 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: