สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนที่ลงทุนในประเทศไทยแบบพี่ทุย และเป็นนักลงทุนประเภทที่พร้อมจะติดดอยตลอดเวลา ต้องติดตามบ่อย ๆ ก็คือ “Fund Flow” นี่แหละ พี่ทุยอยากจะแนะนำให้ติดตามเสมอเลยด้วยนะ เป็นปัจจัยนึงที่นักลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นหลักแบบเราต้องมอง เพราะการมีเงินเข้าออกจากต่างชาติ จะมีผลกระทบกับราคาหุ้นบ้านเราไม่น้อยเลยทีเดียว
“Fund Flow” คืออะไร ?
“Fund Flow” ก็คือ เงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ หมายถึง นักลงทุนทุกคนบนโลกยกเว้นคนที่อยู่ในไทย
ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ ?
ในตลาดการลงทุนราคาของสินทรัพย์ที่เราลงทุน จะราคาขึ้นหรือลงก็ขึ้นอยู่กับ ความต้องการซื้อ (Demand) และความต้องการขาย (Supply) มีลักษณะเป็นอย่างไร ถ้าลองมาคิดง่าย ๆ ตามหลักเศรษฐศาสตร์
- ถ้าคนอยากซื้อมากกว่าขาย ราคาก็จะขึ้น (Demand > Supply)
- แต่ถ้าคนอยากขายมากกว่าซื้อ ราคาก็จะลง (Supply > Demand)
แล้วเหตุผลหลัก ๆ ที่เราต้องให้ความสนใจ ก็เพราะว่าตลาดหุ้นไทยนั้นมีขนาดเล็กมากกกกกกกกกกกกกก (ก. ล้านตัว) เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณเงินของนักลงทุนต่างประเทศ
ถ้าจะนึกให้เห็นภาพว่าตลาดหุ้นไทยเราเล็กขนาดไหน พี่ทุยอยากจะบอกว่าตอนนี้ ตลาดหุ้นไทยมูลค่ารวมกันก็ประมาณอยู่ที่ 17.8 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มี.ค. 64) #อ้าวก็เยอะอยู่นะพี่ทุย
แต่ถ้าเอาหุ้นตัวนึงของอเมริกาอย่างหุ้น Apple ที่ผลิตไอโฟนให้เราใช้อยู่ทุกวันนี้ มูลค่าของบริษัทตอนนี้ประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ถ้าตีเป็นเงินไทยก็เกือบๆ 61 ล้านล้านบาท ! (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มี.ค. 64)
แค่บริษัท Apple บริษัทเดียวก็ใหญ่กว่าตลาดหุ้นไทยทั้งตลาดรวมกันมากกว่า 3 เท่าตัว ลองคิดว่านักลงทุนที่ลงทุนหุ้น Apple แบ่งเงินบางส่วนมาซื้อหุ้นไทย ตลาดหุ้นไทยก็ขึ้นกระจุยกระจายแล้ว ในทางกลับกันถ้าเวลาขายออกก็ตกรุนแรงเช่นกัน
ลองนึกต่ออีกว่าตลาดอเมริกามีหุ้นเป็นพันตัว แล้วก็มีหลายตลาดหุ้นให้เลือกลงทุน จะว่าไปแล้วนี่เรายังไม่นับตลาดหุ้นอื่น ๆในโลกอีก พอถึงตอนนี้เราเริ่มรู้สึกแล้วใช่มั้ยว่า ตลาดหุ้นไทยมีมูลเล็กน้อยยิ่งกว่าหัวไม้ขีดอีก ให้ตายเถอะ !
ถ้าปริมาณเงินมหาศาลขนาดนั้นเข้ามาเป็นความต้องการซื้อ มีเหรอ ราคาจะไม่ขยับขึ้น ? แล้วถ้าปริมาณขนาดนั้นกลายมาเป็นความต้องการขาย แน่นอนว่าแรงขายมหาศาลราคาก็ต้องลงเป็นธรรมดา
ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเวลาพี่หรั่งขายทีนึง ทำไมเม่าไทยถึงหนาวกันเป็นแถบ โดยเฉพาะพี่ทุยเนี้ยแหละ เมืองไทยนี่อากาศร้อนจะตาย แต่ทำไมหนาวทุกทีเวลาที่ดูพอร์ตตัวเอง ฮือออออออ
ทีนี้เมื่อเรารู้แบบนี้แล้ว ในสถานะนักลงทุนที่ดี เราก็ต้องไปดูต่อว่าปัจจัยอะไรบ้างที่กระทบต่อ Fund Flow ที่จะทำให้เค้าตัดสินใจเข้าหรือออกจากตลาดหุ้นในบ้านเรา ถ้าเราพอจะอ่าน ตลาดออก เราก็พอจะคาดการณ์ได้ว่า ตลาดหุ้นไทยอนาคตจะเป็นอย่างไร !! โอกาสในการทำกำไรหรือป้องกันการขาดทุนก็จะสามารถทำได้ดีมากขึ้น !!
ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ วิเคราะห์ ไม่ต้องรีบซื้อ ไม่ต้องรีบลงทุน เพราะตลาดหุ้นยังอยู่กับเราไปอีกแสนนาน พัฒนาความรู้ตัวเองอยู่เสมอ แล้วเราจะเห็นโอกาสเองเมื่อเราเก่งและอยู่ในตลาดหุ้นนานพอ !
ก่อนจะจากกันไป พี่ทุยขอแนะนำซีรีส์การเงิน ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน รับรองว่าใครติดตามจนจบ เล่นหุ้นเป็นแน่นอน ! ไปเรียนรู้พร้อม ๆ กัน คลิกที่นี่เลย..