อัปเดต 2566 คำนวณ เงินบำเหน็จชราภาพ ม.33 ม.39 ได้กี่บาท ?

อัปเดต 2566 คำนวณ เงินบำเหน็จชราภาพ ม.33 ม.39 ได้กี่บาท ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • เงินบำเหน็จเป็นเงินก้อนใหญ่จ่ายครั้งเดียว เงินบำนาญเป็นเงินก้อนน้อยแต่จ่ายรายเดือนตลอดชีวิต
  • จะได้รับเงินชราภาพเป็นบำเหน็จ ก็ต่อเมื่อจ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน
  • เงินบำเหน็จชราภาพ = จำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่าย + นายจ้างจ่ายเงินสมทบให้ + ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี  (กรณีจ่ายเงินสมทบ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 180 เดือน)

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ใครที่เคยอยู่ในประกันสังคม อย่าลืมว่าเรามีสิทธิได้รับ เงินบำเหน็จชราภาพ หรือเงินก้อนหลังเกษียณ ด้วยนะ แล้วเงื่อนไขการรับเงินมีอะไรบ้าง จะได้เงินก้อนใหญ่แค่ไหน วันนี้พี่ทุย คำนวณเงินบำเหน็จ ปี 2566 มาให้ฟัง ไปกันเลย

เงินบำเหน็จชราภาพ คืออะไร

เงินบำเหน็จชราภาพ คือ เงินชราภาพที่ประกันสังคมจะจ่ายเป็นเงินก้อนครั้งเดียว เมื่อ 

1) ผู้ประกันตนอายุ 55 ปี และจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน หรือ
2) ผู้รับบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือน นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับบำนาญ

เงื่อนไขการรับ เงินบำเหน็จชราภาพ

  • จ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 12 เดือน เงินบำเหน็จชราภาพ = จำนวนเงินสมทบเฉพาะที่ผู้ประกันตนจ่ายให้สำนักงานประกันสังคม
  • จ่ายเงินสมทบ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 180 เดือน เงินบำเหน็จชราภาพ = จำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่าย + นายจ้างจ่ายเงินสมทบให้ + ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี
  • กรณีผู้รับบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือน นับตั้งแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ เงินบำเหน็จชราภาพ = 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต

เงินบำเหน็จชราภาพ ต่างจาก บำนาญชราภาพ ยังไง ? 

เงินบำนาญชราภาพ  คือ เงินชราภาพที่ประกันสังคมจะจ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต หลังอายุ 55 ปี

เงื่อนไขการรับเงินบำนาญชราภาพ

กรณี ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนตลอดชีวิตในอัตรา = 20% ของเงินค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นหลักฐานคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท 

กรณี ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะเพิ่มอัตราการจ่ายเงินบำนาญให้อีก 1.5% ของระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก ๆ 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน

อ่านเพิ่ม

คำถามต่อมาคือ สรุปแล้ว ประกันสังคมจะจ่ายเงินชราภาพเท่าไหร่? ซึ่งทางประกันสังคมก็มีสูตรคำนวณเงินชราภาพอยู่ ซึ่งตัวแปรสำคัญก็คือจำนวน “เงินสมทบ” 

เงินสมทบมาจากไหน

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 เงินสมทบมี 2 ส่วน

  1. เงินที่ผู้ประกันตนถูกหัก 5% ของเงินเดือน (ฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท) หรือที่มนุษย์เงินเดือนถูกหัก 750 บาททุกเดือน
  2. นายจ้างส่งเงินสมทบให้อีก 5% ของเงินเดือน

เงินสมทบถูกเอาไปใช้อะไรบ้าง

การแบ่งเงินสมทบของ ม.33 จะถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน 

ส่วนที่ 1 สัดส่วน 1.5% หรือจำนวน 225 บาท ไว้ใช้กรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต ถึงแม้ไม่ใช้สิทธิก็ไม่ได้รับเงินคืน

ส่วนที่ 2 สัดส่วน 0.5% จำนวน 75 บาท ไว้ใช้กรณีว่างงาน ถ้าผู้ประกันตน ม.33 ว่างงานเมื่อไหร่ ก็สามารถขอใช้สิทธิประโยชน์ส่วนนี้ได้ภายใต้เงื่อนไขจ่ายเงินสมทบติดต่อกัน 6 เดือนภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อมีเงินใช้ระหว่างหางานใหม่ และหากไม่ใช้สิทธิก็ไม่ได้รับเงินคืน

อ่านเพิ่ม

ส่วนที่ 3 สัดส่วน 3% จำนวน 450 บาท ไว้ใช้กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ จะได้คืนเมื่ออายุครบ 55 ปี

อ่านเพิ่ม

ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 เงินเข้ากองทุน 432 บาทต่อเดือน และรัฐบาลจะช่วยสมทบอีก 120 บาทต่อเดือน ในส่วนนี้เท่าที่พี่ทุยค้นหาไม่พบข้อมูลที่ระบุว่า ประกันสังคมแบ่งเงินไปยัง 6 สิทธิประโยชน์ในสัดส่วนเท่าไรบ้าง ( 6 สิทธิประโยชน์ ได้แก่ เจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และเสียชีวิต)  ถ้าใครมีข้อมูลก็แชร์มาได้นะ

อ่านเพิ่ม

ทั้งนี้ ก่อนจะเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 ได้ ก็เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน ก็เท่ากับว่า มีเงินเงินสมทบกรณีชราภาพสะสมอยู่ในสัดส่วน 3% ตามข้างต้น ที่จะถูกมาคำนวณด้วย

วิธีคำนวณเงินบำเหน็จ มาตรา 33 มาตรา 39 ได้เท่าไหร่ ?

กรณีที่ 1 จ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 12 เดือน เงินบำเหน็จชราภาพ = จำนวนเงินสมทบเฉพาะที่ผู้ประกันตนจ่ายให้สำนักงานประกันสังคม

เช่น ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบได้ 10 เดือน เดือนละ 450 บาท จะได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับ 450 x 10 = 4,500 บาท

กรณีที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 180 เดือน เงินบำเหน็จชราภาพ = จำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่าย + นายจ้างจ่ายเงินสมทบให้ + ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี 

เช่น พี่ทุยเป็นผู้ประกันตนประกันสังคม มาตรา 33 อายุ 50 ปี ทำงานมา 60 เดือน (=ส่งเงินสมทบมา 60 เดือน) ได้เงินเดือน 100,000 บาท 

แต่จะได้เงินจำนวนมากแค่ไหน ประกันสังคมก็คำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดเดือนละ 15,000 บาท = จ่ายเงินสมทบให้ประกันสังคมที่จำนวน 750 บาท แบ่งเป็นกรณีชราภาพ 450 บาท

สิ้นสุดสภาพการเป็นลูกจ้างวันที่ 31 ธ.ค. 2565 ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทน ในวันที่ 10 ม.ค. 2566 เจ้าหน้าที่ประกันสังคม จะดึงข้อมูลในระบบในส่วนของ รายการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนย้อนหลังในกรณีชราภาพ ดังนี้

วิธีคำนวณเงินบำเหน็จ มาตรา 33 มาตรา 39 ได้เท่าไหร่ ?

เท่ากับ พี่ทุย จะได้รับเงินบำเหน็จเมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ตามเงื่อนไขของประกันสังคม = 54,000 บาท แต่ยังไม่หมดเท่านี้ ยังต้อง + ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี

ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี คืออะไร อัตราใหม่ 2566 ทำให้เงินบำเหน็จมากขึ้นแค่ไหน ?

ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี คือ เงินปันผลที่ประกันสังคมนำเงินสมทบไปลงทุนแล้วมาจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 โดยปี 2566 ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ คำนวณจ่ายในอัตราใหม่ คือ 3.46% ต่อปี โดยใช้คำนวณของปี 2565 ซึ่งประกาศเกิดขึ้นในปี 2566 (อีกคำที่ใช้เรียกแทน ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี นั่นคือ ดอกเบี้ย)

อัตราผลประโยชน์ตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี มีดังนี้

อัตราผลประโยชน์ตอบแทนต่อปี เงินบำเหน็จชราภาพ มาตรา 33 และมาตรา 39

วิธีคำนวณเงินบำเหน็จ 2566 ได้เงินกี่บาท ?

วิธีคำนวณเงินบำเหน็จ 2566 ได้เงินกี่บาท ?

กรณี ปีไหนที่ทำงานไม่ครบ 12 เดือน (ส่งเงินสมทบไม่ครบ 12 เดือน) ใน 1 รอบปีปฏิทิน ให้คำนวณดอกเบี้ยเท่ากับจำนวนเดือนที่ส่ง เช่น หากปี 2565 ทำงานแค่ 9 เดือน จะคำนวณ ดังนี้

[(10,800+10,800+10,800+10,800+10,800) x 3.46%] x 9/12 = 1,401.30 บาท

สรุป

พี่ทุยเป็นผู้ประกันตนประกันสังคม มาตรา 33 อายุ 50 ปี ทำงานมา 60 เดือน เงินบำเหน็จที่จะได้รับประกอบด้วย

= 27,000 (เงินผู้ประกันตน) + 27,000 (เงินนายจ้าง) + 5,299.56 (ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี)

เท่ากับ 56,062.40 บาท (แต่รอให้อายุ 55 ปีบริบูรณ์ถึงรับได้นะ)

ระหว่างรออายุถึง 55 ปี ก็สามารถเปลี่ยนไปเป็นประกันตนเองมาตรา 39 ได้ และเมื่ออายุครบ 55 ปีก็จะมีเงินสมทบชราภาพเพิ่มอีกหน่อยจากที่จ่ายเงินสมทบมาตรา 39 ไปรวมถึงยังสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลและอื่น ๆ ต่ออีกได้ 

ข้อควรระวัง ควรคำนวณเดือนที่จ่ายเงินสมทบว่า หากเปลี่ยนไปมาตรา 39 ระหว่างรออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์นั้น รวมการจ่ายเงินสมทบทั้งหมดจะเป็นกี่เดือน

เพราะหากจ่ายตั้งเเต่ 180 เดือนขึ้นไป ประกันสังคมจะปรับเป็นการจ่ายเงินบำนาญชราภาพรายเดือนตลอดชีวิตในอัตรา = 20% ของเงินค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นหลักฐานคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

กรณี มาตรา 33 ฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท แต่หากเป็นมาตรา 39 ฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 4,800 บาท เท่ากับจะได้รับเงินบำนาญชราภาพแค่ 960 บาทต่อเดือนเองนะ

เลือกได้ไหม จะเลือกรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญ เมื่อครบ 55 ปีบริบูรณ์ ? 

คำตอบคือ เลือกไม่ได้ ณ ปัจจุบัน (มิ.ย. 2566) ประกันสังคมได้ใช้เกณฑ์การแบ่งระหว่างกรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญจากจำนวนเดือนที่ส่งสมทบ 

บำเหน็จชราภาพ จะให้แก่ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 1-179 เดือน โดยจะได้รับเป็นเงินก้อน 1 ครั้ง

บำนาญชราภาพ จะให้แก่ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน โดยจะได้รับรายเดือนไปตลอดชีวิต

ขั้นตอนยื่นขอรับ เงินบำเหน็จชราภาพ

ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับบำเหน็จ หรือบำเหน็จชราภาพ ได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ใกล้บ้าน หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา โดยใช้เอกสาร ดังนี้

  • เป็นบัตรประชาชนตัวจริง
  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรก ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอฯ ประเภทออมทรัพย์ที่จะรับโอนเงิน แต่หากผู้ประกันตนมีบัญชีพร้อมเพย์ที่ใช้เลขบัตรประชาชนผูกกับบัญชีออมทรัพย์ สามารถแจ้งขอรับเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ไปพร้อมการยื่นคำร้องได้ โดยไม่ต้องใช้สำเนาสมุดบุญชีธนาคาร (บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ไม่สามารถใช้ได้)

รับเงินบำเหน็จชราภาพ กี่วันได้ 

  • เงินบำเหน็จ ได้รับภายใน 7-10 วันทำการ (ไม่นับวันหยุดราชการ) หลังจากได้รับการอนุมัติ
  • เงินบำนาญ หลังจากได้รับการอนุมัติ จะมีเงินโอนเข้าบัญชีภายในวันที่ 25 ของเดือนถัดไป

เช็คเงินสมทบที่นำส่งประกันสังคม ยังไง

ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบผ่านช่องทางออนไลน์ได้ 3 ช่องทาง คือ

  1. เว็บไซต์ของ สปส. www.sso.go.th
  2. แอปพลิเคชั่น SSO Connect สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง ระบบ iOS และ Android 
  3. Line Official Account ของ สปส. @ssothai

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile