ใครที่เคยอยู่ในประกันสังคม อย่าลืมว่าเรามีสิทธิได้รับ เงินบำเหน็จชราภาพ หรือเงินก้อนหลังเกษียณ ด้วยนะ แล้วเงื่อนไขการรับเงินมีอะไรบ้าง จะได้เงินก้อนใหญ่แค่ไหน วันนี้พี่ทุย คำนวณเงินบำเหน็จ ปี 2566 มาให้ฟัง ไปกันเลย
เงินบำเหน็จชราภาพ คืออะไร
เงินบำเหน็จชราภาพ คือ เงินชราภาพที่ประกันสังคมจะจ่ายเป็นเงินก้อนครั้งเดียว เมื่อ
1) ผู้ประกันตนอายุ 55 ปี และจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน หรือ
2) ผู้รับบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือน นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับบำนาญ
เงื่อนไขการรับ เงินบำเหน็จชราภาพ
- จ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 12 เดือน เงินบำเหน็จชราภาพ = จำนวนเงินสมทบเฉพาะที่ผู้ประกันตนจ่ายให้สำนักงานประกันสังคม
- จ่ายเงินสมทบ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 180 เดือน เงินบำเหน็จชราภาพ = จำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่าย + นายจ้างจ่ายเงินสมทบให้ + ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี
- กรณีผู้รับบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือน นับตั้งแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ เงินบำเหน็จชราภาพ = 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต
เงินบำเหน็จชราภาพ ต่างจาก บำนาญชราภาพ ยังไง ?
เงินบำนาญชราภาพ คือ เงินชราภาพที่ประกันสังคมจะจ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต หลังอายุ 55 ปี
เงื่อนไขการรับเงินบำนาญชราภาพ
กรณี ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนตลอดชีวิตในอัตรา = 20% ของเงินค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นหลักฐานคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
กรณี ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะเพิ่มอัตราการจ่ายเงินบำนาญให้อีก 1.5% ของระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก ๆ 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน
อ่านเพิ่ม
คำถามต่อมาคือ สรุปแล้ว ประกันสังคมจะจ่ายเงินชราภาพเท่าไหร่? ซึ่งทางประกันสังคมก็มีสูตรคำนวณเงินชราภาพอยู่ ซึ่งตัวแปรสำคัญก็คือจำนวน “เงินสมทบ”
เงินสมทบมาจากไหน
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 เงินสมทบมี 2 ส่วน
- เงินที่ผู้ประกันตนถูกหัก 5% ของเงินเดือน (ฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท) หรือที่มนุษย์เงินเดือนถูกหัก 750 บาททุกเดือน
- นายจ้างส่งเงินสมทบให้อีก 5% ของเงินเดือน
เงินสมทบถูกเอาไปใช้อะไรบ้าง
การแบ่งเงินสมทบของ ม.33 จะถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 สัดส่วน 1.5% หรือจำนวน 225 บาท ไว้ใช้กรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต ถึงแม้ไม่ใช้สิทธิก็ไม่ได้รับเงินคืน
ส่วนที่ 2 สัดส่วน 0.5% จำนวน 75 บาท ไว้ใช้กรณีว่างงาน ถ้าผู้ประกันตน ม.33 ว่างงานเมื่อไหร่ ก็สามารถขอใช้สิทธิประโยชน์ส่วนนี้ได้ภายใต้เงื่อนไขจ่ายเงินสมทบติดต่อกัน 6 เดือนภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อมีเงินใช้ระหว่างหางานใหม่ และหากไม่ใช้สิทธิก็ไม่ได้รับเงินคืน
อ่านเพิ่ม
ส่วนที่ 3 สัดส่วน 3% จำนวน 450 บาท ไว้ใช้กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ จะได้คืนเมื่ออายุครบ 55 ปี
อ่านเพิ่ม
ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 เงินเข้ากองทุน 432 บาทต่อเดือน และรัฐบาลจะช่วยสมทบอีก 120 บาทต่อเดือน ในส่วนนี้เท่าที่พี่ทุยค้นหาไม่พบข้อมูลที่ระบุว่า ประกันสังคมแบ่งเงินไปยัง 6 สิทธิประโยชน์ในสัดส่วนเท่าไรบ้าง ( 6 สิทธิประโยชน์ ได้แก่ เจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และเสียชีวิต) ถ้าใครมีข้อมูลก็แชร์มาได้นะ
อ่านเพิ่ม
ทั้งนี้ ก่อนจะเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 ได้ ก็เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน ก็เท่ากับว่า มีเงินเงินสมทบกรณีชราภาพสะสมอยู่ในสัดส่วน 3% ตามข้างต้น ที่จะถูกมาคำนวณด้วย
วิธีคำนวณเงินบำเหน็จ มาตรา 33 มาตรา 39 ได้เท่าไหร่ ?
กรณีที่ 1 จ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 12 เดือน เงินบำเหน็จชราภาพ = จำนวนเงินสมทบเฉพาะที่ผู้ประกันตนจ่ายให้สำนักงานประกันสังคม
เช่น ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบได้ 10 เดือน เดือนละ 450 บาท จะได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับ 450 x 10 = 4,500 บาท
กรณีที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 180 เดือน เงินบำเหน็จชราภาพ = จำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่าย + นายจ้างจ่ายเงินสมทบให้ + ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี
เช่น พี่ทุยเป็นผู้ประกันตนประกันสังคม มาตรา 33 อายุ 50 ปี ทำงานมา 60 เดือน (=ส่งเงินสมทบมา 60 เดือน) ได้เงินเดือน 100,000 บาท
แต่จะได้เงินจำนวนมากแค่ไหน ประกันสังคมก็คำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดเดือนละ 15,000 บาท = จ่ายเงินสมทบให้ประกันสังคมที่จำนวน 750 บาท แบ่งเป็นกรณีชราภาพ 450 บาท
สิ้นสุดสภาพการเป็นลูกจ้างวันที่ 31 ธ.ค. 2565 ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทน ในวันที่ 10 ม.ค. 2566 เจ้าหน้าที่ประกันสังคม จะดึงข้อมูลในระบบในส่วนของ รายการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนย้อนหลังในกรณีชราภาพ ดังนี้
เท่ากับ พี่ทุย จะได้รับเงินบำเหน็จเมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ตามเงื่อนไขของประกันสังคม = 54,000 บาท แต่ยังไม่หมดเท่านี้ ยังต้อง + ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี
ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี คืออะไร อัตราใหม่ 2566 ทำให้เงินบำเหน็จมากขึ้นแค่ไหน ?
ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี คือ เงินปันผลที่ประกันสังคมนำเงินสมทบไปลงทุนแล้วมาจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 โดยปี 2566 ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ คำนวณจ่ายในอัตราใหม่ คือ 3.46% ต่อปี โดยใช้คำนวณของปี 2565 ซึ่งประกาศเกิดขึ้นในปี 2566 (อีกคำที่ใช้เรียกแทน ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี นั่นคือ ดอกเบี้ย)
อัตราผลประโยชน์ตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี มีดังนี้
วิธีคำนวณเงินบำเหน็จ 2566 ได้เงินกี่บาท ?
กรณี ปีไหนที่ทำงานไม่ครบ 12 เดือน (ส่งเงินสมทบไม่ครบ 12 เดือน) ใน 1 รอบปีปฏิทิน ให้คำนวณดอกเบี้ยเท่ากับจำนวนเดือนที่ส่ง เช่น หากปี 2565 ทำงานแค่ 9 เดือน จะคำนวณ ดังนี้
[(10,800+10,800+10,800+10,800+10,800) x 3.46%] x 9/12 = 1,401.30 บาท
สรุป
พี่ทุยเป็นผู้ประกันตนประกันสังคม มาตรา 33 อายุ 50 ปี ทำงานมา 60 เดือน เงินบำเหน็จที่จะได้รับประกอบด้วย
= 27,000 (เงินผู้ประกันตน) + 27,000 (เงินนายจ้าง) + 5,299.56 (ผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี)
เท่ากับ 56,062.40 บาท (แต่รอให้อายุ 55 ปีบริบูรณ์ถึงรับได้นะ)
ระหว่างรออายุถึง 55 ปี ก็สามารถเปลี่ยนไปเป็นประกันตนเองมาตรา 39 ได้ และเมื่ออายุครบ 55 ปีก็จะมีเงินสมทบชราภาพเพิ่มอีกหน่อยจากที่จ่ายเงินสมทบมาตรา 39 ไปรวมถึงยังสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลและอื่น ๆ ต่ออีกได้
ข้อควรระวัง ควรคำนวณเดือนที่จ่ายเงินสมทบว่า หากเปลี่ยนไปมาตรา 39 ระหว่างรออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์นั้น รวมการจ่ายเงินสมทบทั้งหมดจะเป็นกี่เดือน
เพราะหากจ่ายตั้งเเต่ 180 เดือนขึ้นไป ประกันสังคมจะปรับเป็นการจ่ายเงินบำนาญชราภาพรายเดือนตลอดชีวิตในอัตรา = 20% ของเงินค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นหลักฐานคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
กรณี มาตรา 33 ฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท แต่หากเป็นมาตรา 39 ฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 4,800 บาท เท่ากับจะได้รับเงินบำนาญชราภาพแค่ 960 บาทต่อเดือนเองนะ
เลือกได้ไหม จะเลือกรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญ เมื่อครบ 55 ปีบริบูรณ์ ?
คำตอบคือ เลือกไม่ได้ ณ ปัจจุบัน (มิ.ย. 2566) ประกันสังคมได้ใช้เกณฑ์การแบ่งระหว่างกรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญจากจำนวนเดือนที่ส่งสมทบ
บำเหน็จชราภาพ จะให้แก่ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 1-179 เดือน โดยจะได้รับเป็นเงินก้อน 1 ครั้ง
บำนาญชราภาพ จะให้แก่ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน โดยจะได้รับรายเดือนไปตลอดชีวิต
ขั้นตอนยื่นขอรับ เงินบำเหน็จชราภาพ
ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับบำเหน็จ หรือบำเหน็จชราภาพ ได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ใกล้บ้าน หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา โดยใช้เอกสาร ดังนี้
- เป็นบัตรประชาชนตัวจริง
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรก ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอฯ ประเภทออมทรัพย์ที่จะรับโอนเงิน แต่หากผู้ประกันตนมีบัญชีพร้อมเพย์ที่ใช้เลขบัตรประชาชนผูกกับบัญชีออมทรัพย์ สามารถแจ้งขอรับเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ไปพร้อมการยื่นคำร้องได้ โดยไม่ต้องใช้สำเนาสมุดบุญชีธนาคาร (บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ไม่สามารถใช้ได้)
รับเงินบำเหน็จชราภาพ กี่วันได้
- เงินบำเหน็จ ได้รับภายใน 7-10 วันทำการ (ไม่นับวันหยุดราชการ) หลังจากได้รับการอนุมัติ
- เงินบำนาญ หลังจากได้รับการอนุมัติ จะมีเงินโอนเข้าบัญชีภายในวันที่ 25 ของเดือนถัดไป
เช็คเงินสมทบที่นำส่งประกันสังคม ยังไง
ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบผ่านช่องทางออนไลน์ได้ 3 ช่องทาง คือ
- เว็บไซต์ของ สปส. www.sso.go.th
- แอปพลิเคชั่น SSO Connect สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง ระบบ iOS และ Android
- Line Official Account ของ สปส. @ssothai
อ่านเพิ่ม