ซูดานเกิดสงครามกลางเมือง วิกฤตที่กำลังเขย่าโลก ไทยก็โดนผลกระทบ

ซูดานเกิดสงครามกลางเมือง วิกฤตที่กำลังเขย่าโลก ไทยก็โดนผลกระทบ

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ชนวนเหตุเกิดจากความไม่ลงรอยของ 2 นายพลในการกำหนดอนาคตของประเทศ และการไปแตะเรื่องผลประโยชน์ที่อีกฝ่ายถือครองอยู่ โดยเฉพาะการดูแลผลประโยชน์เหมืองแร่ พลังงาน และการส่งออกทหารรับจ้าง
  • วิกฤตหนนี้มีหลายประเทศเกี่ยวข้อง เพราะซูดานมีพรมแดนติดกับหลายประเทศ แถมชาติอาหรับยังนิยมมาจ้างนักรบซูดานไปรบแทนที่สมภูมิต่างประเทศ ขณะที่รัสเซียเข้ามาลงทุนทำธุรกิจเหมือง และเตรียมแผนตั้งฐานทัพเรือ ทำให้ทั่วโลกจับตาความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่กระพริบตา 
  • ไทยก็มี่เกี่ยวกับวิกฤตหนนี้ เพราะไทยส่งออกนักศึกษาไทยมุสลิมไปเรียนที่ซูดานไม่น้อย ดังนั้นจึงต้องรีบส่งความช่วยเหลือไปอพยพและดูแลคนไทยที่นั่นอย่างเร่งด่วน ขณะที่การค้าที่มีมูลค่าถึง 3,000 ล้านบาท คาดว่าจะกระทบหนัก เพราะทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้งมูลค่าจะตกฮวบทันที

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ข่าวคราว ซูดานเกิดสงครามกลางเมือง เป็นที่พูดถึงทั่วโลก เมื่อนานาประเทศต่างพากันเร่งอพยพประชาชนและเจ้าหน้าที่การทูตของตนออกนอกประเทศกันอย่างจ้าละหวั่น หลังจากที่การเผชิญหน้ากันระหว่างกองกำลังรัฐบาลและกลุ่มทหารพรานทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 420 คน บาดเจ็บอีกกว่า 3,700 คน     

หลายคนอาจคงสงสัยว่าแล้วทำไมเหตุกาณ์ดังกล่าวถึงเกิดขึ้น และทำไมทั่วโลกถึงติดตามอย่างใกล้ชิด และเมืองไทยของเราไปเกี่ยวอะไรด้วย วันนี้พี่ทุยมีคำตอบให้ ไปฟังกัน 

ทำไม ซูดานเกิดสงครามกลางเมือง ?

ต้องขอเกริ่นแบบนี้ก่อนว่า “ประเทศซูดาน” มีการปกครองอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน จนมาถึงเมื่อปี 2021 ได้เกิดการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนขึ้น 

ทำให้นับแต่นั้นมาซูดานตกอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลทหารมาโดยตลอด ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติที่ต้องการให้ทหารคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อจัดการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนขึ้นบริหารประเทศ

นำไปสู่รอยร้าวขึ้นภายในคณะรัฐบาลทหารระหว่างฝ่าย “นายพล อับเดล ฟาตาห์ เบอร์ฮัน” ผู้บัญชาการทหารของซูดาน ต้องการจะนำพาประเทศกลับหวนคืนสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย กับ “นายพลโมฮัมหมัด ฮัมแดน ดาโกโล” ผู้บัญชาการกลุ่มทหารพราน รู้จักกันในนามกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) ต้องการพยายามรักษาอำนาจที่มีอยู่ไว้ 

ความไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับทิศทางอนาคตของประเทศได้ทวีความร้อนแรงขึ้นหลังจากที่ฝ่าย “นายพล อับเดล ฟาตาห์ เบอร์ฮัน” ผู้บัญชาการทหารของซูดาน ต้องการให้ควบรวมกองกำลัง RSF เข้ามาไว้ในกองทัพรัฐบาลอย่างเป็นทางการ  

ข้อเสนอแบบนี้ย่อมทำให้ “นายพลโมฮัมหมัด ฮัมแดน ดาโกโล” ผู้บัญชาการกองกำลัง RSF สูญเสียอำนาจในการควบคุมกองกำลังในมือ รวมถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเข้าเต็ม ๆ 

นั่นเพราะกองกำลังดังกล่าวได้ประโยชน์จากดูแลการเหมืองทองและแหล่งแร่จำนวนมากในประเทศ แถมยังมีข่าวลือว่าแอบรับงานเสริม โดยส่งอออกกองกำลัง RSF ไปทำสงครามในต่างประเทศด้วย โดยมีกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักจากตะวันออกกลางเป็นนายทุน

ขณะที่ฟากฝั่งของ“นายพล อับเดล ฟาตาห์ เบอร์ฮัน” ผู้บัญชาการทหารของซูดาน ก็ใช่ว่าจะใส ๆ ซื่อ ๆ เพราะในแง่หนึ่งกองกำลังทหารรัฐบาลก็กำผลประโยชน์าทางเศรษฐกิจและการค้าไว้ในมือไม่น้อย โดยมีกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำในประเทศมาเกี่ยวข้องด้วย 

สรุปแบบเข้าใจง่ายคือวิกฤตการณ์การสู้รบในซูดานหนนี้ จึงไม่ใช่เรื่องของความขัดแย้งทางทหารหรืออุดมการณ์ทางการเมืองอย่างเดียว หากแต่มีเรื่องของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ซูดานเกิดสงครามกลางเมือง วิกฤตที่กำลังเขย่าโลก ไทยก็โดนผลกระทบ

ซูดานเกิดสงครามกลางเมือง กระทบต่อประชาคมโลกอย่างไร ?

ผลของสงครามกลางเมืองไม่เพียงแต่ทำให้ซูดานเสี่ยงต่อการกลายเป็นรัฐล้มเหลวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปยังประเทศอื่น ๆ รวมถึงประชาคมโลกด้วย 

เพราะไหนจะต้องรองรับกับผู้อพยพลี้ภัยกว่าหลายล้านคน และไหนจะผลประโยชน์ทางธุรกิจที่นานาประเทศเข้าไปลงทุนไว้เป็นจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะในธุรกิจเหมืองแร่และพลังงาน 

  • สงครามกลางเมืองซูดานกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน  

มองเฉพาะเชิงกายภาพก็ดูออกแล้วว่าสำคัญขนาดไหน เพราะประเทศแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของทวีปแอฟฟริกา แถมยังเชื่อมต่อแม่น้ำไนล์ที่เป็นเส้นเลือดหลักหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนกว่าหลายร้อยล้านคนทั้งในประเทศอียิปต์และประเทศเอธิโอเปีย

ด้วยความใกล้ชิดทางพรมแดนธรรมชาตินี้เองทำให้อียิปต์มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับกองกำลังทุก ๆ ฝ่ายในซูดานเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันอียิปต์ก็ต้องการคบหาและสนิทสนมกับกองกำลังต่าง ๆ ซูดานในไว้เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับเอธิโอเปียที่เป็นคู่แข่งของอียิปต์ 

ขณะเดียวกันซูดานยังมีพรมแดนเชื่อมต่อกับอีก 5 ประเทศ ประกอบด้วย ลิเบีย ชาด สาธารณรัฐแอฟริกากลาง เอริเทรีย และซูดานใต้ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีประเด็นปัญหากับกลุ่มกบฏภายในของตนเองตรงบริเวณชายแดนเหมือน ๆ กัน

ทำให้วิกฤตความขัดแย้งในซูดานเสี่ยงที่จะทำให้ปมขัดแย้งที่มีอยู่แล้วในประเทศข้างเคียงปะทุหรือทวีความรุนแรงมากขึ้น อย่างน้อย ๆ ก็คือการหลั่งไหลเข้าออกของกองกำลังและกลุ่มหัวรุนแรงที่เข้าไปปฏิบัติการในประเทศซูดาน และหนีออกมาจากประเทศซูดานเพื่อลี้ภัย หรือซ่องสุมกองกำลังยามเพลี่ยงพล้ำ         

  • วิกฤตซูดานกับกลุ่มประเทศในภูมิภาค 

โดยมีกลุ่มประเทศอาหรับเป็นผู้มีบทบาทหลัก เพราะหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย เข้าไปลงทุนในธุรกิจพลังงานจำนวนมาก

ซึ่งการเข้าไปลงทุนในดินแดนต่างชาติที่รัฐบาลไม่สามารถให้ความคุ้มครองดูแลได้ทั้งหมด การพึ่งพากองกำลังท้องถิ่นมาดูแลความปลอดภัยให้ย่อมเป็นสิ่งที่จะเลี่ยงไม่ได้ โดยที่ผ่านมาสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับกองกำลัง RSF เป็นอย่างดี

และผลจากรากฐานความคุ้นเคยกันนี้เองก็ทำให้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปจนถึงซาอุดิอาระเบีย ยินดีจ้างนักรบ RSF มาทำหน้าที่รบกับกลุ่มกบฏฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลังอยู่ในสมรภูมิประเทศเยเมนมาโดยตลอด

  • วิกฤตสงครามกลางเมืองซูดาน สู่ กลุ่มประเทศมหาอำนาจ

รัสเซียถือเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจที่เข้าไปเกี่ยวดองหนองยุ่งมากเป็นอันดับต้น ๆ เลย เพราะรัฐบาลมอสโคว์มีแผนที่จะตั้งฐานทัพเรือในซูดานมานานแล้ว เพื่อผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการควบคุมดูแลเส้นทางการค้าในทะเลแดง ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างยุโรปกับกลุ่มประเทศอาหรับ

หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดของความเกี่ยวพันของรัสเซียกับซูดานคือ การที่บริษัททหารรับจ้างของรัสเซีย คือ แวกเนอร์ กรุ๊ป เข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการในซุดานอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2017 โดยคาดว่าจะเข้ามาทำธุรกิจขนของผิดกฎหมายและการทำเหมืองแร่

นั่นจึงทำให้เหล่าชาติมหาอำนาจต่างจับตาความเคลื่อนไหวของประเทศซูดานมาโดยตลอด และเกรงว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะทำให้ทิศทางของซูดานเอนเอียงไปเข้าทางรัสเซียมากขึ้นหรือไม่ 

เพราะก่อนหน้านี้หลายฝ่ายเชื่อกันว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหารในปี ค.ศ.2021           

วิกฤตซูดาน สงครามกลางเมือง เกี่ยวข้องอย่างไรกับไทยยังไง ?

แม้ว่าซูดานกับไทยจะอยู่กันไกลคนละทวีป แต่กลับมีความเกี่ยวข้องกันไม่น้อย เพราะว่ามีคนไทยและนักธุรกิจเข้าไปลงทุนอยู่พอสมควร อีกทั้งโดยส่วนมากจะเป็นกลุ่มคนไทยมุสลิมที่นิยมเข้าไปเรียนและศึกษาในประเทศดังกล่าว

จึงทำให้รัฐบาลไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดส่งเครื่องบินและความช่วยเหลือต่าง ๆ ไปดูแลอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้  แม้ว่าซูดานจะไม่ใช่ประเทศคู่ค้าหลักในอันดับต้น ๆ ของไทย แต่ว่ามูลค่าการค้าเฉลี่ยระหว่างกันมีมากถึง 3,000 กว่าล้านบาท และไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามาโดยตลอด โดยสินค้าที่ส่งไปขายได้แก่  อาหาร สินค้าอุตสาหกรรม อุปกรณ์ในการกลั่นและการขนส่ง ยาและเคมีภัณฑ์ สิ่งทอ และข้าวสาลี  

ขณะที่สินค้าที่ไทยนำเข้าจากซูดานส่วนใหญ่ ประกอบด้วย น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ฝ้าย งา ปศุสัตว์ ถั่วลิสง ยางอารบิก และน้ำตาล 

สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจทำให้มูลค่าทางการค้าระหว่างสองประเทศได้รับผลกระทบ โดยเห็นได้จากทุกครั้งที่มีวิกฤต ยอดการค้าจะตกฮวบลงทันที เห็นได้จากผลของวิกฤตการณ์เมืองในปี ค.ศ. 2021 หรือ พ.ศ.2564  ที่ทำให้มูลค่าการค้าระหว่างสองเหลือเพียง 946 ล้านบาท

พี่ทุยจึงได้แต่หวังว่าสงครามและความรุนแรงในประเทศซูดานจะสงบโดยเร็ว และทำให้ประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขเสียที เพราะสงครามมีแต่ผู้เสียมากกับเสียหายน้อยเืท่านั้น และสุดท้ายผู้ได้รับความบอบช้ำมากที่สุดก็คือประชาชนทั้งประเทศ และประชาคมโลกที่จะได้รับผลไปด้วย

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile