ออมทอง

ออมทอง ยุคใหม่ แอปหรือกองทุนดี? เปรียบเทียบชัดก่อนตัดสินใจ

5 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • แอปออมทอง: มีหลายแอป เช่น Get Gold, แม่ทองสุข, GOLD2Go โดยส่วนใหญ่เริ่มต้นออมได้ตั้งแต่ 100 บาท และสามารถสะสมจนครบจำนวน (เช่น 0.3 กรัม, 0.5 กรัม, 1 กรัม) เพื่อถอนเป็นทองคำแท่งได้จริง
  • กองทุนทองคำ: มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีที่น่าสนใจ (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ส.ค. 68) โดยมีตั้งแต่ 29.34% ไปจนถึง 31.96% (เช่น LHGOLD-E: 31.96% และ SCBGOLDH: 30.74%)
  • ข้อควรพิจารณา: ทั้งแอปออมทองและกองทุนทองคำเป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนทองคำระยะยาว แต่ควรจำไว้ว่าผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ช่วงนี้การ ออมทอง กำลังมาแรงมาก หลายคนหันมาสนใจออมทองเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ป้องกันเงินเฟ้อ และสร้างความมั่นคงทางการเงิน แต่คำถามคือ เราควรเลือกออมทองผ่านช่องทางไหนดี ระหว่างแอปออมทองกับกองทุนทองคำ

วันนี้พี่ทุยจะพามาเปรียบเทียบทั้งสองช่องทางแบบละเอียด พร้อมรายชื่อแอปและกองทุนที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกคนเลือกได้ตามความเหมาะสมกับตัวเอง

ทำไมต้อง ออมทอง

ก่อนจะไปดูว่าควรเลือกช่องทางไหน พี่ทุยอยากอธิบายก่อนว่าทำไมการออมทองถึงเป็นที่นิยม

  1. ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อเศรษฐกิจไม่แน่นอน หุ้นตกหนัก เงินบาทอ่อนค่า ราคาทองมักจะขึ้น เพราะนักลงทุนทั่วโลกมองว่าทองเป็นที่พึ่งที่ปลอดภัย
  2. ป้องกันเงินเฟ้อ มูลค่าของเงินสดลดลงทุกปีเพราะเงินเฟ้อ แต่ทองคำมักจะรักษามูลค่าได้ดี หรือแม้กระทั่งเพิ่มมูลค่าขึ้นในระยะยาว
  3. กระจายความเสี่ยง การมีทองคำในพอร์ตการลงทุนจะช่วยลดความผันผวนโดยรวม เพราะทองมักจะเคลื่อนไหวไปคนละทิศทางกับหุ้นและตราสารหนี้
  4. สภาพคล่องสูง ทองคำสามารถขายเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ หรือทองในรูปแบบดิจิทัล

ช่องทางที่ 1 แอป ออมทอง ดิจิทัล

ช่องทางแรกที่กำลังได้รับความนิยมมากในยุคนี้คือ แอปออมทอง ซึ่งเป็นการออมทองในรูปแบบดิจิทัล ไม่ต้องถือทองคำจริง แต่สามารถถอนเป็นทองคำแท่งได้เมื่อสะสมครบตามเงื่อนไข

พี่ทุยรวบรวมแอปออมทองที่น่าสนใจมาให้ดังนี้

  • Get Gold เริ่มต้นที่ 100 บาท สะสมครบ 1 กรัม ถอนเป็นทองคำแท่งได้จริง เป็นหนึ่งในแอปที่ได้รับความนิยมมาก มีอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย
  • MTS Gold แม่ทองสุก เริ่มต้นที่ 100 บาท สะสมครบ 1 กรัม ถอนเป็นทองคำแท่งได้จริง เป็นแอปจากร้านทองชั้นนำที่มีประวัติยาวนาน ทำให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือ
  • ARR Gold Saving เริ่มต้นที่ 100 บาท สะสมครบ 1 กรัม ถอนเป็นทองคำแท่งได้จริง มีระบบการจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้
  • GOLD2Go เริ่มต้นที่ 100 บาท สะสมครบ 0.5 กรัม ถอนเป็นทองคำแท่งได้จริง ข้อดีคือถอนได้เร็วกว่าแอปอื่น เพราะครบแค่ 0.5 กรัม
  • GCAP เริ่มต้นที่ 100 บาท สะสมครบ 0.3 กรัม ถอนเป็นทองคำแท่งได้จริง เป็นแอปที่ให้ถอนได้เร็วที่สุด เพราะครบแค่ 0.3 กรัม
  • AUSIRIS เริ่มต้นที่ 1,000 บาท สะสมครบ 1 กรัม ถอนเป็นทองคำแท่งได้จริง เหมาะกับคนที่มีเงินออมมากกว่าเล็กน้อย
  • GOLD NOW เริ่มต้นที่ 1,000 บาท สะสมครบ 1 กรัม ถอนเป็นทองคำแท่งได้จริง มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี

ข้อดีของแอปออมทองคือ เริ่มต้นได้ต่ำมาก แค่ 100 บาทก็ออมทองได้แล้ว ไม่ต้องรอให้มีเงินก้อนใหญ่ ใช้งานง่ายผ่านมือถือ สามารถถอนเป็นทองคำแท่งได้จริงเมื่อสะสมครบตามเงื่อนไข และไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาทองคำจริง

ข้อเสียคือ มีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย บางแอปมีค่าธรรมเนียมการถอน ต้องสะสมให้ครบตามเงื่อนไขถึงจะถอนเป็นทองคำแท่งได้ และมีความเสี่ยงจากความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ให้บริการ

เหมาะกับ คนที่มีเงินออมน้อย อยากเริ่มต้นออมทองแต่ยังไม่มีเงินมาก ชอบความสะดวกในการใช้งาน และไม่อยากยุ่งเรื่องการเก็บรักษาทองคำจริง

ออมทอง

ช่องทางที่ 2 กองทุนรวมทองคำ

ช่องทางที่สองคือการลงทุนผ่านกองทุนรวมทองคำ ซึ่งเป็นการรวมเงินจากนักลงทุนหลายคนไปซื้อทองคำ แล้วแบ่งผลตอบแทนตามสัดส่วนที่ลงทุน พี่ทุยรวบรวมกองทุนทองคำที่มีผลตอบแทนน่าสนใจมาให้ โดยดูจากผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2568 จากเว็บ Morningstar Thailand

  • iGOLD-G ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 29.34% เป็นกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ เหมาะกับผู้ลงทุนทั่วไป
  • KF-HGOLD ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 29.75% เป็นกองทุนจากบริษัทจัดการที่มีชื่อเสียง มีการบริหารจัดการที่ดี
  • SCBGOLDHP ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 29.94% เป็นกองทุนที่มีโครงสร้างการลงทุนแบบป้องกันความเสี่ยง
  • SCBGOLDH ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 30.74% เป็นกองทุนที่ให้ผลตอบแทนดี มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
  • LHGOLD-D ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 31.83% เป็นกองทุนที่จ่ายเงินปันผล เหมาะกับคนที่ต้องการกระแสเงินสดเป็นระยะ
  • LHGOLD-A ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 31.96% เป็นกองทุนที่สะสมผลตอบแทนไว้ในกองทุน เหมาะกับการลงทุนระยะยาว
  • LHGOLD-E ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 31.96% เป็นกองทุนที่มีโครงสร้างค่าธรรมเนียมพิเศษ

ผลตอบแทนน่ารักขนาดนี้ ทำให้หลายคนสนใจที่จะลงทุนผ่านกองทุนทองคำ แต่อย่าลืมว่าผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคตนะ ข้อดีของกองทุนทองคำคือ ผลตอบแทนโปร่งใส เห็นได้ชัดเจน ไม่ต้องถอนเป็นทองคำจริง ขายคืนได้ง่ายเป็นเงินสด สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้บางกองทุน และมีการบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ

ข้อเสียคือ มีค่าธรรมเนียมการจัดการประจำปี ไม่สามารถถอนเป็นทองคำแท่งได้ ราคาขึ้นลงตามตลาด อาจขาดทุนได้ในระยะสั้น และต้องลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์หรือแอปซื้อกองทุน

เหมาะกับ คนที่ต้องการผลตอบแทนที่ชัดเจน ไม่ต้องการถือทองคำจริง อยากลงทุนระยะยาว และต้องการสภาพคล่องในการขายคืน

เปรียบเทียบแอปออมทองกับกองทุนทองคำ

มาดูภาพรวมเปรียบเทียบระหว่างสองช่องทางกัน

  • ด้านเงินเริ่มต้น แอปออมทองเริ่มต้นได้ต่ำกว่า แค่ 100 บาทก็เริ่มได้แล้ว ส่วนกองทุนทองคำส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 1,000 บาทขึ้นไป
  • ด้านความสะดวก แอปใช้งานง่าย กดซื้อผ่านมือถือได้ทันที ส่วนกองทุนต้องเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์หรือดาวน์โหลดแอปซื้อกองทุนก่อน
  • ด้านค่าธรรมเนียม แอปมีค่าธรรมเนียมซื้อขายและบางแอปมีค่าถอน ส่วนกองทุนมีค่าธรรมเนียมการจัดการประจำปี
  • ด้านผลตอบแทน แอปไม่มีการแสดงผลตอบแทนที่ชัดเจน แต่ได้ตามราคาทองในตลาด ส่วนกองทุนมีผลตอบแทนย้อนหลังให้ดูชัดเจน
  • ด้านการถอน แอปสามารถถอนเป็นทองคำแท่งได้เมื่อครบเงื่อนไข ส่วนกองทุนขายคืนเป็นเงินสดเท่านั้น
  • ด้านความเสี่ยง แอปมีความเสี่ยงจากความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ ส่วนกองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาทอง

ควรเลือกช่องทางไหน

หลังจากที่เห็นข้อมูลทั้งหมดแล้ว คำถามคือเราควรเลือกช่องทางไหน คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความต้องการของเราเอง

ถ้าเรามีเงินออมน้อย เริ่มต้นได้แค่ 100-500 บาทต่อเดือน อยากได้ทองคำจริง ๆ มาถือไว้ในอนาคต แอปออมทองคือทางเลือกที่ดี เพราะเริ่มต้นต่ำ และสามารถถอนเป็นทองคำแท่งได้ ถ้าเรามีเงินลงทุนพอสมควร อยากเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน ต้องการสภาพคล่องในการขายคืน และไม่จำเป็นต้องมีทองคำจริง กองทุนทองคำน่าจะเหมาะกว่า เพราะผลตอบแทนโปร่งใส และขายได้ง่าย

หรือถ้าเราต้องการทั้งสองอย่าง ก็สามารถแบ่งเงินออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งออมทองผ่านแอปเพื่อสะสมทองคำจริง อีกส่วนหนึ่งลงทุนในกองทุนทองคำเพื่อผลตอบแทน

เคล็ดลับการออมทองให้ประสบความสำเร็จ

ไม่ว่าจะเลือกช่องทางไหน พี่ทุยมีเคล็ดลับมาฝากกัน

  • เคล็ดลับแรก ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าออมทองเพื่ออะไร เพื่อเก็บไว้ขาย เพื่อสะสมทรัพย์สิน หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยง มีเป้าหมายจะทำให้มีแรงจูงใจ
  • เคล็ดลับที่สอง ออมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเดือนละเท่าไหร่ ต้องออมทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง จะได้เฉลี่ยต้นทุนการซื้อทอง ไม่ต้องกังวลว่าจะซื้อช่วงราคาสูง
  • เคล็ดลับที่สาม ศึกษาค่าธรรมเนียม แต่ละแอปและกองทุนมีค่าธรรมเนียมไม่เท่ากัน ต้องเช็คให้ดี เพราะค่าธรรมเนียมจะกัดกินผลตอบแทน
  • เคล็ดลับที่สี่ ไม่ควรเอาเงินทั้งหมดไปออมทอง ทองควรเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนเท่านั้น ควรกระจายไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ ด้วย
  • เคล็ดลับที่ห้า ติดตามราคาทองเป็นระยะ แม้จะออมระยะยาว แต่ก็ควรติดตามราคาทอง เพื่อรู้ว่าเงินของเราเป็นอย่างไร และปรับแผนได้ทันท่วงที
  • เคล็ดลับที่หก เลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นแอปหรือกองทุน ต้องเลือกจากบริษัทที่มีใบอนุญาต มีประวัติดี เพื่อความปลอดภัยของเงิน

ข้อควรระวังเมื่อ ออมทอง

แม้ทองจะเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรระวังบางอย่าง

  1. ราคาทองผันผวน แม้จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคาทองก็ขึ้นลงได้ ในระยะสั้นอาจขาดทุนได้ ต้องมองเป็นการลงทุนระยะยาว
  2. ทองไม่ได้ให้ผลตอบแทนประจำ ไม่เหมือนหุ้นที่มีเงินปันผล หรือเงินฝากที่มีดอกเบี้ย ทองให้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาเท่านั้น
  3. อย่าหลงเชื่อโฆษณาที่บอกว่าทองจะขึ้นแน่นอน ไม่มีใครรู้อนาคตได้ ราคาทองขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเศรษฐกิจโลก สงคราม และนโยบายธนาคารกลาง
  4. ระวังแอปหรือกองทุนปลอม ต้องตรวจสอบให้ดีว่าเป็นของจริง มีใบอนุญาตถูกต้อง ไม่ใช่เว็บหรือแอปหลอกลวง
  5. อย่าลงทุนด้วยเงินที่ต้องใช้เร็ว ๆ นี้ ทองเหมาะกับการลงทุนระยะยาว อย่างน้อย 3-5 ปีขึ้นไป อย่าเอาเงินฉุกเฉินมาลงทุนในทอง

เลือกช่องทางที่เหมาะกับตัวเอง

หลังจากที่พี่ทุยอธิบายไปทั้งหมดนี้ หวังว่าทุกคนจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ควรเลือกออมทองผ่านช่องทางไหน ทั้งแอปออมทองและกองทุนทองคำต่างก็มีข้อดีข้อเสียของตัวเอง ไม่มีทางไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีทางที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด

สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จักตัวเองว่ามีเป้าหมายอะไร มีเงินเท่าไหร่ ต้องการอะไร แล้วเลือกช่องทางที่ตอบโจทย์มากที่สุด และอย่าลืมนะครับว่า การลงทุนที่ดีคือการลงทุนที่เราเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรลงทุน ให้เวลาตัวเองศึกษาก่อน แล้วค่อยเริ่มเมื่อพร้อม

การออมทองเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างความมั่นคงทางการเงิน แต่ไม่ใช่ทางเดียว ควรกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ ด้วย เพื่อสร้างสมดุลและลดความเสี่ยง เริ่มออมทองตั้งแต่วันนี้ เลือกช่องทางที่เหมาะสม ออมอย่างสม่ำเสมอ และมองเป็นการลงทุนระยะยาว แล้วเราก็จะมีทรัพย์สินที่มีค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

อ่านบทความอื่น ๆ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile