"ผ่อนรถไม่ไหว" ทำยังไงไม่ให้ติดแบล็คลิสต์ ?

“ผ่อนรถไม่ไหว” ทำยังไงไม่ให้ติดแบล็คลิสต์ ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ผลกระทบจากโควิด-19 ที่เห็นชัดมากที่สุด คือ การตกงานของคนจำนวนมาก ทำให้เกิดสภาวะรายได้ขาดหาย ‘สภาพคล่อง’ เริ่มขาดมือจนผ่อนชำระของต่าง ๆ กันต่อไม่ไหว โดยเฉพาะการผ่อนชำระหนี้รถยนต์
  • การเข้าไปเจรจากับสถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์ที่เราใช้บริการ เพื่อร่วมหาทางออกจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา ไม่ทำให้ประวัติการเงินของเราเสีย และไม่ถูกบันทึกในเครดิตบูโรด้วย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

พี่ทุยว่าช่วงเวลานี้ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากสำหรับหลาย ๆ คน อีกหนึ่งคำถามที่พี่ทุยได้รับบ่อยในช่วงนี้ คือ “ผ่อนรถไม่ไหว” ทำยังไงต่อดี ?

ก่อนหน้านี้ช่วงปี 2018-2019 เราก็เริ่มเห็นกลิ่นไม่ดีของเศรษฐกิจมากันเรื่อย ๆ แล้วพอปี 2020 ที่มีการระบาดของโควิด-19 เข้ามาอีก ก็ยิ่งเป็นเหมือนตัวซ้ำทำให้ปัญหาเศรษฐกิจยิ่งชัดขึ้น รุนแรงมากขึ้น จากปกติที่รายได้ก็ไม่คล่องมือกันอยู่แล้ว พอมีโควิด-19 เข้ามาซ้ำเติมก็ทำให้รายได้แทบจะกลับไปเหลือ 0 เลยก็มี

ซึ่งพี่ทุยบอกก่อนว่า วิธีการแก้หนี้ที่พี่ทุยจะมาแนะนำในวันนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกบันทึกว่าเป็นประวัติไม่ดีลงในเครดิตบูโร เพราะทุกขั้นตอนนั้นเป็นการแนะนำแบบเข้าตามตรอกออกตามประตูแน่นอน

ก่อนอื่นเมื่อ ‘รายได้’ ขาดหายไปให้ลองประเมินตัวเองดูคร่าว ๆ ก่อนว่า การที่รายได้หายไปครั้งนี้เป็นปัญหาชั่วคราวหรือว่าตลอดไป เช่น ถ้าเราโดนพักงานเพราะการปิดเมือง แน่นอนว่าเมื่อกลับมาเปิดเมืองก็กลับมามีรายได้ อันนี้ถือเป็นปัญหาที่ไม่หนักเท่าไหร่

แต่ถ้าที่ทำงานเราต้องปิดกิจการ ไม่สามารถจ้างงานต่อได้ อันนี้ถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดไป เราต้องเริ่มหางานใหม่ ถ้าเราลองประเมินแล้วว่างานนี้ผ่อนไม่ไหวแน่ ๆ สิ่งหนึ่งที่พี่ทุยแนะนำเลยก็คือ “ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์ให้เร็วที่สุด”

เพราะผลกระทบจากโควิด-19 เป็นปัญหาที่กระทบในวงกว้าง สถาบันการเงินเองก็เข้าใจปัญหาตรงนี้ดี ทำให้มีแนวทางในการช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงเวลานี้เยอะอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • การปรับลดค่างวดให้น้อยลงเป็นการชั่วคราวเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง 
  • การหยุดพักชำระชั่วคราว 3-6 เดือน 

เพราะสถาบันการเงินเองก็ไม่อยากยึดทรัพย์ ไม่อยากตามทวงหนี้ ไม่อยากได้หนี้เสียเข้ามาอยู่ในบัญชีเหมือนกัน สิ่งที่สถาบันการเงินอยากได้มีเพียงแค่ดอกเบี้ยเท่านั้น การเข้าไปเจรจาร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาเป็นอะไรที่สถาบันการเงินชอบมาก 

แต่ถ้าเจรจาต่อรองแล้วก็ยัง “ผ่อนรถไม่ไหว” อยู่ ต้องการขายรถทิ้งไปเพื่อปิดหนี้ ต้องทำอย่างไร ?

สำหรับใครที่ตัดสินใจแล้วว่าไม่ไหวจริง ๆ ต้องการขายรถออกไปเพื่อปิดหนี้ เราจะต้องกลับมาดูก่อนว่า ‘ราคาตลาด’ เทียบกับ ‘ยอดหนี้คงเหลือ’ อะไรมากกว่ากัน

ถ้า ‘ราคาตลาด’ มากกว่า ‘ยอดหนี้คงเหลือ’

อันนี้ถือว่าชิว ๆ เราก็แค่นำรถไปขายแล้วก็นำเงินมาปิดยอดหนี้ให้เรียบร้อย หรือจะขายดาวน์แล้วให้ผู้ซื้อนำไปผ่อนต่อก็สามารถทำได้

แต่ถ้า ‘ราคาตลาด’ น้อยกว่า ‘ยอดหนี้คงเหลือ’

อันนี้อาจจะต้องคุยกันยาวนิดนึง เพราะถือว่าเป็นการขายแบบขาดทุนเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อเราขายรถไปแล้ว เงินที่นำมาปิดยอดหนี้ก็ยังไม่พอ ทำให้เรายังคงต้องเป็นหนี้ในส่วนที่เหลือต่อไป ซึ่งเราสามารถขอเจรจากับทางเจ้าหนี้ เพื่อลดหนี้โดยตรง

เพราะหลายครั้งที่เจ้าหนี้เห็นความตั้งใจในการจัดการปัญหา ไม่เงียบแล้วหนีหายไป เจ้าหนี้บางรายก็เลือกที่จะตัดหนี้ทิ้ง (Hair Cut) ออกไปเลยก็มี หรืออย่างน้อยถ้าเจ้าหนี้ไม่ตัดหนี้ ก็สามารถขอเจรจาลดดอกเบี้ยต่าง ๆ รวมถึงเพิ่มงวดจ่ายที่ยาวมากขึ้น เพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปก่อนได้

เวลาที่เราแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนี้รถ หนี้บ้าน หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีการเจรจาระหว่าง ‘เจ้าหนี้’ และ ‘ลูกหนี้’ แล้วมีการยินยอนทั้งสองฝ่ายในลักษณะนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าเราจะถูกบันทึกประวัติที่ไม่ดีลงไปในเครดิตบูโร แต่ถ้ามีการทวงถามแล้วจ่ายล่าช้าหรือไม่จ่ายตามที่กำหนดแบบนี้ เราก็จะถูกบันทึกประวัติลงไปในเครดิตบูโร อาจจะทำให้เราใช้บริการสินเชื่อต่าง ๆ ในอนาคตได้ยากมากขึ้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply