ยิ่งมีความสุขมากเท่าไหร่ เราจะยิ่ง "กล้าเสี่ยง" ลงทุนมากเท่านั้น

ยิ่งมีความสุขมากเท่าไหร่ เราจะยิ่ง “กล้าเสี่ยง” ลงทุนมากเท่านั้น

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • งานวิจัยที่ได้รับรางวัลอิก โนเบลด้านเศรษฐศาสตร์เมื่อปี 2017 บอกกับเราว่า เมื่อเราได้รับแรงกระตุ้นจะมีผลทำให้เราเล่นพนันด้วยจำนวนเงินที่มากขึ้น สอดคล้องกับอีกหนึ่งงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าความพึงพอใจต่อความเสี่ยงของเราเพิ่มขึ้นได้เมื่อได้รับแรงกระตุ้น
  • คนส่วนใหญ่ชอบหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากได้รับแรงกระตุ้น การเช็คความรู้สึกตัวเองว่าไม่ได้ถูกกระตุ้นอยู่ก่อนการตัดสินใจลงทุนจะช่วยให้เราไม่ลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงกว่าปกติ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ช่วงที่ผ่านมา เราคงได้ยินการประกาศรางวัลอิก โนเบล (Ig Nobel) รางวัลที่สร้างขึ้นมาเพื่อล้อกับรางวัลโนเบลที่มอบให้กับบุคคลผู้มีผลงานโดดเด่นใน 6 สาขา คือฟิสิกส์ เคมี การแพทย์ วรรณกรรม สันติภาพ และเศรษฐศาสตร์ ความหมายของชื่อรางวัลก็มาจากการล้อชื่อรางวัลโนเบลที่มีความหมายว่าสูงส่ง แต่ใส่อิกเข้าไปข้างหน้าโนเบลเพื่อแสดงความหมายว่าเป็นรางวัลพื้นๆ ไม่สูงส่งเหมือนรางวัลโนเบล

โดยรางวัลอิก โนเบลจะมอบให้กับผู้มีผลงานวิทยาศาสตร์แปลกๆ 10 ด้านในแต่ละปี โดยเกณฑ์ที่อิก โนเบลใช้คัดเลือกผลงานที่จะได้รับรางวัลก็คือ งานนั้นต้องทำให้ผู้คนหัวเราะก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยทำให้ผู้คนได้คิด ไม่น่าเชื่อว่าเคยมีคนไทยสองกลุ่มที่ได้รางวัลอิก โนเบลด้วยในสาขาสาธารณสุขเมื่อปี 2013 และสาขาเศรษฐศาสตร์เมื่อปี 2015

แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องนั้น แต่มันคือ งานวิจัยที่ได้รับรางวัล อิก โนเบลด้านเศรษฐศาสตร์เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่ามันจะแปลกมากๆ แต่มันมีแง่มุมเกี่ยวกับการลงทุนเข้ามาด้วย

ถ้าเราอุ้มจระเข้ เราจะ “กล้าเสี่ยง” มากขึ้น (มีงานวิจัยแบบนี้ด้วยหรอเนี่ย)

บทความวิจัยที่ได้รับรางวัลใช้ชื่อว่า “อย่ายิ้มให้กับจระเข้: ความอยากเล่นพนันบนตู้เกมที่เพิ่มขึ้นเพราะแรงกระตุ้นจากสัตว์เลื้อยคลาน” โดย Matthew J. Rockloff และ Nancy Greer แค่ฟังดูชื่อก็แปลกใช้ได้เลย

งานวิจัยชิ้นนี้ทดสอบนักท่องเที่ยว 103 คน ที่มาเที่ยวฟาร์มจระเข้ที่รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย โดยแบ่งนักท่องเที่ยวออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้เล่นพนันบนเกมตู้ก่อนเข้าฟาร์มจระเข้ และกลุ่มที่ได้เล่นพนันหลังจากอุ้มจระเข้น้ำเค็ม

ผลการทดลองปรากฏว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่อุ้มจระเข้แล้วมาเล่นพนันเกมตู้จะลงเงินพนันมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้อุ้มจระเข้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกหลังจากที่ได้อุ้มจระเข้ด้วย ถ้าอุ้มแล้วรู้สึกดีก็จะรู้สึกว่าจะชนะการพนัน แต่ถ้าอุ้มแล้วกลัวก็จะไม่ได้ทำให้อยากที่จะลงเงินพนันมากขึ้น

เราจะลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงขึ้น ถ้าเราได้รับแรงกระตุ้นอะไรบางอย่าง

เรามาดูกันที่อีกการทดลองนึงของ Andrea Galentino, Nicolao Bonini และ Lucia Savadori กันบ้าง ที่ทดลองกับนักศึกษาปริญญาตรี 126 คน โดยให้นักศึกษาเลือกลอตเตอรี่ 2 แบบ ซึ่งทั้งสองแบบให้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนที่เหมือนกัน (แต่แตกต่างกันที่ความเสี่ยง)​

เช่น
หากนักศึกษาเลือกลอตเตอรี่ A จะมีโอกาส 50% ที่จะได้ 7 ดอลลาร์ และ 50% ที่จะได้ 5 ดอลลาร์
ส่วนถ้าเลือกลอตเตอรี่ B จะมีโอกาส 50% ที่จะได้ 12 ดอลลาร์ และ 50% ที่จะได้ 0 ดอลลาร์

ลอตเตอรี่ทั้งสองตัวเลือกจะให้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนเท่ากันที่ 6 ดอลลาร์ แต่ลอตเตอรี่ B จะมีความเสี่ยงสูงกว่า นักศึกษาจะได้เลือกลอตเตอรี่ทั้งหมด 24 ครั้ง และในแต่ละครั้งจะถูกสุ่มให้ถูกกระตุ้นอารมณ์ (high arousal) หรือกดอารมณ์ (low arousal)

ผลการทดลองปรากฏว่ากลุ่มที่ถูกกระตุ้นอารมณ์จะเลือกลอตเตอรี่ที่มีความเสี่ยงสูงบ่อยกว่าและใช้เวลานานมากกว่าในการเลือกแต่ละครั้งเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ถูกกดอารมณ์ การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าเราจะเสี่ยงมากขึ้นถ้าเราได้รับแรงกระตุ้น พูดง่ายๆคือว่า เราจะลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากขึ้น หากช่วงที่เราตัดสินใจเราได้รับแรงกระตุ้นอะไรบางอย่างอยู่

ถ้าหากพูดถึงในเรื่องของความเสี่ยงในทางเศรษฐศาสตร์ มนุษย์เราสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

  1. คนที่ชอบความเสี่ยง (Risk Loving): คือ คนที่ชอบทางเลือกที่มีความเสี่ยงมากกว่าทางเลือกที่แน่นอน (ถ้าผลตอบแทนของ 2 ทางเลือกเท่ากัน)
  2. คนที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Averse): คนที่ชอบทางเลือกที่มีความแน่นอนมากกว่าทางเลือกที่มีความเสี่ยง (ถ้าผลตอบแทนของ 2 ทางเลือกเท่ากัน)
  3. คนที่เพิกเฉยกับความเสี่ยง (Risk-Neutral): คนที่ไม่รู้สึกแตกต่างระหว่างทางเลือกที่แน่นอนกับทางเลือกที่มีความเสี่ยง (ถ้าผลตอบแทนของ 2 ทางเลือกเท่ากัน)

ส่วนใหญ่แล้วคนเราจะเป็นแบบที่ 2 คือคนที่ชอบเลี่ยงความเสี่ยง และเราจะกลายเป็นคนที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยงไปตลอดชีวิตตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบดั้งเดิม แต่จากผลการทดลองด้านบนมันบอกเราว่า คนเราจะชอบความเสี่ยงก็ต่อเมื่อมีแรงมากระตุ้น แรงกระตุ้นอาจจะมาจากแค่ว่าวันนั้นอากาศดีมาก หรือเจ้านายชื่นชมการทำงานของเรา หรือเราเห็นรูปกราฟหุ้นที่กำลังขึ้น ก็สามารถทำให้เราเปลี่ยนมาชอบความเสี่ยงมากขึ้น

ถ้าตอนนั้นเป็นช่วงที่เรากำลังตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหุ้นพอดีก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงกว่าปกติหรือลงทุนในหุ้นที่มีราคาวิ่งขึ้นลงเร็ว เพียงเพราะเราถูกกระตุ้นให้รู้สึกว่ามันจะต้องได้กำไรหรือให้เรามองเห็นความเสี่ยงน้อยกว่าที่มันควรจะเป็น

ถ้าหากเราไม่อยากได้ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากปกติ เราควรจะต้องจัดการกับความรู้สึกตัวเองก่อนตัดสินใจลงทุน เช็คความรู้สึกตัวเองก่อนว่าเรากำลังถูกกระตุ้นอยู่หรือเปล่า หรือในมุมกลับถ้าเราไม่อยากหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากเกินไปเราก็ต้องเช็คความรู้สึกว่าเราไม่ได้ถูกกดอารมณ์อยู่ ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อกองทุนหรือกดซื้อหุ้นทุกครั้ง ขอให้ชัวร์ก่อนว่าความรู้สึกเราสงบอยู่ หรือไม่ก็ลองมองรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ปรับอารมณ์ก่อนซื้อหุ้นก็ดีนะพี่ทุยว่า (ฮ่า) (อย่างนี้พี่ทุยอาจจะอารมณ์ดีไปนะ งั้นขอไม่ซื้อหุ้นตอนนี้ดีกว่า)

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile