"เศรษฐกิจโลก" ปี 2022 มีประเด็นอะไรที่ต้องจับตามองบ้าง ?

“เศรษฐกิจโลก” ปี 2022 มีประเด็นอะไรที่ต้องจับตามองบ้าง ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • 5 ประเด็นหลักที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกปี 2022 ประกอบด้วย 1) โควิด-19 จะมาถึงจุดสิ้นสุดหรือไม่ 2) การชะงักตัวของระบบห่วงโซ่การผลิต 3) เงินเฟ้อที่จะรุนแรงขึ้น 4) การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และ 5) บทบาทของเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขยายตัวมากขึ้น
  • แต่ละประเด็นต่างเป็นเหตุและผลที่เชื่อมโยงถึงกัน โดยเฉพาะในเรื่องของเงินเฟ้อที่รุนแรงขึ้นจะกลายเป็นแรงบีบให้ Fed ต้องรีบถอน QE และขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น ในขณะที่การชะงักตัวของระบบห่วงโซ่การผลิตนั้นก็เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนของโคิด-19 ว่าจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ เพราะหากยังลากยาวไปอีกนาน การบริหารจัดการสต็อกสินค้า และการจัดส่งย่อมเกิดปัญหาขึ้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

พอขึ้นปีใหม่หลายคนคงมีคำถามขึ้นในใจแล้วว่า ปี 2022 สภาวะ “เศรษฐกิจโลก” จะมุ่งไปในทิศทางไหนกัน แม้ว่าจะไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแบบ 100% แต่อย่างน้อยการประมวลผลจากฐานข้อมูลที่มีอยู่ก็คงพอทำให้เห็นเค้าลางและทิศทางของปี 2022 ได้บ้าง 

พี่ทุยจึงขอพาไปดูกันว่า “เศรษฐกิจโลก” ในปี 2022 มีอะไรที่พวกเราต้องจับตาดูกันบ้าง

เศรษฐกิจโลก ปี 2022 มีประเด็นอะไรที่ต้องจับตามองบ้าง ?

1. จุดจบศึกโควิด-19 ? 

เดิมทีนักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ไว้ว่าปี 2022 จะเป็นปีที่โรคระบาดโควิด-19 จบสิ้นลง และหลายประเทศจะเริ่มกลับเข้าสู่โหมดการฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบ แต่ทว่าการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์ใหม่อย่าง “โอไมครอน” ก็ทำให้การฟื้นตัวดังกล่าวต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากหลายประเทศเริ่มล็อกดาวน์อีกครั้งเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักลง

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าปี 2022 นี้จะไม่หลงเหลือความหวังอะไรไว้เลย เพราะตามข้อมูลในปัจจุบัน โควิดสายพันธุ์โอไมครอนเป็นเชื้อที่แพร่เร็ว แต่ก็ไม่ได้มีอาการร้ายแรงต่อสุขภาพมากนักเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ๆ ก่อนหน้าทำให้เกิดความหวังกันว่านี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้โควิด-19 กลายเป็นโรคระบาดประจำถิ่น เหมือนดั่งเช่นไข้หวัดทั่ว ๆ ไป 

นอกจากนี้ ยิ่งเมื่อประชากรส่วนใหญ่ทั่วโลกได้รับวัคซีนกันมากขึ้น ประกอบกับมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ ๆ ที่จะออกมารับมือกับโควิด-19 ก็ทำให้หลายคนยังเชื่อว่าปีนี้จะยังคงเป็นปีที่โควิด-19 สิ้นสุดเสียที  

2. การชะงักตัวของระบบห่วงโซ่การผลิต

ระบบห่วงโซ่การผลิตของสินค้าที่กระจายไปยังโรงงานต่าง ๆ ทั่วโลกมีแนวโน้มว่าจะยังไม่สามารถกลับมาเดินเครื่องการผลิต ณ จุดเดิมก่อนการระบาดของโควิด-19 ได้ เพราะผลจากการที่หลายโรงงานถูกสั่งปิดเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความขาดแคลนของสินค้าในหลายประเภท โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และทำให้สินค้าหลายชนิดมีราคาแพงขึ้น  

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอย่างน้อยในครึ่งแรกของปี 2022 หลายประเทศจะยังต้องเผชิญกับภาวะความชะงักตัวของระบบห่วงโซ่การผลิตโลกต่อไป 

แต่หากว่าประเทศไหน หรือกลุ่มไหน สามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ได้เร็วก็ย่อมชิงความได้ปรียบเหนือคู่แข่งได้ โดยปัจุบันจะเห็นได้ว่าเริ่มมีการพูดถึงการบริหารจัดการระบบห่วงโซ่ที่มีความยืดหยุ่น (Supply Chain Resilience) มากขึ้น   

3. ปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงขึ้น

อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในปี 2022 เนื่องจากระดับราคาสินค้าและบริการหลายชนิดทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเป็นผลมาจากปัญหาการชะงักตัวของระบบห่วงโซ่การผลิตที่ทำให้สินค้าหลายชนิดขาดตลาด 

มิหนำซ้ำราคาสินค้าทุนอย่างน้ำมันและแก๊สก็มีแนวโน้มสูงขึ้นจากการที่หลายประเทศเริ่มกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเต็มรูปแบบได้แล้ว ทำให้ต้นทุนของการดำรงชีวิตมีแนวโน้มแพงขึ้น 

นักวิเคราะห์ของ World Economic Forum ระบุว่ากลุ่มประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากมีศักยภาพจำกัดในการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่จะไปกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมเงินของประชาชนในประเทศ

4. การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed กดดัน “เศรษฐกิจโลก ปี 2022”

เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทั่วโลกจับตา เพราะธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ส่งสัญญาณมาอย่างต่อเนื่องแล้วว่าจะเริ่มลดระดับการใช้นโยบายการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบด้วยการกว้านซื้อพันธบัตร (QE) และขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไม่ช้านี้

อ่านเพิ่ม

เนื่องจากสหรัฐฯ เริ่มมีสัญญาณฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโดยภาพรวมเริ่มกลับเข้าที่แล้ว โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงาน 

ดังนั้น ความจำเป็นในการคงไว้ซึ่งนโนยายการเงินแบบผ่อนคลายทั้ง QE และการกดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำไว้จึงหมดไป 

ซึ่งพี่ทุยว่า ประเด็นดังกล่าวจะส่งผลสะเทือนต่อระบบเศรษฐกิจโลกโดยรวม เพราะที่ผ่านมาหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของสหรัฐฯ มาโดยตลอด จากการที่มีเงินทุนไหลเข้ามาจำนวนมาก 

แต่เมื่อสหรัฐฯ กลับไปใช้นโยบายการเงินปกติ ย่อมทำให้เงินทุนไหลกลับไปยังสหรัฐฯ ตามเดิม และอาจทำให้เกิดภาวะความสั่นคลอนต่อเสถียรภาพระบบการเงินในประเทศต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเปราะบางอยู่แล้วเป็นทุนเดิม อาทิ อาเจนตินา แอฟริกาใต้ ตุรกี บราซิล และอียิปต์ 

เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวขาดทุนบัญชีเดินสะพัดและมีหนี้สาธารณะที่สูงมาก ซึ่งในมุมมองนักลงทุนถือว่ามีความเสี่ยงต่อการลงทุน 

5. การปฏิวัติเทคโนโลยีดิจิทัล จะผลักดัน “เศรษฐกิจโลก ปี 2022”

นักวิเคราะห์ประเมินว่าเศรษฐกิจดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มตัวแล้ว มีมูลค่าที่ 11.5 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 16% ของ GDP โลก แถมยังมีอัตราขยายตัวเร็วกว่า GDP โลกในภาพรวม 2.5 เท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นผลมาจากความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), สัญญาณ 5G, บล็อกเชน, สกุลเงินคริปโต และอุปกรณ์พวก Internet of Things (IoT) ต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ขึ้น 

แถมยังช่วยยกระดับศักยภาพการทำงานของมนุษย์ให้ก้าวล้ำขึ้น โดยลดภาระการทำงานที่ไม่จำเป็นบางอย่างลง ทำให้มนุษย์และบริษัทสามารถเอาเวลาไปใช้ทำงานที่มีมูลค่าสูงและมีความจำเป็นมากขึ้น  

ซึ่งคาดว่าในปี 2022 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่จะเริ่มได้เห็นบทบาทของกลุ่มบริษัทด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามากำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจโลกมากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ทางเทคโนโลยี (Tech Startups) ที่เฉลี่ยเกิดขึ้นมากกว่า 1.35 ล้านรายต่อปี ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แต่ยังจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น บราซิล กานา เวียดนาม และสาธารณรัฐเช็ก

ทั้ง 5 ประเด็นที่กล่าวไปจะมีบทบาทต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกปี 2022 อย่างแน่นอน และแต่ละเรื่องก็ล้วนเป็นสิ่งที่กระทบต่อกัน อาทิ เรื่องของเงินเฟ้อที่จะกลายเป็นปัจจัยให้ Fed ต้องรีบถอนคันเร่งการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายลง ขณะที่ระบบห่วงโซ่การผลิตที่ชะงักงันก็เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่จบสิ้น ทำให้การวางแผนบริหารสต็อกสินค้าและการขนส่งทำได้ยากขึ้น   

ดังนั้นการเริ่มต้นด้วยข้อมูลและมีหลักคิดในการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบก็จะช่วยให้เราสามารถวางแผนและกำหนดทิศทางการลงทุนและใช้เงินในปี 2022 ได้อย่างเหมาะสมต่อไป

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
error: