ทำไมต้องปิด รถไฟหัวลำโพง - คนเดินทางจ่ายเงินเพิ่ม 10 เท่า

ทำไมต้องปิด รถไฟหัวลำโพง – คนเดินทางจ่ายเงินเพิ่ม 10 เท่า

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • สถานีรถไฟหัวลำโพงมีแผนจะปิดให้บริการภายในปี 2564 ก่อนจะกลายเป็นอาคารพาณิชย์ Mixed Use ใหม่ 
  • คาดว่าพื้นที่พาณิชย์ใหม่นี้จะพลิกการรถไฟกลับมามีรายได้และล้างหนี้หมดภายใน 30 ปี
  • การปิดตัวลงของสถานรถไฟหัวลำโพงสร้างผลกระทบเพิ่มค่าครองชีพให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง
  • การรถไฟจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากกรณีนี้ในวันที่ 14 ธ.ค. 2564 เพื่อกำหนดทิศทางสถานีหัวลำโพงต่อไป

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ปลายปี 2564 นี้ “รถไฟหัวลำโพง” หรือ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ กับตำนานกว่า 105 ปีของคนไทยนั้น มีแผนจะปิดตัวลงและเหลืออนุรักษ์ไว้เพียงตัวอาคารโครงสร้างเดิม โดยจะนำพื้นที่ส่วนใหญ่ไปพัฒนาต่อให้เกิดประโยชน์และสร้างเป็น Landmark ใหม่ แต่อีกมุมนั้นก็มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ในหลาย ๆ ด้านเช่นกัน ทางเลือกนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศจริง ๆ หรือเปล่า พี่ทุยขอพาไปหาคำตอบกัน

ทำไมต้องปิด “รถไฟหัวลำโพง”

หนึ่งในสาเหตุหลักคงจะเป็นการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ ที่จะดันให้สถานีกลางบางซื่อนั้นเป็น Hub หลักของประเทศ ที่มีความทันสมัย ขนาดที่ใหญ่กว่า และสะดวกสบายกว่า โดยในปัจจุบันก็มีการโยกย้ายเส้นทางเดินรถไฟหลาย ๆ เส้นทางมาที่สถานีกลางบางซื่อเป็นจำนวนมากแล้ว

อีกทั้งพื้นที่หัวลำโพงนั้นเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง มีพื้นที่ 132 ไร่ พอหักลบพื้นที่อนุรักษ์แล้วจะเหลือพื้นที่ขนาด 120 ไร่ ตีเป็นมูลค่าที่ดินสูงถึง 1.4 หมื่นล้านบาท โดยในแผนการปรับปรุงนี้คาดว่า จะอนุรักษ์พื้นที่ส่วนอาคารสถานกรุงเทพหัวลำโพงนี้ไว้ รวมเป็นพื้นที่ราว 13 ไร่ ส่วนที่เหลือคาดว่า จะนำไปให้เอกชนพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างการสร้างพื้นที่สาธารณประโยชน์ และอาคาร Mixed-Use ที่นำห้างสรรพสินค้า สำนักงานและโรงแรมรวมกัน

ดังนั้น การนำพื้นที่ทำเลทองนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นและกลายเป็นอีกหนึ่ง Landmark ใหม่ของบริเวณหัวลำโพง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เม็ดเงิน และสามารถเชื่อมไปยังย่านเมืองเก่าอย่างเยาวราชได้อีกด้วย 

พอฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่มาก ๆ เลยทีเดียว เพราะได้กลายเป็น Landmark สำคัญของกรุงเทพฯ แต่ประเด็นนี้มีเสียงเรียกร้องและถกเถียงจากหลาย ๆ ฝ่ายเป็นจำนวนมากเลยทีเดียวโดยเฉพาะจากประชาชนที่ใช้สถานีหัวลำโพงเดินทางเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะดำเนินการไปถึงขั้นตอนนั้นได้ ต้องมีขั้นตอนขอปรับแผนผังเมืองก่อนที่สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จะสามารถเกิดขึ้นจากข้อกำหนดผังเมือง พื้นที่และสถานที่ที่มีสถานีรถไฟ

อีกหนึ่งเหตุผลที่ถูกหยิบยกขึ้นมานั้นคือ การรถไฟในปัจจุบันนั้นขาดทุนมหาศาล และหัวลำโพงเองก็เป็นหนึ่งจุดที่ถูกชี้ถึงทั้งระบบจัดการและปัญหาที่เป็นที่มาของการขาดทุนนั้น การที่มีแผนการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่นี้ขึ้นจะทำให้การรถไฟมีรายได้มหาศาลและอาจกลบหนี้สินที่เคยมีได้ภายใน 30 ปี

ปัญหาและเสียงเรียกร้องจากประชาชน

หากเรามองในมุมกว้าง ๆ และมองถึงมุมในการเจริญเติบโต ขยับขยายของอนาคต ทางเลือกนี้ก็อาจจะดูดีแถมยังได้อนุรักษ์พื้นที่สำคัญอย่างสถานีหัวลำโพงอีกด้วย แต่ด้วยประเทศไทยที่มีโครงสร้างทางสังคมที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง แถมความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจนที่มีมาก กลับถูกสะท้อนให้เห็นในการเดินหน้าแผนการนี้

หนึ่งในเรื่องที่ถูกเรียกร้องและดูเป็นปัญหาใหญ่คือประชาชนที่ใช้สถานีหัวลำโพงเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อาศัยตามชานเมืองที่ใช้สถานีหัวลำโพงกว่า 10,000 ชีวิต เพื่อเข้ามาทำงาน เรียนหนังสือ ส่งสินค้าอย่างผักสด จะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้อย่างเต็ม ๆ 

ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีทางเลือกสำหรับการเดินทางมากขึ้น  อย่างรถไฟฟ้าที่มีการขยับขยายเส้นทางออกสู่รอบนอก ไม่กระจุกเเต่ใจกลางกรุงเทพฯ แต่ด้วย “ค่าเดินทาง” ของสถานีรถไฟหัวลำโพงที่ถูกมาก ในบางรายเสียค่าบริการเพียง 6 บาท/เที่ยว สำหรับการเดินทางเท่านั้น ในขณะที่ทางเลือกการเดินทางอื่นอย่าง “รถไฟฟ้า” ประชาชนรายเดียวกันนี้ให้ข้อมูลว่า “ต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 49 บาท หรือไปกลับนั้นสูงถึงเกือบ 100 บาทเลยทีเดียว” 

“รายจ่ายสำหรับค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า เเต่รายได้ยังเท่าเดิมหรือลดลงด้วยซ้ำจากเศรษฐกิจเเละวิกฤติโควิด-19 ในตอนนี้”

โดนประชาชนเหล่านี้ ยอมสละเวลาเพื่อรอรถไฟ ใช้เวลาเดินทางนานหน่อย เพื่อแลกกับค่าโดยสารที่ถูก ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะประชาชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มีรายได้ที่สูงนัก การที่ค่าครองชีพอย่างการเดินทางปรับเปลี่ยนให้สูงขึ้นเกือบ 10 เท่านั้น อย่างแม่ค้าที่เดินทางหิ้วแบกสินค้าผ่านเส้นทางนี้ อาจต้องทิ้งอาชีพเดิมที่มีอยู่เลยทีเดียว เพราะรายได้ไม่อาจสู้ค่าเดินทางได้  

หนี้มหาศาลของการรถไฟ

ทำไมต้องปิด รถไฟหัวลำโพง - คนเดินทางจ่ายเงินเพิ่ม 10 เท่า

การรถไฟมีหนี้สะสมอยู่สูงถึง 688,365.65 ล้านบาท โดยจากข้อมูลล่าสุดปี 2563 มีรายได้อยู่ที่ 14,516.44 ล้านบาท แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว จะขาดทุนอยู่ที่ 19,896.51 ล้านบาท และได้รับเงินสนับสนุนผลขาดทุนตามกฏหมาย 19,889.14 ล้านบาท ซึ่งหนึ่งในสาเหตุหลักมาจากการที่การรถไฟต้องการแบ่งเบาภาระค่าเดินทางให้ประชาชน ทำให้การรถไฟนั้นได้มีการตรึงราคามายาวนานถึง 36 ปี

การรถไฟมีต้นทุนต่อกิโลเมตรอยู่ที่ กิโลเมตรละ 2.50 บาท ในขณะที่เก็บเงินจากประชาชนที่กิโลเมตรละ 0.24 บาท เรียกได้ว่า เน้นให้ประโยชน์แก่ประชาชนเป็นหลัก

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ราคาจากรถไฟในปัจจุบันนั้นจะถูกกว่าขนส่งประเภทอื่น ๆ แบบเทียบไม่ติดเลยทีเดียว และมีประชาชนอีกมากมายที่ยังพึ่งพิงสาธารณประโยชน์เหล่านี้ ซึ่งหากตัดหัวลำโพงออกไป ถึงแม้จะเป็นเพียงสถานีเดียวก็ตาม แต่ก็เคยเป็นหนึ่งในสถานีหลักที่เชื่อมรถไฟหลาย ๆ สายเข้าไว้ด้วยกัน ผลกระทบนี้จึงเกิดเป็นวงกว้าง

ล่าสุดการรถไฟได้เล็งเห็นผลกระทบเหล่านี้ที่มีต่อประชาชน จึงได้เริ่มเปิดเวทีสาธารณะในการรับฟังความคิดของประชาชนเกี่ยวกับกรณีของสถานีหัวลำโพงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 ธ.ค. 2564 นี้ ก็ต้องดูกันต่อไปว่าการรถไฟจะมีการปรับแผนอย่างไร และทางออกแบบไหนที่จะช่วยให้เราได้พัฒนาก้าวต่อไปโดยที่ไม่หลงลืมประชาชนไว้ข้างหลังไว้ 

FYI รู้จัก สถานีรถไฟกรุงเทพฯ

  • คนทั่วไปเรียกสถานีรถไฟหัวลำโพง
  • เป็นสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย
  • เริ่มสร้างในปี 2453
  • การก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 25 มิ.ย. 2459
  • สถาปัตยกรรม เป็นรูปโดมสไตล์อิตาเลียนผสมผสานกับศิลปะยุคเรอเนสซองมีลักษณะคล้ายกับรถไฟเมืองแฟรงค์เฟิร์ต เยอรมัน
  • อาคารมีจุดเด่นที่กระจกสีที่ช่องระบายอากาศ
  • ตรงโดมมีนาฬิกาบอกเวลาที่มีอายุเก่าแก่เท่า ๆ กับตัวอาคารสถานี เป็นเครื่องบอกเวลาแก่ผู้สัญจรผ่านไปมา และผู้ใช้บริการที่สถานีกรุงเทพจนถึงปัจจุบัน
รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile