เมื่อการฉีดวัคซีนเริ่มแพร่หลาย และความรุนแรงของโควิด-19 ลดน้อยลง ทำให้หลายประเทศกลับมา “เปิดประเทศ” รับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยไม่ใช่แค่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้เลยโดยไม่ต้องกักตัว แต่บางประเทศสามารถ “เที่ยว” ได้ โดยไม่ต้องมีผลตรวจไปแสดงอีกด้วย
วันนี้พี่ทุยรวบรวมข้อมูลของ 10 ประเทศยอดฮิตที่คนไทยชอบไปเที่ยวมากที่สุด อ้างอิงจากเว็บไซต์ของ Skyscanner เว็บสำหรับค้นหาตั๋วเครื่องบิน การเดินทางข้ามประเทศที่สะดวกที่สุดในยุคนี้
จากเว็บไซต์ของ Skyscanner 10 ประเทศที่คนไทยนิยมท่องเที่ยวมากที่สุด คือ
1. ญี่ปุ่น
2. เกาหลีใต้
3. ฮ่องกง
4. สิงคโปร์
5. สหรัฐฯ
6. ไต้หวัน
7. จีน
8. สหราชอาณาจักร
9. เวียดนาม
10. ออสเตรเลีย
เราไปเริ่มที่ประเทศแรกกันเลย
ญี่ปุ่น : ยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยว แต่นับตั้งแต่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป ญี่ปุ่นเปิดรับนักเรียนและนักธุรกิจ (ต้องมีเอกสารทางการ) โดยต้องมีผลตรวจโควิด-19 อายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงเป็นลบ และตรวจก่อนเข้าประเทศ ส่วนการกักตัวขึ้นอยู่กับการได้วัคซีน
- หากยังวัคซีนไม่ครบ ต้องกักตัว 7 วัน
- ถ้าได้รับวัคซีน 2 เข็ม กักตัว 3 วัน ซึ่งคนที่กักตัวจะต้องตรวจโควิด-19 ระหว่างกักตัวด้วย
- ไม่ต้องกักตัวหากฉีดไฟเซอร์กับโมเดอร์นาเป็นเข็มที่ 3
เกาหลีใต้ : ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบสองเข็ม โดยที่เข็มที่สองต้องได้รับมามากว่า 14 วัน หรือ 1 เข็มสำหรับผู้ที่ฉีด Johnson & Johnson สามารถเข้าประเทศได้เลยโดยไม่ต้องกักตัว แต่ต้องลงทะเบียนกับทางการเกาหลีใต้ก่อน https://cov19ent.kdca.go.kr/cpassportal/ ต้องมีผลตรวจ PCR เป็นลบไม่เกิน 48 ชั่วโมงก่อนขึ้นบิน
ฮ่องกง : แม้ไทยไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ฮ่องกงห้ามไม่ให้ไฟลท์บนเข้าประเทศ แต่ยังไม่สามารถเข้าประเทศได้หากเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางจากไทย ส่วนถ้าต้องการไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง จำเป็นต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบก่อนขึ้นบิน
สิงคโปร์ : ถ้ามาจากไทยและฉีดวัคซีนครบแล้วสองเข็มเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7-30 วันตามชนิดวัคซีนที่ฉีด สามารถสมัครเข้า Vaccinated Travel Lane เพื่อเข้าสิงคโปร์ได้เลยโดยไม่ต้องกักตัวนาน แต่ต้องกักตัว 24 ชั่วโมงเพื่อรอผลตรวจ PCR เมื่อไปถึง
สหรัฐฯ : ก่อนการเดินทางจะต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบไม่เกิน 1 วันก่อนการเดินทาง ส่วนจะต้องกักตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการฉีดวัคซีน
- หากฉีดวัคซีนครบ จะต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีน โดยทางการสหรัฐฯ แนะนำให้กักตัวเป็นเวลา 5 วันหากยังไม่ได้รับวัคซีนเข็ม 3 สำหรับผู้มีอายุมากกว่า 12-18 ปีที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้วเป็นเวลามากกว่า 5 เดือน
- สำหรับผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนครบสองเข็มจะต้องได้รับการตรวจโควิดหลังมาถึงแล้ว 3-5 วัน ยกเว้นแต่มีเอกสารว่าติดโควิด-19 ในช่วง 90 วันที่ผ่านมาก่อนเดินทาง รวมถึงต้องกักตัวเป็นเวลา 7 วัน แม้มีผลตรวจเป็นลบก็ตาม ซึ่งหากผู้เดินทางมีความประสงค์จะอยู่ในสหรัฐนานเกิน 60 วัน จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ครบในช่วง 60 วันที่มาถึง
ไต้หวัน : ยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยว แต่เปิดรับเฉพาะผู้มีบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) ผู้ที่เดินทางมาด้วยเหตุผลทางการทูต ติดต่อการค้า และมนุษยธรรม คู่สมรสและบุตรของชาวไต้หวันหรือผู้ถือครองบัตร ARC รวมถึงผู้ได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ เช่น แรงงานและนักศึกษาต่างชาติ
จีน : ยังไม่ “เปิดประเทศ” รับนักท่องเที่ยว และยังไม่ออกวีซ่าให้สำหรับผู้ที่จะไป “เที่ยว” จีนในขณะนี้
สหราชอาณาจักร : ไม่ว่าจะรับวัคซีนหรือไม่ก็ตามสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว ไม่ต้องตรวจโควิด-19 ทั้งก่อนและหลังเดินทาง ไม่ต้องกรอกใบเข้าประเทศเพิ่มเติม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.เป็นต้นไป
เวียดนาม : ต้องมีผลตรวจ PCR ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง และต้องมี Vaccine Passport ที่แสดงการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม โดยที่เข็มที่ 2 ต้องฉีดก่อนเดินทางไม่เกิน 6 เดือน รวมถึงต้องซื้อประกันคุ้มครองโควิด-19 วงเงิน 10,000 ดอลลาร์ โดยมีค่าทำประกัน 30 ดอลลาร์ หรือประมาณพันกว่าบาท
ออสเตรเลีย : จะต้องมีผลตรวจ PCR ก่อนเดินทางเป็นเวลาไม่เกิน 3 วัน และต้องมีใบรับรองแพทย์ หากตรวจด้วย ATK ซึ่งผลตรวจ ATK ต้องมีอายุไม่เกิน 24 ชั่วโมง โดยผู้ฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม ซึ่งเข็ม 2 ฉีดมาแล้วเกิน 14 วัน สามารถเข้าประเทศได้เลยไม่ต้องกักตัว แต่อาจมีบางรัฐขอให้ตรวจโควิด-19 เมื่อไปถึง ส่วนผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน อาจโดนยกเลิกวีซาและควบคุมตัวได้เมื่อไปถึง
อ่านเพิ่ม