[บทวิเคราะห์] สถานการณ์ อเมริกา - จีน - ไต้หวัน กระทบเศรษฐกิจยังไงบ้าง ?

[บทวิเคราะห์] สถานการณ์ อเมริกา-จีน-ไต้หวัน กระทบเศรษฐกิจยังไงบ้าง ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ตามกฎหมายประเทศสหรัฐฯ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร คือ ผู้ที่จะเป็นผู้นำประเทศหากประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ เปรียบได้กับผู้นำเบอร์ 3 ของสหรัฐฯ
  • แนนซี เพโลซีพบกับประธานาธิบดีไซ่ อิงเหวินที่ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน เพื่อมอบรางวัล Order of Propitious Cloud และ Special Grand Cordon และสายสะพายแห่งมิตรภาพ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่ทิ้งไต้หวัน
  • ทางการจีนที่แสดงความไม่พอใจอย่างมาก ได้ประกาศพื้นที่จัดการซ้อมรบ 6 แห่ง รอบเกาะไต้หวัน โดยพื้นที่ที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างชายฝั่งเกาะเพียง 9 ไมล์ทะเล และท่าเรือหลักของไต้หวันจะถูกปิดกั้นระหว่างการซ้อมรบ
  • ราคาหุ้น TSMC ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันปรับตัวลงเล็กน้อยที่ 0.98% ส่วน AMD, NVIDIA, Intel ต่างปรับตัวลงกว่า 1% แต่เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวสะท้อนว่านักลงทุนในตลาดไม่ได้คาดว่าเหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ตั้งแต่ โจ ไบเดน นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีในทำเนียบขาว ท่าทีของสหรัฐฯ ต่อจีนก็ชัดเจนว่ายังคงเดินหน้าปิดล้อมจีนร่วมกับพันธมิตรทั้งในภูมิภาคและชาติตะวันตก ล่าสุดเหตุการณ์ตึงเครียดมากที่สุดในรอบ 25 ปี หลังนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน พี่ทุยขอพาเจาะลึกเหตุการณ์ระหว่าง อเมริกา-จีน-ไต้หวัน และสถานการณ์การตอบโต้ของแต่ละฝ่ายต่อการเยือนไต้หวันในครั้งนี้

ความเป็นมา จีน-ไต้หวัน และมุมมองของแต่ละฝ่าย

ปี 1895 ญี่ปุ่นชนะสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 1 ราชวงศ์ชิงต้องยกไต้หวันให้ญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ดินแดนไต้หวันหลุดจากการปกครองของญี่ปุ่นที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ สาธารณรัฐจีนอันมีนายพลเจียง ไคเชกเป็นผู้นำ และได้ปกครองไต้หวัน

อีก 2-3 ปีต่อมา เกิดสงครามกลางเมือง กองทัพคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตุง มีชัยชนะเหนือกองทัพรัฐบาลสาธารณรัฐจีนของเจียง ไคเชก ปี 1949 นายเจียง ไคเชก และสมาชิกรัฐบาลก๊กมินตั๋งที่เหลืออยู่ได้หนีไปตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐจีนต่อที่เกาะไต้หวัน ด้านพรรคคอมมิวนิสต์ได้ก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

ตั้งแต่ตอนนั้นสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน) ยึดมั่นในนโยบายจีนเดียวโดยถือว่าสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นหนึ่งในมณฑลของตนเอง ส่วนไต้หวันก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากว่าเป็นประเทศเอกราชแต่ก็ใช้นโยบายจีนเดียวเช่นกันโดยมองว่าจีนกับไต้หวันยังเป็นส่วนเดียวกัน แต่รัฐบาลที่ถูกต้อง คือ ไต้หวัน

ขณะที่สหรัฐฯ ที่แม้จะเป็นพันธมิตรกับไต้หวัน แต่ก็ยังแสดงออกว่าเคารพนโยบายจีนเดียวของจีน แต่ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังและมีกฎหมายภายในที่จะปกป้องไต้หวันหากเจอการบุกรุก

ทางการจีนมองว่ารัฐบาลกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 1949 เป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงรัฐบาลเดียวของประเทศจีน เป็นตัวแทนที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงหนึ่งเดียวในประชาคมโลก สามารถถือครองและใช้อำนาจอธิปไตยของประเทศจีนซึ่งรวมทั้งอธิปไตยเหนือไต้หวันด้วย พรรคก๊กมินตั๋งที่ถอยไปยังมณฑลไต้หวันของจีน โดยอาศัยการสนับสนุนจากอิทธิพลต่างประเทศได้เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลกลาง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ปัญหาไต้หวันเกิดขึ้นมา

ความสำคัญของไต้หวัน

ทางฝั่งสหรัฐฯ และพันธมิตร มองว่าไต้หวันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการต่อต้านอิทธิพลทางทะเลของจีน นับเป็นการปิดล้อมการออกสู่คาบสมุทรอินโดจีนรวมไปถึงมหาสมุทรแปซิฟิกของประเทศจีน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาเสถียรภาพเส้นทางการค้าซึ่งญี่ปุ่นมีส่วนได้ส่วนเสียต่อผลประโยชน์ดังกล่าว

ในยุคที่ก้าวสู่โลกแห่งเทคโนโลยี ไต้หวันก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการผลิต semiconductor ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขาดไม่ได้เด็ดขาด โดยมีบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) เป็นบริษัทรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่และทันสมัยที่สุดของโลก มีลูกค้ารายใหญ่อย่าง Apple ดังนั้นหากเสียไต้หวันไป สหรัฐฯ และทั่วโลกจะเผชิญกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างแน่นอน

หากจีนจะบุกไต้หวันเป็นไปได้แค่ไหน?

ไม่ว่าจะเปรียบเทียบทัพบก เรือ และอากาศ ชัดเจนว่ากองทัพสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความได้เปรียบทุกแนวรบ จนเคยมีการคาดว่าจีนจะยึดไต้หวันได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่สงครามระหว่างยูเครน-รัสเซีย ที่กินเวลายาวนาน แสดงว่ากำลังทางทหารที่เหนือกว่าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างชัยชนะได้โดยปราศจากการสูญเสียจำนวนมาก

กองทัพจีนต้องข้ามช่องแคบไต้หวันระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ซึ่งเรือรบสหรัฐฯ มักเดินเรือเยือนไต้หวันผ่านช่องแคบนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนไต้หวันที่ชัดเจนกว่ากรณียูเครน ดังนั้นการเปิดสงครามผ่านน่านน้ำที่มีระยะทางกว่า 130 กิโลเมตร และอาจต้องเผชิญหน้ากับกองทัพสหรัฐฯ คงไม่ใช่หนทางที่น่าสนใจสักเท่าไร

ทำไม แนนซี เพโลซี จึงเลือกเดินทางไปไต้หวันโดยไม่สนใจเสียงค้านจากจีน

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งตามกฎหมายประเทศสหรัฐฯ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร คือ ผู้ที่จะเป็นผู้นำประเทศหากประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ เปรียบได้กับผู้นำเบอร์ 3 ของสหรัฐฯ

ล่าสุดประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงไต้หวันเรียบร้อยแล้ว นับเป็นการเดินทางเยือนครั้งแรกของผู้นำระดับสูงสุดของสหรัฐฯ ในรอบ 25 ปี เหตุผลที่เพโลซีเยือนไต้หวันเพราะต้องการสนับสนุนจุดยืนของไต้หวัน และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวัน

แท้จริงแล้ว แนนซี เพโลซี มีแผนเยือนไต้หวันตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ต้องเลื่อนไปเนื่องจากติด COVID-19 ประธานสภาผู้แทนราษฎรผู้นี้เป็นนักการเมืองสหรัฐฯ ที่วิจารณ์รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาโดยตลอด และยังสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง และแสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการสลายการชุมนุมที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน

โดย แนนซี เพโลซี ได้เดินทางพร้อม สส. สหรัฐฯ เยือนกรุงปักกิ่งเมื่อปี 1991 ภายหลังการสลายการชุมนุม 2 ปี ก่อนชูป้ายผ้าสีดำเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษและจีนแสดงความไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศจีน จนตำรวจต้องมาไล่และกดดันให้นักข่าวหยุดทำข่าวทันที

นักวิเคราะห์จึงคาดว่าการเดินทางเยือนครั้งนี้เป็นความตั้งใจของแนนซี เพโลซี เพื่อแสดงการวิจารณ์รัฐบาลจีนในระดับที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นักการเมืองสหรัฐฯ ที่เคยเยือนไต้หวัน

การเดินทางเยือนไต้หวันของผู้แทนระดับสูงสหรัฐฯ เป็นเรื่องต้องห้ามในมุมมองจีนมาโดยตลอด ที่ผ่านมามีวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน หนึ่งในนั้นมีวุฒิสมาชิกลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ นักการเมืองสหรัฐฯ เชื้อสายไทย ซึ่งการเยือนเหล่านั้นก็สร้างความไม่พอใจให้กับจีนอย่างมาก

ในปี 1997 นายนิวต์ กิงริช ประธานสภาผู้แทนราษฎรในเวลานั้น เคยเดินทางเยือนไต้หวันแต่จีนอาจมองว่าบริบทในสมัยกิงริชและเพโลซีนั้นแตกต่างกัน ตอนนั้นนายกิงริชได้เลือกเดินทางไปประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรุงปักกิ่งของจีนก่อนเป็นเวลา 3 วัน แล้วจึงไปเยือนกรุงไทเป ซึ่งเป็นการแสดงออกที่จีนมองว่า ‘ให้เกียรติ’ มากกว่าเหตุการณ์ตอนนี้

ช่วงที่ผ่านมาทำเนียบขาวส่งสัญญาณมาโดยตลอดว่าการเดินทางเยือนไต้หวันของประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยตรง ทางนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่ารัฐบาลไม่ทราบว่านางเพโลซีมีกำหนดการอย่างไร แต่หากมีการเดินทางเยือนไต้หวัน รัฐบาลสหรัฐฯ ก็จะมีท่าทีที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ด้านนายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะดูแลความเรียบร้อยให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เช่นเดียวกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโจ ไบเดนเอง ก็เคยแสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับการเดินทางเยือนครั้งนี้ มีการคาดว่าทั้งกองทัพและทำเนียบขาวพยายามโน้มน้าวให้แนนซี เพโลซี ไม่เดินทางเยือนไต้หวัน

ความเคลื่อนไหวของ แนนซี เพโลซี ในการเยือนครั้งนี้

เช้าวันที่ 3 ส.ค. 2022 แนนซี เพโลซี ได้เดินทางไปที่อาคารรัฐสภากรุงไทเป เพื่อพบปะพูดคุยกับ ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไต้หวัน รวมไปถึงรองโฆษกสภานิบัญญัติไต้หวัน 

จากนั้นไปพบกับประธานาธิบดีไซ่ อิงเหวินที่ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน เพื่อมอบรางวัล Order of Propitious Cloud และ Special Grand Cordon และสายสะพายแห่งมิตรภาพ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่ทิ้งไต้หวัน

Washington Post รายงานว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีแผนจะเข้าพบประธานบริษัท TSMC บริษัทรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่และทันสมัยที่สุดของโลก โดยนางเพโลซีกล่าวว่ากฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ เน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมชิปของสหรัฐฯ เพื่อแข่งขันกับจีน จะมอบโอกาสที่มากขึ้นสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน

การตอบโต้ระหว่าง อเมริกา – จีน – ไต้หวัน

มีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้จัดวางเรือรบที่ดูเหมือนจะโอบล้อมไต้หวัน โดยมีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Ronald Regan ได้เคลื่อนผ่านทะเลจีนใต้เข้าทะเลฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ยังมีเรือรบ USS Tripoli ที่ประจำการใกล้กับเกาะโอกินาวา เช่นเดียวกับเรือรบ USS America ที่อยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น

ขณะเดียวกันก็ยังมีเรือรบ USS Abraham Lincoln, USS Essex และเรือรบ 36 ลำ รวมถึงเรือดำน้ำ 3 ลำ ซึ่งประจำการที่หมู่เกาะฮาวาย เพื่อซ้อมรบ RIMPAC

ด้านทางการจีนที่แสดงความไม่พอใจอย่างมาก ได้ประกาศพื้นที่จัดการซ้อมรบ 6 แห่ง รอบเกาะไต้หวัน โดยพื้นที่ที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างชายฝั่งเกาะเพียง 9 ไมล์ทะเล และท่าเรือหลักของไต้หวันจะถูกปิดกั้นระหว่างการซ้อมรบ

การซ้อมรบครั้งนี้มีหลายกิจกรรมซึ่งรวมไปถึงการซ้อมรบด้วยกระสุนจริง พร้อมเตือนเตือนสายการบินที่ดำเนินการในเอเชียให้หลีกเลี่ยงการบินผ่านพื้นที่รอบเกาะไต้หวัน นอกจากนี้กรมศุลกากรจีนประกาศห้ามนำเข้าสินเข้าจากไต้หวัน จำนวนมากกว่า 2,000 ชนิด จาก 3,200 ชนิด เพื่อตอบโต้การเดินทางเยือนครั้งนี้

ส่วนไต้หวันประกาศยกระดับเตือนภัยเพื่อเตรียมรับมือการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงของจีน ด้านรัฐบาลไต้หวันประณามแผนการซ้อมรบทางทะเลและอากาศรอบเกาะไต้หวัน ขณะที่กระทรวงกลาโหมยืนยันจะตอบโต้ทุกความเคลื่อนไหวที่ละเมิดอธิปไตยของไต้หวัน และวิจารณ์คำประกาศของจีนที่ห้ามเครื่องบินและเรือต่างชาติเข้า-ออกพื้นที่ดังกล่าว

การประกาศซ้อมรบทางทหารของจีนรอบไต้หวัน อาจทำให้การขนส่งพลังงานไปยังไต้หวันและญี่ปุ่นในสุดสัปดาห์นี้ได้รับผลกระทบ

ผู้จัดการเรือและเจ้าของเรือกล่าวว่า ขณะที่จีนเพิ่มกิจกรรมทางทหารในภูมิภาค ผู้ขนส่งสินค้าอาจต้องเปลี่ยนเส้นทางเรือ ซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้าประมาณ 3 วัน แต่ความล่าช้า 2-3 วันไม่ใช่เรื่องแปลก ผู้ขนส่งสินค้ามักเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นในช่วงเวลานี้ของปีอยู่แล้ว

ที่ต้องจับตาดูคือ การซ้อมรบจบลงอย่างรวดเร็วหรือไม่ หากการฝึกซ้อมจะใช้เวลานานขึ้นและรุนแรงขึ้น ก็อาจจะจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานได้

หุ้น TSMC ร่วงนำกลุ่ม Semiconductor

ประธานบริษัท TSMC กล่าวต่อ CNBC ว่าหากจีนใช้กำลังยึดไต้หวันก็จะพบว่าโรงงานที่ผลิตชิปที่ทันสมัยที่สุดในโลกได้หยุดทำงาน พร้อมเสริมอีกว่าจะไม่มีผู้ชนะในสงคราม ทุกฝ่ายจะเป็นผู้พ่ายแพ้ เพราะสภาพเศรษฐกิจของทั้งจีนและชาติตะวันตกจะพินาศลง

ราคาหุ้น TSMC ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันปรับตัวลงเล็กน้อยที่ 0.98% ส่วน AMD, NVIDIA, Intel ต่างปรับตัวลงกว่า 1% แต่เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวสะท้อนว่านักลงทุนในตลาดไม่ได้คาดว่าเหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: