ในช่วงนี้ พี่ทุยเชื่อว่าหลายคนกำลังเอาใจช่วยแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในอิสราเอล และกำลังต้องการเดินทางกลับไทย ให้สามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย พอเห็นเรื่องนี้แล้ว พี่ทุยก็เป็นส่วนหนึ่งที่เอาใจช่วย และอีกมุมหนึ่งพี่ทุยก็อยากจะมาแชร์เรื่องราวการย้ายถิ่นฐานไปทำงานในต่างประเทศให้เพื่อน ๆ ได้เห็นภาพกันว่า แรงงานไทย ที่ไปทำงานในอิสราเอลกันเยอะมั้ย และที่อื่นที่นิยมไปอีกมีที่ไหนบ้าง แล้วแรงงานทั่วโลกล่ะ ส่วนใหญ่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานประเทศไหน
สำหรับแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศนั้น ถ้าพูดกันตรงๆ ก็จะมีทั้งแบบที่ไปกันถูกกฎหมาย กับลักลอบไป ซึ่งจากข้อมูลของกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน ล่าสุด ณ เดือน ก.ย. 2023 ซึ่งเป็นสถิติของคนที่ไปทำงานแบบถูกกฎหมาย พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
แรงงานไทย ไปทำงานต่างประเทศที่ไหนกันบ้าง
แรงงานไทย นิยมไปทำงานที่ไหนกัน ?
ถ้าดูจากข้อมูลนี้ ก็จะเห็นว่า 5 อันดับของประเทศ/พื้นที่ที่คนไทยไปทำงานมากที่สุดเลยก็คือ ไต้หวัน อิสราเอล เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย
10 อันดับสาขาอาชีพที่ แรงงานไทย ไปทำงานในต่างประเทศมากที่สุด
- คนงานเกษตร 25,709 คน
- คนงานอุตสาหกรรมทั่วไป 9,276 คน
- ผลิตภัณฑ์โลหะ 6,627 คน
- กรรมกร 6,003 คน
- คนงานทั่วไป 4,552 คน
- คนงานผลิต : ผลิตภัณฑ์โลหะ 3,887 คน
- การเกษตร 3,323 คน
- ผู้ปฏิบัติงานก่อนสร้างอื่น ๆ 2,930 คน
- นวดแผนโบราณ 2,158 คน
- เกษตรกรเก็บผลไม้ป่า 2,142 คน
พี่ทุยขอพามาเจาะลึกกันบ้างว่า ถ้าดูลึก ๆ เฉพาะคนไทยที่ไปทำงานในอิสราเอลเวลานี้ ไปทำงานในพื้นที่ไหนมากที่สุด
10 อันดับพื้นที่ในอิสราเอลที่ แรงงานไทย ไปทำงานมากที่สุด
- Southern (Hadarom) 12,665
- Central (Hamerkaz) 5,849
- Northern (Hazafon) 3,865
- Haifa 1,397
- Tel Aviv 710
- <NO DATA CITY> ( เมืองอื่นๆ)* 398
- Westbank 395
- Jerusalem 395
- Judea and Samaria (YOSH) 103
- <NO DATA CITY> ( เมืองอื่นๆ)* 87
*ข้อมูลที่คล้ายกัน 6 และ 10 คือ ข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่
ที่มา : กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน ข้อมูล ณ ก.ย.2023
10 อันดับ อาชีพที่คนไทยไปทำงานมากที่สุดเมื่อไปอิสราเอล
- คนงานเกษตร* 21,658
- การเกษตร* 2,735
- คนงานเกษตร* 334
- เกษตรทั่วไป* 193
- พ่อครัวชั้นหนึ่ง 118
- คนงานทั่วไป 108
- ช่างประกอบท่อ 74
- กุ๊ก 74
- พนักงานทั่วไป 72
- ช่างเชื่อม 68
*ข้อมูลที่คล้ายกัน 1-4 คือ ข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่
ที่มา : กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน ข้อมูล ณ ก.ย.2023
ดูจากข้อมูลนี้แล้ว ก็จะพบว่า อาชีพหลัก ๆ ที่คนไทยไปทำในอิสราเอลก็คือภาคเกษตร และก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตัวเลขจำนวนคนไทยที่ไปทำเกษตรในต่างประเทศ ติดอันดับ 1 ของงานในต่างประเทศที่คนไทยทำมากที่สุดด้วย โดยข้อมูลในตารางที่มีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรซ้ำกันนะ พี่ทุยสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากเป็นกลุ่มประเภทงานเกษตรที่แตกต่างกันนั่นเอง
เมื่อดูในแง่ของรายได้ที่คนไทยไปทำงานในต่างประเทศ ส่งกลับมาในไทยผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็จะพบว่า เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี แม้แต่ช่วงปีที่มีสถานการณ์โควิดและมีการล็อคดาวน์ในหลายประเทศทั่วโลก การส่งกลับเงินก็ยังเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า
การส่งกลับรายได้จากการทำงานในต่างประเทศมาไทย
- ปี 2023 (ม.ค.-ก.ย.) 184,513 ล้านบาท
- ปี 2022 237,917 ล้านบาท
- ในปี 2021 217,343 ล้านบาท
- ปี 2020 194,960 ล้านบาท
- ส่วนปี 2019 192,903 ล้านบาท
- ปี 2018 144,451 ล้านบาท
ที่มา : กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน
โดยรวมแล้ว ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับแรงงานไทยนี้ ก็เป็นเพียงข้อมูลที่บ่งบอกเฉพาะแรงงานที่ไปแบบถูกกฏหมายเท่านั้น จริง ๆ แล้ว ก็ยังมีแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศแบบผิดกฎหมายอีกมาก แต่พี่ทุยเชื่อว่า จุดหมายหลัก ๆ ที่แรงงานผิดกฎหมายเลือกไป ก็ไม่ได้ต่างไปจากจุดหมายหลักของแรงงานที่ถูกกฎหมายนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะแตกต่างกันก็คือ การไปแบบผิดกฎหมาย นอกจากเสี่ยงจากการได้รับบทลงโทษในประเทศที่เข้าไปแบบผิดกฎหมายแล้ว ก็ยังมีความเสี่ยงจากการได้รับการดูแล ได้รับเงินที่ไม่ยุติธรรม รวมทั้งอาจเสี่ยงที่จะเผชิญกับความไม่เป็นธรรมอื่นๆ เช่น การทารุณกรรม การบังคับขู่เข็นให้ทำงานผิดกฎหมาย อีกด้วย
ดูของไทยกันแล้ว คราวนี้ พี่ทุยจะพาทุกคนมาเปิดโลก ดูเพื่อน ๆ ทั่วโลกกันบ้างว่า ส่วนใหญ่แล้ว การย้ายถิ่นฐานไปทำงานในต่างประเทศเป็นยังไง
พี่ทุยไปอ่านเจอมาในรายงานเรื่องการย้ายถิ่นฐานทั่วโลกประจำปี 2022 ที่จัดทำโดย องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานจัดทำบทวิจัยของ องค์การสหประชาชาติ (UN) โดยในรายงานฉบับนี้ คาดการณ์ว่าปี 2019 โลกเรามีประชากรที่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานในต่างประเทศ 169 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 164 ล้านคน ในปี 2017 เมื่อดูรายละเอียดการย้ายถิ่นฐานของแรงงานว่า ไปยังกลุ่มประเทศแบบไหน พบว่า มีดังนี้
สัดส่วนการย้ายถิ่นฐานของแรงงานไปยังกลุ่มประเทศรายได้ระดับต่าง ๆ
พอไปดูแบบเจาะจงรายละเอียดให้มากขึ้นว่า ภูมิภาคหรืออาณาเขตไหนเป็นแหล่งที่รองรับแรงงานอพยพย้ายถิ่นฐานมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 คือ อเมริกาเหนือ 102.4 ล้านคน หรือ 61% ตามด้วยอาหรับ ยุโรปตอนเหนือ ยุโรปตอนใต้ และยุโรปตะวันตก โดยในส่วนของประเทศแถบอาหรับเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของแรงงานอพยพย้ายถิ่นฐาน คิดเป็น 41.4%
แรงงานทั่วโลกย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ภูมิภาคไหน
คราวนี้ เรามาดูกันบ้างว่า ถ้าส่องจากทั่วโลกแล้ว การส่งกลับรายได้จากต่างประเทศมาจากต้นทางตรงไหนเยอะ ทั้งในแง่จำนวนเงิน และสัดส่วนจำนวนเงินเมื่อเทียบกับ GDP โดยรวมของประเทศ ซึ่งก็จะเป็นเครื่องสะท้อนได้ดีว่า จุดนั้นมีแรงงานจากต่างประเทศไปทำงานอยู่เยอะ
20 อันดับ ประเทศต้นทางที่มียอดส่งเงินทำงานข้ามประเทศมากที่สุดในโลก
คำอธิบาย
- ซ้าย คือ ประเทศที่แรงงานไปทำงานแล้วส่งเงินกลับมากที่สุด ในแง่จำนวนเงิน
- ขวา คือ ประเทศที่แรงงานไปทำงานแล้วส่งเงินกลับมากที่สุด ในแง่สัดส่วนต่อ GDP
จากข้อมูลนี้ ก็จะพบว่า ไทยก็ติดอันดับประเทศต้นทางที่แรงงานส่งเงินกลับไปประเทศอื่น ทั้งในเชิงมูลค่าเงินและสัดส่วนต่อ GDP
ทั้งนี้ ในรายงาน ระบุว่า เงินรายได้ที่มาจากแรงงานอพยพย้ายถิ่นฐานส่งกลับเข้ามาในประเทศนั้นมีส่วนสำคัญกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาก โดยฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีแรงงานอพยพไปทำงานในต่างประเทศ หลากหลายพื้นที่ของโลก และมีการส่งกลับเงินมายังประเทศสูงถึง 35,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2020 หรือเกือบ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็นอันดับ 4 ถัดจาก อินเดีย จีน และเม็กซิโก
เงินรายได้จากแรงงานจำนวนมากที่ถูกส่งกลับมายังฟิลิปปินส์ จะมาจากสหรัฐฯ ขณะที่แหล่งเงินทำงานต้นทางอื่นๆ ที่สำคัญคือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และซาอุดีอาระเบีย
ส่วนเวียดนาม ก็ติดอยู่ใน 10 อันดับของประเทศที่รับเงินที่แรงงานส่งกลับประเทศเช่นกันในปี 2020 ด้วยมูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน พบว่า ในด้านมืด แรงงานอพยพผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งที่อพยพภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอง และที่ไปทำงานในส่วนอื่น ๆ ของโลก มีค่อนข้างมากเช่นกัน ซึ่งบ่อยครั้งก็มาจากการดำเนินการเคลื่อนย้ายแรงงานโดยเครือข่ายลักลอบค้าแรงงานผิดกฎหมาย
เส้นทางหลักของแรงงานผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นี่เป็นข้อมูลส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น ที่พี่ทุยหยิบมาให้ดูเท่านั้น ซึ่งพี่ทุยมองว่า ปัจจัยสำคัญเลยที่ทำให้แรงงานไปทำงานในต่างประเทศกันมากขึ้น ก็มาจากที่คนทั่วโลกสามารถเดินทางไปมาหาสู่กับต่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น ประกอบกับแต่ละประเทศก็มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนทักษะแรงงาน โดยส่วนสำคัญมาจากปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ที่จำนวนประชากรเกิดใหม่น้อยลง แต่ประชากรสูงอายุมากขึ้น ทำให้ขาดแคลนประชากรวัยแรงงาน หรืออาจจะมาจากการที่ประเทศเพิ่งผ่านสถานการณ์สงคราม ความวุ่นวายต่างๆ มา แล้วทำให้จำนวนประชากรวัยแรงงานหดหายไป เป็นต้น
ดังนั้น การที่แรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ในเมื่อพวกเขามองเห็นเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ ยกระดับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเลือกไปทำงานในต่างแดน ก็ต้องยอมรับให้ได้ว่า มีความเสี่ยงที่ต้องเจอหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมในจุดหมายที่เดินทางไป ซึ่งอาจจะมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อย หรือความเสี่ยงจากการเมืองวุ่นวาย และความเสี่ยงจากสงคราม เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในอิสราเอลนั่นเอง
อ่านเพิ่ม