เงินเฟ้อไทยติดลบ แต่ทำไมค่าครองชีพยังแพง?

เงินเฟ้อไทยติดลบ แต่ทำไมค่าครองชีพยังแพง?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทย เดือน ม.ค. 2567 ติดลบ 1.11% จากปีที่แล้ว ติดลบเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 2564 ด้าน ธปท. เผยเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับลดลงกว่าที่ประเมินไว้ และปี 2567 มีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำใกล้เคียง 1%
  • เงินเฟ้อติดลบมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1. ราคาพลังงานและค่าไฟฟ้าลดลงจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล 2. ราคาเนื้อสัตว์ ผักสด และผลไม้ลดลง แต่ราคาสินค้าบางอย่างปรับตัวขึ้น เช่น ข้าวสาร ข้าวเหนียว นมถั่วเหลือง กะทิ กาแฟสำเร็จรูป ข้าวกล่อง ข้าวแกง ซึ่งกลุ่มที่ราคาขึ้นมีความสำคัญกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่าสินค้าที่ราคาลดลง
  • สัดส่วนน้ำหนักสินค้าที่ใช้คิดเงินเฟ้อมาจากกลุ่มอาหารสดและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เกือบครึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตโดยเฉพาะคนเมืองซึ่งใช้จ่ายไปกับค่าเดินทาง ค่าข้าวแกง ค่าข้าวกล่อง ค่าอาหารนอกบ้าน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ช่วงที่ผ่านมามีข่าวเงินเฟ้อติดลบติดเข้าฟีดบ่อย ๆ จนกลายเป็นความกังวลว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวจนเกิดเงินฝืด ซึ่งการเกิดเงินฝืดน่าจะส่งผลให้ค่าครองชีพลดลง แต่เชื่อว่าเกือบทุกคนรู้สึกว่าค่าครองชีพไม่ลดลงเลย วันนี้พี่ทุยเลยขอพาไปดูกันหน่อยว่า เงินเฟ้อไทยติดลบ ทำไมรู้สึกว่าค่าครองชีพไม่ลด เป็นเรื่องจริงหรือแค่รู้สึกไปเอง ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย!!!

เงินเฟ้อไทยติดลบ ต่ำสุดในรอบ 35 เดือน แบงค์ชาติคาดปี 67 เงินเฟ้อคงตัวระดับต่ำ

วันที่ 5 ก.พ. 2567 มีการเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทย เดือน ม.ค. 67 ติดลบ 1.11% จากปีที่แล้ว ติดลบเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 2564 โดยหลักมาจากราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า เนื้อสัตว์ อาหารสด และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ลดลง

หลังจากนั้นวันที่ 7 ก.พ. 2567 ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.50% ได้เผยว่าเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับลดลงกว่าที่ประเมินไว้ และปี 2567 มีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำใกล้เคียง 1%

ทั้งจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง การประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อจาก ธปท. ดูแล้วค่าครองชีพน่าจะมีทิศทางลดลง แต่ทำไมเรายังรู้สึกว่าค่าครองชีพไม่ลดลงเลย?

ค่าครองชีพไม่ลดลง เรื่องจริงหรือแค่รู้สึกไปเอง?

ก่อนอื่นพี่ทุยขอพาไปส่องดูกันหน่อยว่าที่บอกว่าเงินเฟ้อติดลบ 4 เดือนติด มาจากราคาสินค้าประเภทไหนลดลงบ้าง?

ส่องส่วนประกอบ เงินเฟ้อไทยติดลบ 4 เดือนติด มาจากส่วนไหนบ้าง?

พี่ทุยย้อนดูข่าวเงินเฟ้อตั้งแต่เดือน ต.ค. 66 พบว่าเงินเฟ้อติดลบมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

  1. ราคาพลังงานทั้งน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ ลดลง และได้ผลดีจากมาตรการลดค่าครองชีพด้านพลังงานจากรัฐบาลโดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซลและลดค่าไฟฟ้า
  2. ราคาเนื้อสัตว์ ผักสด และผลไม้ลดลง ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาลดลงจากการจัดโปรโมชั่น เช่นเดียวกับราคาเครื่องใช้ส่วนบุคคลบางอย่างที่ลดลง เช่น สบู่ แชมพู ครีมบำรุงผิว

แต่สินค้าบางอย่างก็ปรับตัวขึ้น เช่น ข้าวสาร ข้าวเหนียว นมถั่วเหลือง กะทิ กาแฟสำเร็จรูป ข้าวกล่อง ข้าวแกง สะท้อนว่าราคาสินค้าไม่ได้ลดลงอย่างทั่วถึง

คนเมืองใช้จ่ายไปกับอะไร เท่าไรบ้าง

พี่ทุยไปหาข้อมูลพบว่าครัวเรือนทั่วประเทศแบ่งเป็นค่าอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ 35.1% ค่าที่อยู่อาศัย ของแต่งบ้าน 20.3% ค่ายานพาหนะและการเดินทาง 17.4% ส่วนอื่นๆ เป็นค่าของใช้ส่วนตัว การศึกษา ค่ารักษาพยาบาล

ซึ่งถ้าเป็นคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ เช่น คนในกรุงเทพฯ จะใช้จ่ายไปกับค่าเดินทางถึง 20% อีกทั้งช่วงที่ผ่านมาค่าโดยสารปรับเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นค่า BTS และ MRT ค่าโดยสารรถขนาดเล็ก รถสองแถว นี่ยังไม่รวมค่าอาหารซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นอาหารสำเร็จรูปทั้งข้าวแกง ข้าวกล่อง อาหารนอกบ้าน

คำถามคือ แล้วสัดส่วนน้ำหนักสินค้าที่เอามาคิดเงินเฟ้อสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายหรือไม่?

ส่องส่วนประกอบการคิดเงินเฟ้อไทย

อัตราเงินเฟ้อหรือที่เรียกกันว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทย มีสัดส่วนน้ำหนักสินค้าหลัก ๆ ที่เอามาคิดเงินเฟ้อ ดังนี้

  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 40.4% เช่น ข้าวและแป้ง เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ไข่และผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์
  • อาหารสำเร็จรูป 15.4% เช่น อาหารกินในบ้าน 8.7% อาหารกินนอกบ้าน 6.7%
  • เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า 2.2%
  • ค่าที่พักอาศัย 15.5%
  • ค่าไฟฟ้า เชื้อเพลิง น้ำประปา 5.5%
  • ค่าตรวจรักษาและบริการ 5.7%
  • ค่าพาหนะ ขนส่ง และสื่อสาร 22.7% เช่น ค่าโดยสารสาธารณะ 1.4% ยานพาหนะและน้ำมัน 15.2% การสื่อสาร 4.4%
  • บันเทิง การศึกษา การศาสนา 4.5%
  • ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1.4%

จะเห็นว่าสัดส่วนหลักอยู่ที่กลุ่มอาหารสดและสินค้าประกอบอาหาร ตามด้วยค่าที่พักอาศัย ยานพาหนะและน้ำมัน อาหารกินในบ้าน และอาหารกินนอกบ้าน

ค่าครองชีพไม่ลด เรื่องจริงหรือคิดไปเอง?

ส่วนประกอบหลักของการคิดเงินเฟ้อมาจากกลุ่มอาหารสดและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เกือบครึ่ง รวมถึงค่าโดยสารสาธารณะและยานพาหนะและน้ำมัน ค่าอาหารกินในบ้าน อาหารกินนอกบ้าน ซึ่งไม่ตรงกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตคนเมือง ซึ่งไม่ค่อยใช้จ่ายกับอาหารสด แต่เสียเงินส่วนใหญ่ไปกับค่าเดินทาง ค่าอาหารนอกบ้าน

นอกจากนี้ราคาสินค้าบางอย่างในกลุ่มอาหารสดและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยังปรับตัวขึ้น เช่น ข้าวสาร นมถั่วเหลือง กะทิ กาแฟสำเร็จรูป รวมถึงข้าวแกง ข้าวกล่อง กลุ่มนี้กลับมีสัดส่วนสำคัญในการใช้จ่ายแต่ละวันมากกว่าสินค้าที่ราคาลดลงด้วย

และที่สำคัญสิ่งที่เจอในชีวิตจริง คือ สินค้าและบริการเกือบทุกอย่างเมื่อราคาขึ้นแล้ว มักไม่มีทางปรับลงมาอีก ยกเว้นมีช่วงโปรโมชั่น ซึ่งก็อยู่แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

จากข้อมูลทั้งหมดก็จะเห็นว่ามาตรการลดค่าครองชีพช่วยแบ่งเบาภาระได้บางส่วน แต่ภาพรวมก็ต้องยอมรับว่าค่าครองชีพมีโอกาสมากสุดก็แค่อยู่ในระดับเดิม มีโอกาสน้อยมากที่จะลดลงแบบชัดๆ ดังนั้นแม้เงินฝืดแต่ทำไมรู้สึกว่าค่าครองชีพไม่ลดจึงเป็นเรื่องจริง

ต่อจากนี้พี่ทุยแนะนำว่าตัวเลขเงินเฟ้ออาจอยู่ในระดับต่ำ แต่ทุกคนต้องเตรียมรับมือกับค่าครองชีพที่อาจเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังหมดมาตรลดช่วยเหลือราคาพลังงานและไฟฟ้า เพราะแม้ค่าไฟฟ้าและเชื้อเพลิง จะมีสัดส่วนไม่มาก แต่กลับเป็นต้นทุนแฝงของสินค้าเกือบทุกกลุ่ม

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile