ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท ทำให้นายจ้างเจ๊ง ลูกจ้างตกงาน จริงหรอ?

ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท ทำให้นายจ้างเจ๊ง ลูกจ้างตกงาน จริงหรอ?

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 328-354 บาท ถ้าพรรคก้าวไกลลงมือทำนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกปี เริ่มทันทีวันละ 450 บาทได้จริง ๆ จะต้องเพิ่มค่าแรง 96-122 บาทต่อวัน หรือ 27-37% จากอัตราเดิม
  • อินโดนีเซียเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ปี 2566 ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 10% ขณะที่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งล่าสุดในปี 2565 ส่วนสิงคโปร์ไม่กำหนดค่าแรงขั้นต่ำ เปิดทางลูกจ้างกับนายจ้างต่อรองกันเอง 
  • ตัวแปรสำคัญของแนวโน้มการพิจารณาค่าแรงทั่วโลกในปีนี้ คือ ต้นทุนการใช้ชีวิตที่พุ่งขึ้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการกันแล้ว พรรคก้าวไกลก็เดินหน้าฟอร์มทีมรัฐบาล ทำให้นโยบาย ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท ที่เคยหาเสียงไว้ ถูกหยิบยกมาพูดถึงกันอื้ออึง ทั้งเห็นด้วยและเป็นกังวล

แล้วนโยบาย ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกปี เริ่มทันทีวันละ 450 บาท ที่เป็นไฮไลท์ของพรรค จะเป็นได้จริงมั้ย พี่ทุยก็เลยจะชวนวิเคราะห์กันว่า จะปรับได้จริงแค่ไหน ถ้าปรับแล้ว จะเป็นผลดีหรือมีผลข้างเคียงกับเศรษฐกิจยังไง 

ก่อนอื่น พี่ทุย ขอชวนมาเช็คกันสักนิดว่า ค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบันอยู่ที่เท่าไหร่ โดยจากข้อมูลในเว็บไซต์กระทรวงแรงงาน พบว่า ค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน ปรับขึ้นครั้งล่าสุด วันที่ 1 ต.ค. 2565 อยู่ที่ 328-354 บาท โดยเฉลี่ยปรับขึ้นมา 5.02% จากการปรับขึ้นค่าแรงรอบก่อน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2563 ที่มีอัตราค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 313-336 บาท

คราวนี้มาลองดูกันว่า สมมติถ้าการปรับขึ้นค่าแรงเป็น 450 บาท เท่าเทียมกันทุกจังหวัด ในปี 2566 จะขึ้นเป็นอัตราการปรับขึ้นเท่าไหร่

ถ้าขึ้นค่าแรงทันที 450 บาท แต่ละพื้นที่ได้ขึ้นเท่าไหร่

ถ้าขึ้นค่าแรงทันที 450 บาท แต่ละพื้นที่จะได้ขึ้นคนละเท่าไหร่ ?

ถ้าดูจากตัวเลขที่พี่ทุยลองคำนวณดู ก็จะพบว่า สมมติพรรคก้าวไกลได้จัดตั้งรัฐบาล แล้วพอเข้าไปทำหน้าที่แล้ว ผลักดันนโยบายขึ้นค่าแรงให้เกิดขึ้นได้จริงสำหรับการขึ้นค่าแรงครั้งถัดไป ก็หมายความว่า 

ค่าแรงขั้นต่ำ จะเพิ่มขึ้นอีก 96-122 บาทต่อวัน ซึ่งถ้าคูณจำนวนวันของแต่ละเดือน กรณีมี 30 วัน ก็จะได้เงินเพิ่มขึ้นเดือนละ 2,880 – 3,660 บาทต่อเดือน รวมทั้งปีที่มีอยู่ 365 วัน ถ้าทำงานทุกวัน ก็จะได้เงินเพิ่มขึ้น 35,040 – 44,530 บาทต่อปีเลย

ดูแล้ว ก็คงเป็นเรื่องราวดี ๆ สำหรับแรงงาน ถ้าจะได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ตามนโยบายที่ประกาศเอาไว้ แต่ถ้าพูดถึงในแง่ความเป็นจริง การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทีเดียว 27-37% จะเป็นจริงได้รึเปล่า อันนี้อีกเรื่องหนึ่ง

ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท คำนวณจากอะไร

พรรคก้าวไกล ใช้คำนวณอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท โดยคิดบนพื้นฐานที่ว่า ค่าแรงถูกปรับขึ้นเป็น 300 บาท ตั้งแต่ปี 2554 แล้วจากนั้น ค่าแรงก็ปรับขึ้นสอดคล้องกับเงินเฟ้อและค่าครองชีพทุกปี 

โดยที่นโยบายนี้จะมาพร้อมแพ็กเกจดามใจนายจ้างที่ต้องจ่ายค่าแรงให้ลูกจ้างสูงขึ้นด้วย คือ กรณีเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นโยบายพรรค ระบุว่า ช่วง 6 เดือนแรก ของการปรับขึ้นค่าแรง รัฐจะช่วยสมทบค่าประกันสังคมส่วนที่นายจ้างต้องเสียให้ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณส่วนนี้ต่อปี ประมาณ 16,000 ล้านบาท

พอตัดภาพมาดูโลกความจริง การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศ เกิดขึ้นปี 2556 แล้วจากนั้นกว่าจะได้ปรับอีกทีก็คือปี 2560 เลย แปลว่า ค่าแรงขั้นต่ำถูกแช่แข็งเอาไว้นานถึง 5 ปี หลังการปรับขึ้นเป็น 300 บาททั่วประเทศ 

หลังจากนั้น ได้ปรับค่าแรงขั้นต่ำอีกใน ปี 2561 ปี 2563 และปี 2565 เหมือนว่าจะปรับขึ้นเรื่อย ๆ เเต่ถ้าเทียบตัวเลขระหว่างปี 2565 กับปี 2560 ก็พบว่า ปรับขึ้น 28 – 44 บาทเท่านั้น 

พี่ทุยก็เลยลองเอาข้อมูลเงินเฟ้อในช่วง ปี 2555-2565 มาดู แล้วลองคำนวณเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯ ว่า ถ้าค่าแรงปรับตามเงินเฟ้อจริง จะเป็นยังไง

เปรียบเทียบการปรับขึ้นของค่าแรงตามงินเฟ้อ

 ถ้าขึ้นค่าแรงตามเงินเฟ้อจริงๆ จะเป็นยังไง ? 

ถ้าดูจากตัวเลขที่ พี่ทุยลองสมมติดูว่า ถ้าค่าแรงขั้นต่ำตั้งต้นอยู่ที่ 300 บาท ในปี 2555 แล้วจากนั้นปรับขึ้นตามเงินเฟ้อ ถ้าปรับตามเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริง บางปีค่าแรงก็อาจจะไม่ได้ปรับขึ้น เพราะปีก่อนหน้านั้นเงินเฟ้อติดลบ แต่ถ้ามองแบบคร่าว ๆ ว่า ต่อให้เงินเฟ้อจะติดลบ แต่ค่าใช้จ่ายเราเพิ่มขึ้นทุกปีเลย ควรจะคิดค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นบนพื้นฐานเงินเฟ้อปรับขึ้น 3% ทุกปี ดังนั้น ค่าแรงตั้งแต่ปี 2565 ก็ควรขยับมาอยู่แถว ๆ 400 บาทแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงก็ยังไม่ใช่อย่างนั้น

คราวนี้มาลองใช้ตัวเลขค่าแรงขั้นต่ำของจริงกันบ้าง ซึ่งอยู่ที่ 328-354 บาท ดังนั้น ถ้าไปดูตัวเลขการขึ้นค่าแรงเป็น 450 บาท ที่ขึ้นมาทีเดียว 96-122 บาท พี่ทุยก็มองว่า ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าผลักดันอย่างเต็มที่ มีเหตุผลสนับสนุนเพียงพอ และมีเสียงสนับสนุน นโยบายก็เกิดขึ้นได้อยู่ 

เพียงแต่ การปรับขึ้นค่าแรงครั้งเดียวมากระดับนี้ จะต้องเผชิญเสียงคัดค้านจากฝั่งผู้ประกอบการแน่นอน เนื่องจากพวกเขาจะต้องรับภาระต้นทุนที่ขยับขึ้นแบบโหดทีเดียว

ปรับขึ้น ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท กระทบนายจ้างยังไง ?

แม้ว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหลายฝ่ายจะเห็นตรงกันว่า เป็นการช่วยฝั่งคุณภาพชีวิตแรงงาน แต่ฝั่งธุรกิจ ผู้ประกอบการ ก็กังวลถึงต้นทุนที่มากขึ้นซึ่งอาจจะแบกรับไม่ไหวเช่นกัน

ภาคธุรกิจเป็นกังวล ขึ้นค่าแรงก้าวกระโดด ให้ผลร้ายมากกว่าดี

รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้แสดงความคิดเห็นต่อว่าที่รัฐบาลใหม่ว่า มีความกังวลเพราะมีการหาเสียงไว้ขึ้นแบบก้าวกระโดดไปที่ 450-600 บาทต่อวัน มองว่าควรที่จะเน้นไปที่การเพิ่มค่าแรงจากทักษะฝีมือแรงงานมากกว่า การขึ้นค่าแรง โดยต้องควบคู่กับการลดค่าครองชีพด้วย

หากขึ้นเร็วและก้าวกระโดดจะกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SME) ขณะที่รายใหญ่มีศักยภาพในการจ่ายเพิ่มอยู่แล้ว แต่ก็จะไปหนุนระบบหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรกลมากขึ้น

ซึ่งสภาอุตสาหกรรมไม่ได้คัดค้านการขึ้นแต่อยากให้ตัวเลขสอดคล้องกับข้อเท็จจริง จึงหวังว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วจะหารือกันบนข้อมูลก่อนตัดสินใจ

“รัฐต้องเข้าใจค่าแรงขั้นต่ำที่จะต้องผ่านการพิจารณาโดยไตรภาคีที่ต้องมองหลายปัจจัย ที่ผ่านมาก็เห็นว่าการขึ้นแบบก้าวกระโดดจะลดขีดแข่งขันของประเทศและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI จะลดด้วย และอย่าลืมการขึ้นขั้นต่ำส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ที่แรงงานจากเพื่อนบ้านและเงินนี้จะหมุนเวียนไม่เต็ม 100% ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพราะแรงงานเหล่านี้จะกันเงินราว 50% ส่งกลับไปยังบ้านเกิด” 

ทั้งนี้ ในภาวะที่ต้นทุนค่าแรงขึ้น พี่ทุยก็เห็นด้วยว่า อาจจะทำให้บริษัท ห้างร้าน พยายามหันไปใช้เทคโนโลยีมาทำงานอัตโนมัติ ทดแทนการทำงานของคนในบางหน้าที่ เพื่อลดต้นทุนในระยะยาว

นอกจากนี้ ก็อาจจะกระทบกับการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามา เพราะทุนต่างชาติย่อมคำนึงถึงค่าแรงของแต่ละประเทศด้วย ก่อนจะเลือกว่าจะไปลงเอยตั้งฐานการผลิตที่ไหน

พี่ทุยก็มองว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามเงินเฟ้อนั้น หากค่อย ๆ ขึ้นทีละนิด ก็สามารถทำได้โดยที่นายจ้างสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ แต่หากขึ้นกระฉูด 20%+ ก็นายจ้างก็รับมือได้ยาก และการขึ้นค่าแรงก็จำเป็นต้องยิ่งพิจาณาภาพรวมเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ เช่น GDP เงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน ต่าง ๆ ให้รอบคอบเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม อาจจะมีความเป็นไปได้มากกว่า ที่การปรับขึ้นค่าแรงเป็น 450 บาท จะเกิดขึ้นในจังหวัดนำร่องที่ได้ค่าแรงระดับสูงสุดในประเทศ ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ก็ได้รับค่าแรงลดหลั่นลงมา 

หรือในกรณีที่ทำได้ทันทีทุกจังหวัด 450 บาท ถ้าจะไม่ให้เกิดภาวะช็อคจากต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดในกลุ่มนายจ้าง นโยบายสนับสนุนต่าง ๆ ต้องออกมาใช้รวดเร็ว ควบคู่กันไปกับการขึ้นค่าแรง  เช่น การให้เงินสมทบประกันสังคมส่วนนายจ้าง กับกลุ่ม SMEs ตามที่ระบุไว้

คราวนี้ พี่ทุยลองไปค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบดูว่า ค่าแรงขั้นต่ำของไทยอยู่ตรงจุดไหนของโลก ก็จะพบว่า มีตั้งแต่อยู่ในประเทศลำดับที่ 70 กว่า ๆ ไปจนถึง 80 กว่า ๆ ขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลของประเทศต่าง ๆ ที่เอามาเปรียบเทียบอัปเดตแค่ไหนด้วย ส่วนถ้าเทียบกับในอาเซียนด้วยกันเอง ก็มากกว่าเกือบทุกประเทศ แต่ก็ยังน้อยกว่ามาเลเซีย ส่วนสิงคโปร์นั้นไม่มีการจัดลำดับ เพราะประเทศไม่ได้กำหนดค่าแรงขั้นต่ำ

เปรียบเทียบค่าแรงขั้นต่ำทั่วโลกล่าสุด

ไหน ๆ ก็พูดถึงประเทศเพื่อนบ้านแล้ว พี่ทุยขอเอาค่าแรงขั้นต่ำประเทศเพื่อนบ้านมาอัปเดตให้ดูดีกว่าว่า แต่ละที่ปรับกันบ้างรึเปล่าช่วงที่ผ่านมา

10 ประเทศที่มีเงินเดือนสูงที่สุดในโลก 

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน

ค่าแรงขั้นต่ำอินโดนีเซีย

ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำปี 2566 +10% จากปี 2565 มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2566

ค่าแรงขั้นต่ำสิงคโปร์

ไม่ได้กำหนดค่าแรงขั้นต่ำเอาไว้ โดยค่าแรงขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองโดยตรง ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

ค่าแรงขั้นต่ำมาเลเซีย

เมื่อเดือน พ.ค. 2565 ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 1,500 ริงกิตต่อเดือน +25% จาก 1,200 ริงกิตต่อเดือน โดยยกเว้นเฉพาะนายจ้างที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 5 คน ให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหลังวันที่ 1 ก.ค.2566 เป็นต้นไป

ค่าแรงขั้นต่ำฟิลิปปินส์

ค่าแรงขั้นต่ำ ปรับครั้งล่าสุด 4 มิ.ย. 2565 โดยอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ของนอกภาคการเกษตร เพิ่มขึ้น 33 เปโซ เป็น 570 เปโซต่อวัน ส่วนภาคการเกษตร สถานประกอบการบริการและค้าปลีกที่มีการจ้างคนงานน้อยกว่าหรือเท่ากับ 15 คน และโรงงานผลิตที่มีพนักงานประจำน้อยกว่า 10 คน ค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มขึ้น 33 เปโซ เป็น 533 เปโซต่อวัน   

ค่าแรงขั้นต่ำเวียดนาม 

ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 6% ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2565 โดยแต่ละพื้นที่เขตจังหวัดมีค่าแรงขั้นต่ำไม่เท่ากัน

เห็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแล้ว พี่ทุยก็อยากอธิบายเพิ่มเติมว่า แต่ละประเทศก็อาจจะเผชิญปัจจัยที่ใช้พิจารณาการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในแต่ละปีไม่เหมือนกัน ดังนั้น ถ้าปีนี้ประเทศหนึ่งขึ้น อีกประเทศอาจจะไม่ขึ้นค่าแรงก็ได้

ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ระบุว่า การที่ประเทศต่าง ๆ กำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ก็เพื่อปกป้องรายได้และกำลังซื้อของแรงงานที่ได้รับค่าแรงขั้นต่ำ และครอบครัวของพวกเขา ขณะที่แนวโน้มที่จะมีอิทธิพลกับทิศทางค่าแรงจากนี้จนถึงสิ้นปี 2566 คือ ต้นทุนการดำเนินชีวิตที่พุ่งขึ้น จากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น 

ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท จะสู้เงินเฟ้อได้หรือไม่ ?

ที่แน่ ๆ ถ้าค่าแรงขึ้น แต่ค่าข้าวของที่เราต้องกินต้องใช้ขึ้นราคาเยอะกว่า วิ่งไม่ทันเงินเฟ้อ พอมาหักลบกันแล้ว อาจจะกลายเป็นเรากำลังเผชิญภาวะค่าแรงที่แท้จริง หดตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าก็ได้ แต่ถ้าขึ้นระดับ 450 บาท พี่ทุยก็คิดว่า ตัดความกังวลเรื่องค่าแรงขึ้นไม่ทันเงินเฟ้อไปเลยได้ เพราะอัตราการขึ้นไปสู่ระดับนี้ ห่างไกลกับอัตราเงินเฟ้อในไทยมาก

สุดท้ายนี้ คนไทยอย่างเรา ก็ต้องมาร่วมลุ้นติดตามตอนต่อไปว่า ไทยจะได้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450 บาททันที ตามที่พรรคก้าวไกล หาเสียงเอาไว้หรือไม่

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile