เนื้อหาในคอนเทนต์นี้พี่ทุยขอบอกก่อนเลยว่า เป็นเนื้อหาที่หยิบมาจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เป็นการสรุปมาให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ กันอีกทีนึงสำหรับใครที่อยากรู้ว่านโยบายเศรษฐกิจที่แต่ละพรรคการเมืองหาเสียงกัน หาเงินมาจากไหนกันบ้าง
ก่อนอื่นเลย พี่ทุยอยากพามาสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมากันก่อน
สถานการณ์เศรษฐกิจไทย
ดุลการค้า : ขาดดุลต่อเนื่อง
- มกราคม 2566 ขาดดุลการค้า 4,649.6 ล้านเหรียญ สูงสุดในรอบ 10 ปีและต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10
- กุมภาพันธ์ 2566 ขาดดุลการค้า 1,113.4 ล้านเหรียญ ด้านการส่งออกหดตัว 4.6% และการนำเข้าขยายตัว 3.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
หนี้สาธารณะ : เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
- มีนาคม 2566 มีหนี้สาธารณะ 10,797,505.46 ล้านบาท หรือ 61.23% ของ GDP
เงินเฟ้อ : มีนาคม 2566 อยู่ที่ 2.83%
- ที่ผ่านมาไทยเจอเงินเฟ้อด้านอุปทาน (Supply-side inflation) จากที่ราคาด้านพลังงานพุ่งสูงขึ้น
- ความเสี่ยงของเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ (Demand-pull inflation)
ธนาคารแห่งประเทศไทย : ประกาศขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
- ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโบายอยู่ที่ 1.75 จากการประกาศเมื่อ 29 มีนาคม 2566
- กระทบต่อต้นทุนทางการเงินของธุรกิจและซ้ำเติมหนี้ครัวเรือนซึ่งอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว
นโยบายเศรษฐกิจของพรรคนี้ หาเงินมาจากไหน ?
ภูมิใจไทย
เป็นพรรคที่ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของเงินว่ามาจากไหน และทาง TDRI ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่านโยบายเศรษฐกิจที่มีการหาเสียงและประกาศในเว็บไซต์ของพรรคบางนโยบาย ไม่ได้มีการแจ้งไปยัง กกต.
เช่น
“เกษตรกรร่ำรวย รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน”
“ฉายรังสีรักษามะเร็งฟรี ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ”
“รถเมล์ไฟฟ้า ลด PM 2.5 ค่าบริการ 10-40 บาท”
“ฟรีโซล่าเซลล์ ผ่อนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเดือนละ 100”
เพื่อไทย
มีนโยบายกว่า 70 นโยบาย และต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นกว่า 1.8 ล้านล้านบาท แต่นโยบายที่คนให้ความสนใจมากที่สุดคือ การแจกเงินดิจิทัลให้ประชาชนคนละ 10,000 บาท ทำให้ต้องใช้เงิน 5.6 แสนล้านบาท และแหล่งที่มาของเงินนี้ นั่นก็คือ
(1) ภาษีของรัฐบาล ปี 2567 ประมาณการว่าจะเพิ่มขึ้น 2.6 แสนล้านบาท
(2) การจัดเก็บภาษีที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 1 แสนล้านบาท
(3) การบริหารจัดการงบประมาณ 1.1 แสนล้านบาท
(4) การบริหารงบประมาณสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน 9 หมื่นล้าน
และนอกจากนี้ 44 จาก 70 นโยบาย บอกว่าแหล่งที่มาของเงินมาจากการบริหารงบประมาณแผ่นดินปกติ
ก้าวไกล
นโยบายของพรรคก้าวไกลแจ้งว่าจะใช้เงินประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท และนโยบายที่น่าจะใช้เงินมากที่สุด คือ นโยบายสวัสดิการผู้สูงอายุ ที่ต้องใช้ 5 แสนล้านบาท รองลงมาคือนโยบายจังหวัดจัดการตัวเอง ที่ต้องใช้งบประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งมาจากการเกลี่ยงบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ มาให้จังหวัด
แหล่งที่มาของเงินที่ต้องใช้เงินเพิ่มจะมาจาก
(1) จัดเก็บรายได้ภาครัฐในรูปแบบใหม่และปรับปรุงระบบภาษี จะทำให้รายได้ของรัฐเพิ่มขึ้น 6.5 แสนล้านบาทต่อปี
(2) ปฏิรูปกองทัพซึ่ง จะทำให้รัฐประหยัดงบประมาณและมีรายได้เพิ่มขึ้น 5 หมื่นล้านบาทต่อปี
โดยรวมแล้วตัวเลขงบประมาณที่พรรคก้าวไกลนำเสนอมีการทำเอกสารที่ค่อนข้างละเอียด รัดกุม และไม่ได้ใช้เงินนอกงบประมาณ ซึ่งก็จะช่วยอุดรอยโหว่จากวินัยการคลังที่บางรัฐบาลทำมาในยุคก่อนหน้านี้ได้
พลังประชารัฐ
นโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่ใช้งบประมาณมากที่สุด คือ นโยบายสวัสดิการผู้สูงอายุ ที่ต้องใช้ 5 แสนล้านบาท เหมือนกับพรรคก้าวไกล (แต่อาจใช้เงินมากกว่าเพราะผู้ที่อายุมากกว่า 70 ปี ทางพรรคพลังประชารัฐก็ให้ แต่พรรคก้าวไกลไม่ได้ให้แล้ว)
แหล่งที่มาของเงินที่ต้องใช้เงินมาจาก
(1) งบประมาณประจำปีปกติ
(2) การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้และการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่
(3) รายได้ภาครัฐที่จะเพิ่มขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
แต่แหล่งรายได้ก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดแบบชัดเจน และหลายนโยบายที่ตามหลักการแล้วจำเป็นจะต้องใช้งบประมาณแต่ไม่ได้ระบุแหล่งที่มา ซึ่งเสี่ยงต่อฐานะทางการคลังของรัฐเลยทีเดียว
ประชาธิปัตย์
นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ 11 นโยบายที่เสนอมาต้องใช้งบประมาณ 6.9 แสนล้านบาท นโยบายที่น่าจะใช้เงินมากที่สุด คือ สตาร์ทอัพ SME มีแต้มต่อ ใช้งบประมาณ 3 แสนล้านบาท และนโยบายธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน ใช้งบประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 นโยบายนี้ใช้เงินนอกงบประมาณ
ส่วนแหล่งรายได้ที่เป็นเงินในงบประมาณมีแหล่งรายได้มาจาก 3 แหล่งใหญ่ คือ
(1) การปรับลดงบประมาณบางรายการ (เช่น งบกลาง) ลง 1 แสนล้านบาท
(2) การจัดเก็บภาษีใหม่จากกลุ่มผู้มีรายได้สูง 3.2 หมื่นล้านบาท
(3) การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี 1 แสนล้านบาท
รวมไทยสร้างชาติ
เป็นพรรคที่ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของเงินว่ามาจากไหน และเป็นพรรคที่แจ้งว่าจะใช้งบประมาณน้อยที่สุดใน 6 พรรคการเมืองใหญ่ แต่สาเหตุมาจากการประเมินต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
ที่มา: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
อ่านเพิ่มเติม: