ร่าง พรบ. งบประมาณแผ่นดิน ปี 2566

[บทวิเคราะห์] “ร่าง พรบ. งบประมาณแผ่นดินปี 66” มีอะไรน่าจับตาดูบ้าง ?

5 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • งบแผ่นดินปี 2566 รัฐบาลยื่นขอรับการจัดสรรไว้ที่ 3.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.74% โดยมุ่งให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
  • หากผ่านความเห็นชอบ จะถือเป็นการใช้งบประมาณขาดดุลปีที่ 16 ติดต่อกัน หากจัดการไม่ดีในระยะยาว ย่อมสะเทือนถึงความเชื่อมมั่นทางการคลังของประเทศ
  • กระทรวงศึกษาธิการยังคงครองแชมป์หน่วยงานที่ได้รับงบสุงที่สุด ทว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษากลับยังไม่พัฒนามากนัก ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือหน่วยงานที่มีการเปลี่ยนแปลงการรับงบมากที่สุด 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ร่าง พรบ. งบประมาณแผ่นดินปี 66 จะถูกพิจารณาในระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 2 มิ.ย. 2565 นี้ ซึ่งนี่เป็นเหตุการณ์สำคัญที่คนทั่วประเทศต้องติดตาม

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงแค่การพิจารณาในวาระแรกเพื่อรับ/ ไม่รับหลักการในภาพรวมเพื่อไปพิจารณาต่อในวาระสองและตัดสินใจขั้นสุดท้ายในวาระสาม แต่ก็ถือว่าเป็นภาพสะท้อนได้ดีว่าปัจจุบันรัฐบาลกำลังเอาเงินภาษีของพวกเราไปให้น้ำหนักไปกับเรื่องอะไรมากที่สุด และมีอะไรให้ประชาชนอย่างเรา ๆ ควรติดตามบ้าง

พี่ทุยได้ไปทำการบ้านมาให้แล้ว มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ขอเชิญติดตามได้ดังนี้ 

โครงสร้างงบประมาณ 2566

รัฐบาลได้จัดทำข้อเสนองบประมาณที่จะใช้จ่ายในปีงบประมาณ 2566 ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 – 30 ก.ย. 2566 เอาไว้ที่ 3,185,000 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2565 ที่ 85,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.74% และคิดเป็น 17.79% ของ GDP ประเทศ

ร่างการจัดสรรงบของภาครัฐยังคงอิงตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยยุทธศาสตร์ที่ได้รับมากที่สุด คือ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ที่ 759,861.3 ล้าน คิดเป็น 23.9% ของงบประมาณทั้งหมด รองลงมายุทธศาตร์ด้านการปรับสมดุลภาครัฐ และยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 

ร่าง พรบ. งบประมาณแผ่นดิน ปี 2566

สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังใส่ใจกับกับประเด็นความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมมากที่สุด ควบคู่กับการรกระดับการทำงานของภาครัฐ  

แผนงานภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมที่สำคัญประกอบไปด้วย การกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ 304,356.1 ล้านบาท และการสร้างหลักประกันทางสังคม 269,465.2 ล้านบาท 

ร่าง พรบ. งบประมาณแผ่นดิน ปี 2566

หากลงไปดูตามรายภารกิจกระทรวงต่าง ๆ โดยไม่นับงบกลางที่มีไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน จะพบว่า “กระทรวงศึกษาธิการยังคงเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด” ที่ 325,900.2 ล้านบาท คิดเป็น 10.2% ของงบทั้งหมด รองลงมาคือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงกลาโหม 

ร่าง พรบ. งบประมาณแผ่นดิน ปี 2566

ร่าง พรบ. งบประมาณแผ่นดินปี 66 ส่อแววขาดดุลต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 16

 อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่าการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของในปีนี้ยังคงเป็น “งบประมาณแบบขาดดุล” อยู่ ซึ่งหมายความว่าขณะนี้รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเกินกว่ารายรับที่หาเข้ามาได้  

สำนักงบประมาณประเมินว่า รัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อมาชดเชยการขาดดุลดังกล่าวถึง 695,000 ล้านบาท คิดเป็น 3.88% ของ GDP นั่นก็เพราะว่าในปีงบประมาณ 2566 รัฐบาลจะมีรายได้จากการเก็บภาษีต่าง ๆ เข้ามาสุทธิ 2,490,000 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายมีมากถึง 3,185,000 ล้านบาท  

แม้รัฐบาลจะเน้นย้ำมาตลอดว่าระดับหนี้สาธารณะอยู่ในเกณฑ์ตามกฎหมายกำหนด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือสัญญาณเตือนที่น่ากังวลไม่น้อย 

เพราะ ไทยใช้งบประมาณแบบขาดดุลต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 15 ติดต่อกันแล้ว ดังนั้นหากงบประมาณปี 2566 ผ่านความเห็นชอบในท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นการขาดดุลงบประมาณปีที่ 16 ไปในทันที

ร่าง พรบ. งบประมาณแผ่นดิน ปี 2566

ยิ่งไปกว่านั้นไทยยังคงมีแนวโน้มที่จะใช้งบประมาณขาดดุลลากยาวไปถึงปี 2570 ด้วยซ้ำตามแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อรักษาระดับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเอาไว้ โดยเฉพาะที่เกิดจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 

ซึ่งหากในระยะยาวไทยยังคงใช้งบประมาณขาดดุลแบบนี้ต่อไปก็ย่อมกระทบกระเทือนต่อรากฐานความเชื่อมั่นทางการคลังของประเทศอย่างแน่นอน 

จึงไม่แปลกที่ผ่านมากระทรวงการคลังของไทยจะเริ่มแสวงหาแนวทางการสร้างรายได้ให้กับภาครัฐด้วยฐานภาษีใหม่ ๆ อาทิ ภาษีจากการซื้อขายหุ้น เพื่อมาอุดช่องว่างรายจ่ายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องท้าทายความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาลไม่น้อย 

เพราะ หากเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ การเก็บภาษีเพิ่มขึ้นก็ยิ่งสร้างภาระต่อเงินในกระเป่าของประชาชนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจให้ยิ่งแย่ลงไปอีก  

ร่าง พรบ. งบประมาณแผ่นดินปี 66 เทงบลงการศึกษามากสุด

อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องตามคือรายจ่ายที่จัดสรรงบให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรให้มากที่สุดในหน่วยงานราชการของไทยที่ 325,900.2 ล้านบาท คิดเป็น 10.2% ของงบทั้งหมด และยังคงเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบมากที่สุดหลายปีติดต่อกันแล้ว

อย่างไรก็ดี แม้ว่างบประมาณรายจ่ายดังกล่าวจะดูเหมือนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการศึกษา แต่เมื่อเจาะดูไส้ในของรายการค่าใช้จ่ายแล้วกลับพบว่างบประมาณส่วนใหญ่ยังไปลงที่รายจ่ายของบุคลากร หรือ เงินเดือนครูและอาจารย์ เป็นหลัก ที่ 204,023.49 ล้านบาท คิดเป็น 62.6% ของงบทั้งหมดของการศึกษา 

ขณะที่งบเพื่อการลงทุนและพัฒนาผู้เรียนและระบบการศึกษาให้มีความทันสมัยจัดสรรไว้เพียงแค่ 1.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้น คิดเป็น 4.9% ของงบทั้งหมดของการศึกษา

ที่ผ่านมาพัฒนาการความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กนักเรียนไทยยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก

สะท้อนจากอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาที่จัดทำโดย International Institute for Management Development (IMD) ในปี 2564 ระบุว่าไทยอยู่ในลำดับที่ 56 ลดลงจากที่ 55 ในปี 2563 ขณะที่ผลการประเมินของ PISA ด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ รอบล่าสุด ในปี 2561 มีคะแนนอยู่ที่ 412 คะแนน ลดลงจากรอบการประเมินเมื่อปี 2558 ที่มีคะแนนอยู่ที 415    

งบด้านการเกษตรเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

ส่วนหน่วยงานที่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงบมากที่สุดเมื่อเทียบกับปี 2565 คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเพิ่มขึ้น 16,214 ล้านบาท หรือ 14.8% จาก 109,852.6 ล้านบาทเป็น 126,067.1ล้านบาท 

โดยงบส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ภารกิจการการบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยจัดสรรให้ในส่วนนี้ไว้มากถึง 69,935 ล้านบาท 

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมและประเด็นที่น่าติดตามในการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน 2566 ที่พวกเราต้องติดตาม 

ซึ่งพี่ทุยเชื่อเหลือเกินว่าตลอด 3 วันที่จะมาถึงนี้ การอภิปรายในสภาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านคงเป็นไปอย่างดุเดือดแน่นอน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile