เงินเดือนเท่านี้ ผ่อนรถรุ่นไหนไหว

เงินเดือนเท่านี้ “ผ่อนรถ” รุ่นไหนไหวบ้าง ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • การ “ผ่อนรถ” ถ้าเรารู้หลักการว่าเราควรผ่อนไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ เราจะรู้ว่าเราผ่อนรถรุ่นนี้ไหวมั้ยโดยที่ไม่ต้องปรึกษาใครอีกเลย
  • ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าเราไม่ควร “ผ่อนรถ” เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้เรา ถ้าให้พี่ทุยแนะนำก็คือประมาณ 10% แต่ห้ามเกิน 15% เด็ดขาด เพราะถ้ามากกว่านี้มีโอกาสสูงมากที่เราจะผ่อนเกินความสามารถ แล้วมีโอกาสที่จะไปกระทบแผนการเงินอื่นๆของเราได้

การ “ผ่อนรถ” เป็นหนึ่งในรายจ่ายเรื่องรถยนต์ในแต่ละเดือน ถ้าเราตัดสินใจจะซื้อรถสักคันจะไม่ได้มีแค่ค่า “ผ่อนรถ” แต่ยังมีทั้งค่าน้ำมัน ค่าประกัน ค่าเปลี่ยนยาง ค่าบำรุงรักษา แล้วแถมเวลาที่เรามีรถยนต์ขึ้นมาเนี้ย โอกาสที่เราจะออกไปเที่ยวก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกทำให้ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มเติมเข้ามา ดังนั้นตรงนี้ต้องระวังให้ดีด้วย

ควร “ผ่อนรถ” สัดส่วนเท่าไหร่ ?

แล้วถ้ากลับมาประเด็นที่ว่าเราจะสามารถผ่อนรถรุ่นไหนได้บ้าง ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าเราไม่ควร “ผ่อนรถ” เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้เรา ถ้าให้พี่ทุยแนะนำก็คือประมาณ 10% แต่ห้ามเกิน 15% เด็ดขาด เพราะถ้ามากกว่านี้มีโอกาสสูงมากที่เราจะผ่อนเกินความสามารถ แล้วมีโอกาสที่จะไปกระทบแผนการเงินอื่น ๆ ของเราได้

เพราะอย่างที่พี่ทุยบอกไปว่าจะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาอีก รวม ๆ แล้วรายจ่ายเรื่องรถก็น่าจะประมาณ 25% ของรายได้เรา ซึ่งถือว่าเยอะมาก ๆ เลยทีเดียว

สมมติถ้าเราเงินเดือน 30,000 บาท นั่นแปลว่าเราก็ไม่ควรผ่อนรถเกิน 4,500 บาท เราก็ลองเอาจำนวนเงินนี้ไปลองดูงวดผ่อน ซึ่งถ้าพี่ทุยเคยลองเปรียบเทียบดู 4,500 บาท อาจจะผ่อนได้ค่อนข้างน้อยรุ่นมาก ทางแก้ก็คือเราต้องดาวน์ให้เยอะขึ้น เพื่อให้เงินงวดในแต่ละเดือนลดลง

ตัวอย่าง ตารางผ่อนรถ Suzuki Swift ราคา 499,000 บาท

Suzuki Swift ตารางผ่อน

จากตารางจะเห็นว่า ถ้าเกิดเราเลือก Suzuki Swift รุ่น GA CVT ราคา 499,000 บาท และต้องการผ่อนที่ 60 งวด จากการดาวน์ที่ 25% เราต้องผ่อนเดือนละ 7,045 บาท ซึ่งเกิน 4,500 บาท ไปมากอยู่เหมือนกัน

ถ้าเรายังอยากได้รถอยู่ ก็ควรจะดาวน์เพิ่มขึ้น จาก 25% เป็น 50% และจากการคิดดอกเบี้ยที่ 2% เราจะผ่อนอยู่ประมาณ 4,500 บาทพอดี

ทางแก้อีกวิธีนึงก็คือ ปัจจุบันด้วยรายได้นี้เราอาจะยังไม่เหมาะที่จะมีรถ ก็อาจจะรอให้รายได้ขยับเพิ่มกว่านี้อีกหน่อยตามอายุ หรือไม่ก็หารายได้เพิ่มเพื่อให้รายได้เรามากขึ้น ทำให้สัดส่วนที่นำมาผ่อนรถได้ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

ถ้ารายได้เรายังน้อยแล้วไม่มีดาวน์ พี่ทุยว่าด้วยสภาพการเงินของเราอาจจะยังไม่พร้อมจะมีรถสักคันก็ได้ เพราะตอนนี้ปัญหาเรื่องการผ่อนรถไม่ไหว มีเต็มไฟแนนซ์ไปหมด ซึ่งถ้าเราปล่อยให้รถถูกยึด บางทีเรายังต้องคืนรถเค้าไป แล้วยังต้องเป็นหนี้ต่ออีกหน่อย ลักษณะนี้ก็มีเหมือนกัน

ผลเสียของการ “ผ่อนรถ” ไม่ไหว

ผลเสียเวลาที่เราผ่อนไม่ไหว พี่ทุยว่าต้นทุนสูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

แถมดอกเบี้ยของรถยนต์ก็มีวิธีคิดที่มหาโหด แต่อย่างที่รู้กันดีว่ามันก็มีเหตุผลของมันที่ไม่ควรโปะหนี้รถยนต์ ดังนั้นการมีรถสักคันพี่ทุยว่าการเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเลยทีเดียว

สุดท้ายก่อนผ่อนรถสักคันต้องคิดว่าเราจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เพราะรถยนต์เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าเสื่อมแรงและเร็วติดอันดับต้น ๆ ของสินทรัพย์เลย ถ้าเราไม่สามารถนำไปเพิ่มรายได้ให้กับเราได้ พี่ทุยว่าต้องคิดให้หนักเลยนะว่าเราควรจะมีรถหรือไม่

โดยเฉพาะช่วงที่กำลังสร้างชีวิต ช่วงเริ่มต้นทำงาน รายได้เราจะยังไม่เยอะมาก รถยนต์ก็อาจจะกลายเป็นเป็นรายจ่ายที่มากที่สุดตัวนึงเลยก็ได้..

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: