จะเป็นยังไงเมื่อ “ETH เปลี่ยนเครือข่ายเป็น PoS” ? - ค่าธรรมเนียมจะถูกลงมั้ย

จะเป็นยังไงเมื่อ “ETH เปลี่ยนเครือข่ายเป็น PoS” ? – ค่าธรรมเนียมจะถูกลงมั้ย

3 min read  

ฉบับย่อ

  • Ethereum กำลังจะเปลี่ยนเครือข่ายจากการทำงานแบบ Proof-of-Work ไปสู่การทำงานแบบ Proof-of-Stake ที่จะช่วยให้ Ethereum เข้าถึงผู้ใช้หลายล้านคนโดยไม่สูญเสียการกระจายอำนาจและความปลอดภัยของเครือข่าย 
  • การนำ EIP-1559 มาใช้และกลไกการทำงานแบบ Proof-of-Stake จะทำให้ Ethereum นั้นเกิดการขาดแคลนมากยิ่งขึ้น
  • การอัปเกรดต่าง ๆ เช่น การแบ่งส่วน (Sharding), การโรลอัพ (Rollups) และการปรับปรุงการเรียกใช้ข้อมูล (Calldata Improvements) มาสู่ระบบ นั้นช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับขนาดโดยไม่ทำให้การกระจายอำนาจและความปลอดภัยของเครือข่ายลดลง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมที่มหาศาลซึ่งเกิดขึ้นใน ETH 1.0 ได้เป็นอย่างดี

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

สำหรับ Ethereum (ETH) ปี 2022 เป็นปีที่พวกเราทุกคนจะได้เห็นการเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจของ Ethereum เพราะ “ETH เปลี่ยนเครือข่ายเป็น PoS” ซึ่งก็คือกลไกการทำงานแบบ Proof-of-Stake (PoS) เปลี่ยนจากเดิมที่เป็นการทำงานแบบ Proof-of-Work (PoW) รวมไปถึงการปรับปรุงอื่น ๆ ที่จะช่วยเสริมรากฐานให้ ETH สามารถเข้าถึงผู้ใช้หลายล้านคนโดยไม่สูญเสียการกระจายอำนาจและความปลอดภัยของเครือข่าย 

และนี่คือ 5 ข้อที่พี่ทุยจะพาทุกคนไปสำรวจสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับ ETH ในปี 2022 นี้กัน  

1. Ethereum (ETH) เปลี่ยนเครือข่ายเป็น Proof-of-Stake (PoS) 

การเปลี่ยน Consensus Algorithm ของ Ethereum (ETH) ไปเป็น Proof-of-Stake (PoS) จะกำจัดและแทนที่ผู้ขุดด้วยโหนดการตรวจสอบ (Validators) จากเดิมที่เครือข่าย ETH ต้องการให้นักขุดแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงพลังการขุดโดยใช้ไฟฟ้าด้วยการใช้การสุ่มเพื่อกำหนดการผลิตบล็อก แต่ PoS นั้นจะแตกต่างออกไป ด้วยกลไกการทำงานรูปแบบใหม่นี้ เครือข่าย ETH จะสามารถทำงานได้โดยใช้พลังงานน้อยลงอย่างมาก โดยมีการคาดการณ์จาก Ethereum Foundation ว่า เมื่อการอัปเกรดเป็น ETH 2.0 ได้สำเร็จ เครือข่ายจะใช้พลังงานลดลงสูงถึง 99.95% เมื่อเทียบกับสถานะกลไกการทำงานในปัจจุบัน

2. Ethereum กำลังจะขาดแคลน

จากที่พี่ทุยไปลองสืบมา พบว่าจากผลการวิจัยของ Ethereum ที่ได้จำลองผลกระทบของการนำ EIP-1559 และกลไกการทำงานแบบ PoS มาใช้งานกับเครือข่ายระบุว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่ออุปทานหมุนเวียนของ ETH อย่างมีนัยสำคัญ การเผา ETH ออกไปจากระบบจาก EIP-1559 และการล็อก ETH สำหรับการเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของเครือข่ายจะทำให้สมดุลของอุปทานหมุนเวียนของ ETH ลดลงไปเหลือระหว่าง 27.3 ถึง 49.5 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับอุปทานหมุนเวียนในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 118 ล้านเหรียญและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3. การอัปเกรดไปเป็น ETH 2.0 ยังคงเป็นมิตรกับผู้ใช้งานและนักพัฒนา

แม้เครือข่าย Ethereum จะมีการอัปเกรดไปสู่กลไกการทำงานแบบ PoS แต่พี่ทุยก็บอกได้เลยว่า ผู้ใช้งาน (User) กับนักพัฒนา (Developer) แอปพลิเคชันบนเครือข่ายนั้นจะสามารถโต้ตอบกับเครือข่าย Ethereum ได้ดีเช่นเดิม เพราะทุกอย่างจะยังคงมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากกับ ETH 1.0 นั่นคือ ผู้ใช้งานยังคงสามารถเข้าใช้ Dapps ต่าง ๆ ได้เหมือนเดิม แต่สิ่งที่เเตกต่างคือ “ได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงพร้อมกับการทำธุรกรรมที่รวดเร็วยิ่งขึ้น” ซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้ใช้งานใหม่ ๆ ให้เข้าสู่เครือข่าย Etherum ได้ด้วย สำหรับใครที่เคยใช้งาน ETH 1.0 จะเห็นได้เลยว่าค่าธรรมเนียมของ ETH 1.0 มันแพงมากจริง ๆ

4. ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่ายนั้นอาจจะไม่ได้ลดลงอย่างที่พวกเราคาดหวัง

แม้การอัปเกรดไปสู่ ETH 2.0 จะเสร็จสิ้น แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมอาจจะเป็นได้ทั้งถูกลง เพิ่มขึ้นหรือยังคงเท่าเดิม

อ่านมาตรงนี้ คงเกิดคำถามว่า “ข้อเมื่อกี้ยังบอกว่าพออัปเกรดเป็น PoS จะทำให้ค่าธรรมเนียมลดลง” 

พี่ทุยขออธิบายเพิ่มเติมว่า จากการที่อัปเกรดทำให้หลาย ๆ อย่างในระบบดีขึ้น เท่ากับว่า  ETH กลายเป็นเครือข่ายที่ได้รับความสนใจทั้งจากผู้ใช้งานเเละนักลงทุนชั้นนำต่าง ๆ พากันหลั่งไหลเข้ามาใช้เทคโนโลยี จุดนี้เองจะส่งผลให้”ความต้องการ ETH เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ราคาก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย” จึงมีเเนวโน้มที่ค่าธรรมเนียมของเครือข่ายอาจจะไม่ได้ถูกลงตามที่เราคาดหวัง หรือถ้าดีหน่อยก็อาจใกล้เคียงราคา ETH ในเวอร์ชันปัจจุบัน

5. การกระจายอำนาจและความสามารถในการปรับขนาดที่เพิ่มมากขึ้นของ Ethereum

การแทนที่ Hash Power ด้วยการทำงานแบบ PoS นั้นจะช่วยให้ผู้ใช้งานที่มีฮาร์ดแวร์ทั่วไปสามารถเข้าร่วมเป็นผู้ตรวจสอบของ Ethereum ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นและนั้นจะทำให้การรักษาความปลอดภัยของกับระบบเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมั่นคงยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ภายใต้กลไกการทำงานแบบ PoS การอัพเกรดที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น การแบ่งส่วน (Sharding), การโรลอัพ (Rollups) และการปรับปรุงการเรียกใช้ข้อมูล (Calldata Improvements) นั้นจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความสามารถในการปรับขนาดโดยไม่ทำให้การกระจายอำนาจและความปลอดภัยของเครือข่ายลดลงซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมลงได้ซึ่งจะเป็นการดึงดูดผู้ใช้งานหน้าใหม่เข้ามาสู่เครือข่ายได้เป็นอย่างดี

หลังจากนี้ พวกเราคงจะได้เห็นการพัฒนาและการใช้งานที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นจากการอัปเกรดไปสู่ ETH 2.0 ซึ่งจะเข้ามายกระดับทั้งด้านความรวดเร็ว, ค่าธรรมเนียมที่ลดลง และความปลอดภัยที่มากขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยผลักดันให้มูลค่าของ ETH ซึ่งเป็นสินทรัพย์ชั้นนำอันดับ 2 ของตลาดสกุลเงินดิจิทัลโชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นและได้รับแสงสปอตไลท์ในปี 2022 นี้ไปเต็ม ๆ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
error: