“Digital Baht” คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ ?

“Digital Baht” คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • “Digital Baht” ไม่ใช่ “Cryptocurrency” อย่างที่ทุกคนคุ้นเคย และมีลักษณะเด่นหลาย ๆ อย่างที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น ผู้ควบคุม, การเปิดเผยตัวตน, วัตถุประสงค์การใช้งาน และความผันผวน
  • “Digital Baht” เป็นหนึ่งใน “Central Bank Digital Currency (CBDC)” สกุลหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยังมีประเด็นในเรื่องความเป็นส่วนตัวในการทำธุรกรรมที่จะต้องพิจารณา
  • “CBDC” ไม่อาจเข้ามาแทนที่ “Cryptocurrency” ได้ เนื่องจากมีวัตุถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน รวมถึงความไร้ตัวกลางของ “Cryptocurrency” ทำให้การออกกฏหมายเพื่อแบนการใช้งานทำได้ค่อนข้างยาก

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

ทุกคนคงได้ยินประเด็นข่าวสำคัญที่น่าสนใจอย่างการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) ได้มีการประกาศว่าจะเริ่มเตรียมใช้ “Digital Baht” ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลในช่วงกลางปี 2565 โดยจะเป็นการทดสอบใช้งานภายในธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนจะขยายไปยังประชาชนทั่วไป

ซึ่งพี่ทุยมองว่าข่าวนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อระบบการเงินของประเทศไทย เนื่องจากรูปแบบการชำระเงิน ลักษณะของเงิน รวมถึงตัวกลางทางการเงิน จะมีการเปลี่ยนแปลงไป

ในวันนี้พี่ทุยจึงจะพาทุก ๆ คนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “Digital Baht” (เงินบาทดิจิทัล) ว่าอะไรคือสิ่งที่นักลงทุนควรทราบ เพื่อเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในโลกการเงินและการลงทุนครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

“Digital Baht” ต่างจาก “Cryptocurrency” อย่าง Bitcoin และ Ethereum

แม้จะใช้ระบบ Blockchain ในการทำธุรกรรมเหมือนกัน แต่สกุล “เงินบาทดิจิทัล” ใหม่นี้ จัดเป็น “Central Bank Digital Currency (CBDC)” ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกับ “Cryptocurrency” อยู่หลายอย่าง โดยหลัก ๆ แล้วจะมี 4 ประเด็นด้วยกัน ได้แก่

1. ผู้ควบคุม CBDC

จะถูกสร้างและควบคุมโดยหน่วยงานรัฐอย่างธนาคารกลางหรือหน่วยงานในสังกัดจึงทำให้มีลักษณะเป็นแบบรวมศูนย์กลาง (Centralized) ซึ่งต่างจาก “Cryptocurrency” ที่ไม่มีหน่วยงานภาครัฐมาเกี่ยวข้อง แต่ทุกคนในระบบจะทำการตรวจสอบด้วยกันเองทั้งหมด

2. การเปิดเผยตัวตน

ข้อมูลบัญชี ข้อมูลการทำธุรกรรม รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ จะถูกหน่วยงานของภาครัฐรับรู้ หากทำธุรกรรมผ่าน “CBDC” แต่กับ “Cryptocurrency” จะไม่สามารถตรวจสอบใด ๆ ได้เลย

3. วัตถุประสงค์

“CBDC” ถูกออกแบบมาให้ใช้แทนเงินสด (Fiat Money) หรือก็คือมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็น “สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน” ในขณะที่ “Cryptocurrency” สามารถที่จะใช้สำหรับเก็งกำไร (Speculative) หรือแม้กระทั่งใช้แลกเปลี่ยนกันก็ได้

4. ความผันผวน

“CBDC” มีลักษณะใกล้เคียงเงินสดของประเทศนั้น ๆ จึงทำให้มูลค่าของมันมีแนวโน้มที่จะเป็นไปตามตลาดค่าเงิน (Forex) ส่วน “Cryptocurrency” ส่วนมากในปัจจุบันมีความผันผวนที่สูงมาก จาก Demand & Supply ในตลาดเป็นหลัก

“Digital Baht” คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ ?

การทำธุรกรรมผ่าน “CBDC” มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

แน่นอนว่าการมีเทคโนโลยี “Blockchain” เข้ามาช่วยจะทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินมีความปลอดภัย สะดวก และสามารถโอนย้ายเงินข้ามพรหมแดนได้ง่ายขึ้นมาก

แต่ด้วยความที่ “CBDC” เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยหน่วยงานของรัฐบาล จึงทำให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบรายการธุรกรรมต่าง ๆ ของเราได้ รวมถึงยังมีข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลบัญชี ข้อมูลส่วนตัว เป็นต้น ทำให้เกิดประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy) ในการแลกเปลี่ยนด้วยสกุลเงินดังกล่าว ว่าอาจจะทำให้ความเป็นส่วนตัวในการชีวิตหรือการทำธุรกิจต่าง ๆ ลดน้อยลง

“CBDC” vs “Cryptocurrency” อนาคตจะเป็นอย่างไร

คำถามที่น่าสนใจก็คือ แล้วการเกิดขึ้นของ “CBDC” ในหลาย ๆ ประเทศ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดการเงินอย่างไร และคนจะนิยมใช้สกุลเงินดิจิทัลใดมากกว่ากันระหว่าง “CBDC” หรือ “Cryptocurrency”

ซึ่งความเห็นของพี่ทุยก็คือ หากหลาย ๆ ประเทศเริ่มพัฒนา “CBDC” มากขึ้น ก็มีแนวโน้มที่รัฐบาลจะทำการแบนการใช้งานผ่านสกุลเงิน “Cryptocurrency” มากขึ้นด้วย เนื่องจากรัฐบาลหรือธนาคารกลางในแต่ละประเทศมีความต้องการที่จะให้การแลกเปลี่ยนรวมถึงธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ สามารถตรวจสอบได้ จึงอาจจะทำให้ตลาด “Cryptocurrency” ถูกภาครัฐออกกฏหมายมาควบคุม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันตลาดได้

แต่ทั้งนี้ ด้วยคุณสมบัติพิเศษของ “Cryptocurrency” ซึ่งมีลักษณะความไร้ตัวกลาง การจะทำลายหรือจำกัดการใช้งานด้วยกฏหมายจากภาครัฐ อาจไม่สามารถทำให้รัฐบาลขจัดการทำธุรกรรมได้อย่างอยู่หมัดซะทีเดียว 

เพราะฉะนั้นพี่ทุยเลยมองว่าการเกิดขึ้นของสกุลเงินดิจิทัลอย่าง “CBDC” และ “Cryptocurrency” จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการทำธุรกรรมทางการเงินของทั้งโลกแบบควบคู่กันไป เนื่องจากทั้งสองสกุลเงินต่างมีรูปแบบและวัตุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: