“Celo” อีกหนึ่งเหรียญที่น่าจับตามองมากที่สุดในเวลานี้ เป็นเหรียญที่เน้นการทำ Blockchain บนระบบ Proof-of-Stake (PoS) ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยมือถือไม่ต้องมานั่งใช้คอมพิวเตอร์
หากลองคิด ๆ ดู ปัจจุบันบนโลกของเรามีมือถืออยู่กี่เครื่อง แล้วถ้าเราสามารถทำให้ Defi ใช้งานง่าย และเสถียรที่สุดกับมือถือทุกเครื่องจะเกิดอะไรขึ้น ? ไม่ต้องสืบเลยว่า ผู้คนและเงินจำนวนมากจะหลั่งไหลเข้ามาในโลกคริปโตอย่างมหาศาลอย่างแน่นอน
สงสัยใช่ไหมว่าเหรียญนี้จะทำให้การใช้งานง่ายขึ้นยังไง ลองมาอ่าน 10 ข้อน่ารู้ Celo กันเลย
1. มีผู้ก่อตั้งคือคุณ Rene Reinsberg, Sep Kamvar และ Marek Olszewski ซึ่งทั้งสามคนนี้ก็มีประสบการณ์ในการทำงานระดับโลกอย่าง Google และ GoDaddy มาก่อน
2. มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยน Address ของกระเป๋าดิจิทัลที่ปกติจะเป็นตัวอักษรและตัวเลขยืดยาว ให้กลายเป็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่แสนจะจำง่าย ซึ่งเป็น Public Key ที่ใช้ในการทำธุรกรรมซื้อ-ขาย และโอนระหว่างแพลตฟอร์ม รวมไปถึงช่วยให้ทุกคนที่มีมือถือหรือ Smart Phone สามารถรับ-ส่ง และจัดเก็บ Stable Coin ทั่วไป และ Stable Coin ที่ทำงานใน Celo เช่น ดอลลาร์-Celo ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลอีกด้วย
3. มีบุคคลชื่อดังที่คอยสนับสนุน คือ Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Twitter และ Reid Hoffman ผู้ก่อตั้ง LinkedIn รวมถึงบริษัทระดับโลกอีกมากมายด้วย เช่น Coinbase, Polychain Capital หรือ Andreessen Horowitz เป็นต้น
4. ติดอันดับ 74 ของเหรียญที่มีมูลค่าที่สุดในโลก
5. Max Supply อยู่ที่ 1,000,000,000 เหรียญ ซึ่งปัจจุบันมีอุปทานหมุนเวียนอยู่ในระบบแล้วกว่า 387 ล้านเหรียญ คิดเป็นราว ๆ 38.7% จากจำนวนเหรียญทั้งหมด
6. All Time High ไปเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2564 ด้วยราคา 10.957 ดอลลาร์
7. มีความเร็วในการทำธุรกรรมเพียงแค่ 5 วินาที ต่อ 1 Block เท่านั้น
8. มีอัตราการเติบโตตั้ง 1 ม.ค. 2564 มาถึงจนถึงช่วง All Time High อยู่ที่ 6.9 เท่าหรือ 589.98% หรือถ้าเพื่อน ๆ ลงทุนไว้ 1 หมื่นบาทในวันที่ 1 ม.ค. 2564 แล้วขายในช่วงพีคสุดของราคา เงินก้อนนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มไปถึงราว ๆ 68,900 บาท
9. มี Transaction เกิดขึ้นแล้วกว่า 80 ล้านธุรกรรม
10. มีแพลตฟอร์มสำหรับ IDO แห่งแรกชื่อว่า CeloLaunch
จากข้อมูลข้างต้น เเสดงให้เห็นว่า เจ้าเหรียญ “Celo” น่าสนใจมาก ๆ เลยใช่มั้ย เพียงเเค่เปลี่ยน Address อันยืดยาวให้สั้นลง กลับทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นได้
หากใครสนใจลงทุน พี่ทุยแนะนำให้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจาก “Whitepaper” และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือ เพื่อหาความรู้เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนนะ