ราคาน้ำมันจะแพงขึ้นมั้ย ? เมื่อ "โรงกลั่นน้ำมัน S-Oil" ในเกาหลีใต้เกิดระเบิด

[บทวิเคราะห์] ราคาน้ำมันจะแพงขึ้นมั้ย ? เมื่อ S-Oil โรงกลั่นน้ำมันอันดับ 3 ในเกาหลีใต้เกิดระเบิดขึ้น

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • เกิดระเบิดในโรงกลั่นน้ำมันของ S-Oil ในเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2022 ทำให้ต้องระงับการดำเนินงานส่วนต่าง ๆ ในโรงกลั่นชั่วคราว เพื่อหาสาเหตุและแนวทางป้องกัน
  • S-Oil เป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่อันดับ 3 ในเกาหลีใต้ ทั้งยังเป็นบริษัทในเครือของ Saudi Aramco
  • ไตรมาสแรกปี 2022 S-Oil มีกำไรจากการดำเนินงานสูงเป็นประวัติการณ์ 1.3 ล้านล้านวอน เพราะค่าการกลั่นสูงขึ้น และราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูง
  • การที่โรงกลั่น S-Oil ได้รับความเสียหาย ก็แปลว่าน้ำมันที่มีป้อนตลาดโลก จะหายไปส่วนหนึ่ง ยิ่งทำให้แนวโน้มราคาน้ำมันมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีก

 


รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ช่วงนี้ราคาน้ำมันขึ้นเอา ๆ ส่วนปัญหารถติดหนักก็เริ่มรีเทิร์นมาสู่วิถีชีวิตคนเมืองกรุงกันอีกรอบ หลังจากหลายบริษัทเริ่มให้คนกลับไปทำงานที่สำนักงาน ซึ่งเหตุผลที่ทำให้น้ำมันแพงที่เรารู้ ๆ กันอยู่ก็มาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่วันก่อนก็มีประเด็นเพิ่มเติมมากวนใจตลาดน้ำมัน ให้มีโอกาสแพงได้อีก เมื่อเกิดเหตุระเบิดที่ “โรงกลั่นน้ำมัน” ของ S-Oil ในเกาหลีใต้ขึ้น วันที่ 19 พ.ค. 2022 โดยในเหตุการณ์นี้ มีคนเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 9 คน

เกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิด “โรงกลั่นน้ำมัน” ของ S-Oil Corporation ระเบิด

  • 19 พ.ค. 2022

เกิดเหตุระเบิดโรงกลั่นน้ำมัน Onsan ในเมืองอุลซัน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซล 415 กิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 9 คน

  • 20 พ.ค. 2022

ซีอีโอของ S-Oil ออกมาแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับประกาศระงับการผลิตในสายงานการกลั่นต่าง ๆ ที่อยู่ในรัศมีใกล้กับโรงกลั่น Onsan เพื่อเร่งหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งหามาตรการป้องกัน

รัฐบาลเกาหลีใต้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง S-Oil และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคอยตรวจสอบปริมาณน้ำมันในประเทศ โดยให้คำมั่นทำทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่ามีน้ำมันเพียงพอใช้ในประเทศ

บางคนอาจจะคิดว่า โรงกลั่นน้ำมันแห่งเดียวระเบิด มันจะเป็นปัญหาใหญ่ระดับทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มเลยหรือ พี่ทุยขอฉายภาพให้ทุกคนเห็นภาพชัดขึ้นดีกว่าว่า S-Oil Corporation มีความสำคัญยังไง ทำไมถึงซ้ำเติมราคาน้ำมันในตลาดได้

รู้จัก S-Oil Corporation

  • ก่อตั้งในปี 1976
  • เป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ในเกาหลีใต้
  • Saudi Aramco เป็นบริษัทแม่ที่ถือหุ้นใหญ่ใน S-Oil ผ่านบริษัท Aramco Overseas Company
  • มีกำลังการผลิต กลั่นน้ำมันได้ 669,000 บาร์เรลต่อวัน
  • ดำเนินการขจัดคราบน้ำมันเบาและผลิตน้ำมันเบนซิน
  • ผลิตน้ำมันเพื่อจำหน่ายในเกาหลีใต้และส่งออกไปต่างประเทศ

กลยุทธ์ที่ S-Oil Corporation วางไว้เพื่อการเติบโตในอนาคต มี 3 ด้านคือ

1. รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ 

  • ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากกว่า 35% ภายในปี 2030
  • ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050

2. การเติบโตในกลุ่มปิโตรเคมี  

  • มีผลตอบแทนจากเคมีภัณฑ์ 25% ภายในปี 2030 ผ่านโครงการ Shaheen
  • ดำเนินการผลิตโพลิเมอร์ปลายน้ำคุณภาพสูง

3. การขยายธุรกิจพลังงานใหม่ ๆ

  • ขยายธุรกิจพลังงานไฮโดรเจน น้ำมันไบโอดีเซล และเชื้อเพลิงจากชีวภาพบำบัดด้วยน้ำ

พอไปดูที่ผลการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมาของ S-Oil Corporation พบว่า ไตรมาสแรก ปี 2022 บริษัททำกำไรจากการดำเนินงานสูงเป็นประวัติการณ์ ที่ 1.3 ล้านล้านวอน +940.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2021  เนื่องจากส่วนต่างค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น

โดยรวมแล้วก็เป็นผลมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครน ที่คุกรุ่น ทำให้อุปทานที่มีในตลาดค่อนข้างจำกัด ขณะที่ความต้องการใช้งานก็ยังมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พอเป็นอย่างนี้ก็เลยทำให้ส่วนต่างค่าการกลั่นสูงขึ้น

คราวนี้พอดูแนวโน้มในไตรมาสที่ 2  S-Oil Corporation ประเมินว่า ค่าการกลั่นก็ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับที่มั่นคงต่อไป เพราะว่าได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการตามฤดูกาล และการผ่อนคลายความเข้มงวดในการควบคุมโควิด-19 ในพื้นที่ต่าง ๆ ในขณะที่อุปทานโลกยังมีจำกัดอยู่

ส่วนราคาน้ำมันดีเซล ก็จะถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันเรื่องอุปทานในตลาดที่จำกัด จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซิน ได้รับแรงสนับสนุนมาจากการเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูกาลที่มีการใช้น้ำมันสูง

ที่น่าสนใจคือ พอมาดูข้อมูลที่ S-Oil Corporation เปรียบเทียบระหว่างความต้องการการกลั่นน้ำมันส่วนที่เพิ่มขึ้นกับกำลังการผลิตที่จะเพิ่มเข้ามาแล้ว ก็ห่างกันมากพอตัว

จะเห็นได้ว่า สำรวจอาณาจักรของ S-Oil แล้วก็ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว แถมยังส่งน้ำมันป้อนกันประเทศต่าง ๆ ในโลกไม่น้อย ดังนั้นพอเกิดเหตุระเบิดปุ๊บ ก็เลยทำให้ค่าการกลั่นในเอเชียเด้งขึ้นไปอีก จากสถิติสูงสุดที่เคยทำเอาไว้ โดยหลังเกิดเหตุไปอยู่ที่ 134 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ นักวิเคราะห์ของ Citi คาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันเบนซินของ S-Oil จะได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ในระยะใกล้ ซึ่งก็คงต้องใช้เวลา 2 ปี กว่าจะซ่อมแซมส่วนที่ได้รับความเสียหายไปและกลับมาดำเนินการได้ ดังนั้นในระหว่างนี้ก็จะทำให้ S-Oil ส่งออกน้ำมันได้น้อยลง

นั่นก็แปลว่า อุปทานในโลกที่มีจำกัดอยู่แล้ว ก็จะยิ่งจำกัดมากขึ้นไปอีก จากน้ำมันในส่วนที่ S-Oil เคยกลั่นได้ และจะหายไปจากตลาดส่วนหนึ่ง

ส่วนผู้ใช้น้ำมันอย่างเรา ๆ หลังจากนี้ ก็คงต้องอดทนกระเป๋าแฟบกันอีกพักใหญ่ เพราะลำพังสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็ปั่นราคาน้ำมันจนขึ้นมาอยู่ในระดับที่แรงพอตัวอยู่แล้ว ชนิดที่เติมน้ำมัน 1,000 บาท ไม่เต็มถังอีกต่อไป พอเจอเหตุการณ์แวดล้อมเสริมเข้าไปอีก ก็คงไม่แปลกถ้าจะเห็นราคาน้ำมันขยับขึ้นหลังจากนี้

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile