สินค้าไทยกำลังจะได้ไปไกลกับ "Taobao"

สินค้าไทยกำลังจะได้ไปไกลกับ “Taobao”

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • Taobao​ Global จับมือกับกรมพัฒนาธุรกิจ​การค้าไทย​ ในการจะคัดเลือกสินค้าไทยไปวางขายในแพลตฟอร์ม​ของ​ Taobao​ ภายใต้โครงการ​ ที่มีชื่อว่า​ Magellan
  • โดย​ Taobao​ เป็นแพลตฟอร์ม​ขายของออนไลน์​อันดับ​ 1 ของจีน​และสร้างรายได้จากการค้าปลีกสูงสุดในโลก​ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอยู่ราว​ 100 ล้านคน​ มีแบรนด์สินค้า​อยู่​ 120,000 แบรนด์​ รวมมูลค่ากว่า​ 100,000​ ล้านหยวน​
  • Taobao​ ทำการตลาดผ่าน​ Live streaming (เหมือนที่คนไทยนิยมแคสเกมกัน)​ โดยการตลาดแบบนี้เป็นที่นิยมมากในจีน​ ตอนนี้จีนเป็นประเทศ​ที่มีตลาด​ Live streaming อันดับ​ 1 ของโลก​ ในปี​ 2018​ สร้างรายได้ได้​ 4 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ​​ คิดเป็นมากกว่าปี​ 2017​ ถึง 32% และมากกว่าปี​ 2016​ ถึง​ 86%

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ถ้าพูดถึงแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ในไทย​ หลายคนคงนึกถึง​ Lazada​ กับ​ Shopee​ ส่วนถ้าเป็นในอเมริกาตลาดออนไลน์​ที่คึกคักที่สุดก็คงต้องยกให้ Amazon แต่ถ้าเป็นในจีนเเล้วล่ะก็​ จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก​ “Taobao”​ ของ​เครือ​ Alibaba เค้าล่ะ ​(อ่านว่า​ เถ่าเปา)​ และคงต้องบอกว่า​ ถึงคราวเฮของธุรกิ​จขนาดเล็กในไทย​ เพราะ​ตอนนี้ Taobao​ Global เค้าจับมือกับกรมธุรกิจการค้าของไทย​แล้ว

พี่ทุยขอพูดถึงรายละเอียด​เรื่องการจับมือกระชับมิตรครั้งนี้ให้ฟังกันคร่าว ๆ​ ก่อน​ เดี๋ยว​เรามาดูเรื่องเทรนด์​ขายออนไลน์ในจีนกัน​ว่าน่าสนใจยังไง​ แล้วทำไมจีนถึงน่าสนใจนะ​ ไม่แน่ว่าบางคนอาจจะได้ไอเดียไปต่อยอดหาของขายส่ง​ Taobao​ กับเค้าบ้างก็ได้​

การรับสินค้าไทยไปขายใน​ “Taobao”​ ครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของ​ Taobao​ Global และกรมพัฒนาธุรกิจ​การค้า​ ภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า​ “Magellan” (มาเจลเลน)​ ซึ่งตั้งตามชื่อของนักสำรวจ​อย่าง​ Ferdinand Magellan (เฟอร์ดินาน​ แมกเจลเลน)​ นักสำรวจชาวโปรตุเกสที่เดินทางรอบโลกสำเร็จ​เป็น​คนแรก​ในโครงการนี้​ เค้าตั้งใจจะเอาสินค้าเด็ด ๆ​ ของแต่ละประเทศมาขายบน​แพลตฟอร์ม​ “Taobao​” เนี่ยแหละ​ และเริ่มจุดพลุที่​ไทยเป็นประเทศ​แรกเลย​ สิ้นปีนี้ทาง​ “Taobao”​ ตั้งเป้าหมายว่าจะมีสินค้าไทยไปขายบนแพลตฟอร์ม​เค้าถึง​ 25% โดยสินค้าต่าง ​ ที่ว่าก็จะเป็น​ของใช้​ อาหาร​ เช่น​ หมอนยางพารา​ ผลไม้อบแห้ง​ ​เครื่องแกงปรุงรส​ และเครื่องสำอาง​ เป็นต้น​

แล้วที่ว่าฮอตฮิตติดลมบนนี่มันขนาดไหนนะ ? เอาเป็นว่ามาทำความรู้​จัก “Taobao”​ กันนิดนึง

ถึงแม้ว่าจีนจะเป็นประเทศที่จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงของประชาชนหลายอย่าง เช่น การเข้าถึง Facebook บางเว็บไซต์หรือแม้แต่รายการทีวี แต่เรื่องช้อปปิ้งเค้าไม่จำกัดสิทธิ์นะจ้ะ

จากรายงานของ  World retail congress จีนเป็นประเทศที่มีรายได้จากการช้อปปิ้งออนไลน์สูงที่สุดในโลกเลย​ และหากชี้วัดด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น รายได้เรื่องของโลจิสติกส์ ยอดซื้อต่อบิล การซื้อขายข้ามประเทศ จีนก็ยังจัดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอเมริกา ประเทศเดียวเท่านั้นเองในตอนนี้ ซึ่งในอนาคต เค้าอาจจะเหยียบคันเร่งจนเเซงหน้าอเมริกาไปก็ได้นะ​ ใครจะไปรู้​

6 เรื่องน่ารู้​เกี่ยวกับ​ Taobao

1. หน้าเว็บไซต์​ของเค้าเป็นภาษาจีนล้วน
ด้วยความที่หน้าเว็บไซต์​ Taobao.com เป็นภาษาจีนล้วน​ เลยค่อนข้างปิดกั้นการเข้าถึงของคนต่างชาติ ถ้าใครอยากจะสั่งของก็ต้องก็อปข้อความไปแปลในอากู๋เลยแหละ​ แต่อีกแง่นึงพี่ทุยว่า​ การที่​ Platform ของเค้าเป็นภาษาชาติเค้าก็สร้างความรู้สึก​ชาตินิยมและเป็นส่วนตัว​ (personalized marketing) ให้กับคนจีนนะ​ เหมือน​ Shopee​ Lazada​ เราเนี่ยแหละ​ ถ้าต่างชาติอยากซื้อ​ เปิดแอพฯ​ มามีคงตาแตกแน่นอน​ ฮ่า ๆ​ เพราะฉะนั้น​ถ้าคิดจะขายของใน​ “Taobao​ พึงระลึกไว้ว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของเรา​ คือคนจีนนะจ้ะ​ ก่อนจะหาของมาขาย​ ลองสวมวิญญาณ​บรรพบุรุษ​จากเทือกเขาอัลไตแล้วหาของมาขายดู​ ฮ่า ๆ​

2. Taobao​ เป็นแพลตฟอร์ม​ e-commerce อันดับ​ 1 ของจีน
การขายของเค้าจะเป็นการค้าปลีก​ เวลาสั่งคนจะไม่ต้องคิดเยอะ​ ไม่เหมือนแพลตฟอร์ม​อื่น​ เช่น​ Alibaba ที่ต้องสั่งทีเยอะ ๆ​ เพราะฉะนั้น​กลุ่มเป้าหมาย​ของ​ Taobao​ จะเป็นคนอายุน้อย​ กำลังซื้อไม่มาก​ ของไม่ควรแพง​จะได้ซื้อง่ายขายคล่อง

3. Taobao​ มีรายได้จากการค้าปลีกผ่านช่องทางออนไลน์​สูงเป็นอันดับ​ 1 ของโลก​ มากกว่า​ Amazon อีกนะเนี่ย
สินค้าไทยกำลังจะได้ไปไกลกับ "Taobao"

4. ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน​ Taobao อยู่ประมาณ​ 100 ล้านคน​ ซึ่งเค้าตั้งเป้าจะให้เพิ่มจำนวนเป็น​ 120​ ล้านคนในสิ้นปีนี้แหละ

5. มีเเบรนด์สินค้าใน​ Taobao​ อยู่ประม​าณ​ 120,000 แบรนด์เลย​ คิดเป็นมูลค่ากว่า​ 100,000​ ล้านหยวน​ ด้วยความหลากหลายของแบรนด์​นี่แหละ​ จึงเป็นโจทย์​ที่คนขายต้องมานั่งขบคิดว่า​ ทำยังไงสินค้าของเราถึงจะโดดเด่นเตะตาผู้ซื้อนะ

6. Taobao​ มีช่อง​ Live streaming ของตัวเองในการขายสินค้า​ คือ​ Taobao​ Live การเอาสินค้าไทยไปขายครั้งนี้​ เค้าก็จะขายในรูปแบบนี้ด้วย​ ซึ่งการตลาดแบบนี้แหละกำลังเป็นที่นิยมในจีนเลย​ พี่ทุยเลยขอหยิบมาเล่าสักหน่อย…

การทำการตลาดผ่านการ Live streaming คืออะไร

ในบ้านเรา​ ส่วนมากจะรู้จักการสตรีมมิ่งในรูปแบบของการแคสเกมส์​ แต่ในจีนเนี่ย​ การทำการตลาดโดยผ่าน​ Live streaming ป็อปปูลาร์มากเลยนะ​ เป็นงานที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับ​ Influencer หรือเนตไอดอลของเค้าเลย​ ​ยิ่งเป็นเนตไอดอลที่มีชื่อเสียงมาก​เท่าไหร่​ก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้นเท่านั้น​ พวกเค้าสร้างรายได้ได้มากถึง​ 300-400​ ดอลลาร์​สหรัฐต่อชั่วโมง​หรือคิดเป็นเงินไทย​ ก็คือชั่วโมงละเป็นหมื่นเลย​ นี่บวกลบคูณหาร​แล้วพี่ทุยเริ่มอยากไปเป็นเนตไอดอล​ Live streaming ขายของกับเค้าบ้างเเล้ว​ ฮ่า ๆ

รายงานของบริษั​ท Deroitte Consulting บอกว่า​ จีนเป็นตลาด​ Live streaming ที่ใหญ่ที่สุดในโลก​ในปี​ 2018​ โดยสร้างรายได้ถึง​ 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ​ ซึ่งมากกว่า​ 2017​ ถึง​ 32% และมากกว่าปี​ 2016​ ถึง​ 86% ทุกวันนี้มีจำนวนผู้ชมปาเข้าไปแล้วกว่า​ 456 ล้านคน

สินค้าไทยกำลังจะได้ไปไกลกับ "Taobao"

การโฆษณา​สินค้าผ่าน​ Live streaming ของ​ Taobao​ Live ปังมาก​ โดยมีอัตราความสำเร็จ (conversion rate) สูงลิ่วถึง​ 32% แปลง่าย ๆ​ ได้ว่า​ ถ้ามีผู้ชม​ Live Streaming ของ​ Taobao​ ​Live 1 ล้านคน​ จะมีผู้ตบะแตกจนควักกระเป๋าซื้อสินค้านั้นๆ ​ 320,000 คน​ ในผู้ชม​ 456 ล้านคนของเค้า​ จึงมีคนยอมเปย์มากถึงราว​ 146 ล้านคน

สาเหตุที่คนจีนชอบซื้อของเมื่อดู​ Live Streaming มาก พี่ทุยคิดว่าอาจจะเป็นเพราะการตลาดลักษณะ​นี้ดูจริงใจ​ไม่โป๊ะ​ Steve jobs กับ​ Mark Zuckerberg ไม่ได้เปลี่ยนเเค่การใช้มือถือและการเข้าถึงสังคมออนไลน์​ของคนทั้งโลกเท่านั้นนะ​ แต่เปลี่ยนไปถึงพฤติกรรม​มนุษย์​และรูปแบบการโฆษณา​ จากกล่องทึบ ๆ​ ให้กลายเป็นแก้วใส​ที่ใคร ๆ​ ก็สัมผัสได้และมองเห็นว่าสินค้านั้น ๆ​ ดูจริงรึเปล่า​ เดี๋ยว​นี้​คนจะตัดสินใจ​ใช้สินค้าตามรีวิวหรือการโฆษณา​แบบปากต่อปากมากกว่าการโฆษณา​แบบแห้ง ๆ โดยเฉพาะ​ในประเทศ​ที่ถูกจำกัดสิทธิ์​หลายอย่างแม้เเต่รายการทีวีอย่างจีน​ การที่มีอะไรที่ดิบ ๆ​ ไม่ถูกควบคุมอย่างนี้จึงเป็นอะไรที่จริงใจและได้ใจคนจีนไปพร้อม ๆ​ กัน

บางทีอาหารรสชาติจัดจ้านเกินก็ไม่ได้ถูกปากเสมอไป​ ถึงจะชอบแค่ไหน​ กินบ่อย ๆ​ ก็เอียนได้เหมือนกั​น​ เอาเข้าจริง​ คำกล่าวที่ว่า​ “Less is more (ยิ่งน้อยยิ่งมาก)​” ก็เข้าท่าเหมือนกัน​นะ​ พี่ทุยว่า

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply