ถ้าพูดถึงแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ในไทย หลายคนคงนึกถึง Lazada กับ Shopee ส่วนถ้าเป็นในอเมริกาตลาดออนไลน์ที่คึกคักที่สุดก็คงต้องยกให้ Amazon แต่ถ้าเป็นในจีนเเล้วล่ะก็ จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก “Taobao” ของเครือ Alibaba เค้าล่ะ (อ่านว่า เถ่าเปา) และคงต้องบอกว่า ถึงคราวเฮของธุรกิจขนาดเล็กในไทย เพราะตอนนี้ Taobao Global เค้าจับมือกับกรมธุรกิจการค้าของไทยแล้ว
พี่ทุยขอพูดถึงรายละเอียดเรื่องการจับมือกระชับมิตรครั้งนี้ให้ฟังกันคร่าว ๆ ก่อน เดี๋ยวเรามาดูเรื่องเทรนด์ขายออนไลน์ในจีนกันว่าน่าสนใจยังไง แล้วทำไมจีนถึงน่าสนใจนะ ไม่แน่ว่าบางคนอาจจะได้ไอเดียไปต่อยอดหาของขายส่ง Taobao กับเค้าบ้างก็ได้
การรับสินค้าไทยไปขายใน “Taobao” ครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของ Taobao Global และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า “Magellan” (มาเจลเลน) ซึ่งตั้งตามชื่อของนักสำรวจอย่าง Ferdinand Magellan (เฟอร์ดินาน แมกเจลเลน) นักสำรวจชาวโปรตุเกสที่เดินทางรอบโลกสำเร็จเป็นคนแรกในโครงการนี้ เค้าตั้งใจจะเอาสินค้าเด็ด ๆ ของแต่ละประเทศมาขายบนแพลตฟอร์ม “Taobao” เนี่ยแหละ และเริ่มจุดพลุที่ไทยเป็นประเทศแรกเลย สิ้นปีนี้ทาง “Taobao” ตั้งเป้าหมายว่าจะมีสินค้าไทยไปขายบนแพลตฟอร์มเค้าถึง 25% โดยสินค้าต่าง ที่ว่าก็จะเป็นของใช้ อาหาร เช่น หมอนยางพารา ผลไม้อบแห้ง เครื่องแกงปรุงรส และเครื่องสำอาง เป็นต้น
แล้วที่ว่าฮอตฮิตติดลมบนนี่มันขนาดไหนนะ ? เอาเป็นว่ามาทำความรู้จัก “Taobao” กันนิดนึง
ถึงแม้ว่าจีนจะเป็นประเทศที่จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงของประชาชนหลายอย่าง เช่น การเข้าถึง Facebook บางเว็บไซต์หรือแม้แต่รายการทีวี แต่เรื่องช้อปปิ้งเค้าไม่จำกัดสิทธิ์นะจ้ะ
จากรายงานของ World retail congress จีนเป็นประเทศที่มีรายได้จากการช้อปปิ้งออนไลน์สูงที่สุดในโลกเลย และหากชี้วัดด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น รายได้เรื่องของโลจิสติกส์ ยอดซื้อต่อบิล การซื้อขายข้ามประเทศ จีนก็ยังจัดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอเมริกา ประเทศเดียวเท่านั้นเองในตอนนี้ ซึ่งในอนาคต เค้าอาจจะเหยียบคันเร่งจนเเซงหน้าอเมริกาไปก็ได้นะ ใครจะไปรู้
6 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Taobao
1. หน้าเว็บไซต์ของเค้าเป็นภาษาจีนล้วน
ด้วยความที่หน้าเว็บไซต์ Taobao.com เป็นภาษาจีนล้วน เลยค่อนข้างปิดกั้นการเข้าถึงของคนต่างชาติ ถ้าใครอยากจะสั่งของก็ต้องก็อปข้อความไปแปลในอากู๋เลยแหละ แต่อีกแง่นึงพี่ทุยว่า การที่ Platform ของเค้าเป็นภาษาชาติเค้าก็สร้างความรู้สึกชาตินิยมและเป็นส่วนตัว (personalized marketing) ให้กับคนจีนนะ เหมือน Shopee Lazada เราเนี่ยแหละ ถ้าต่างชาติอยากซื้อ เปิดแอพฯ มามีคงตาแตกแน่นอน ฮ่า ๆ เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะขายของใน “Taobao พึงระลึกไว้ว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของเรา คือคนจีนนะจ้ะ ก่อนจะหาของมาขาย ลองสวมวิญญาณบรรพบุรุษจากเทือกเขาอัลไตแล้วหาของมาขายดู ฮ่า ๆ
2. Taobao เป็นแพลตฟอร์ม e-commerce อันดับ 1 ของจีน
การขายของเค้าจะเป็นการค้าปลีก เวลาสั่งคนจะไม่ต้องคิดเยอะ ไม่เหมือนแพลตฟอร์มอื่น เช่น Alibaba ที่ต้องสั่งทีเยอะ ๆ เพราะฉะนั้นกลุ่มเป้าหมายของ Taobao จะเป็นคนอายุน้อย กำลังซื้อไม่มาก ของไม่ควรแพงจะได้ซื้อง่ายขายคล่อง
3. Taobao มีรายได้จากการค้าปลีกผ่านช่องทางออนไลน์สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก มากกว่า Amazon อีกนะเนี่ย
4. ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Taobao อยู่ประมาณ 100 ล้านคน ซึ่งเค้าตั้งเป้าจะให้เพิ่มจำนวนเป็น 120 ล้านคนในสิ้นปีนี้แหละ
5. มีเเบรนด์สินค้าใน Taobao อยู่ประมาณ 120,000 แบรนด์เลย คิดเป็นมูลค่ากว่า 100,000 ล้านหยวน ด้วยความหลากหลายของแบรนด์นี่แหละ จึงเป็นโจทย์ที่คนขายต้องมานั่งขบคิดว่า ทำยังไงสินค้าของเราถึงจะโดดเด่นเตะตาผู้ซื้อนะ
6. Taobao มีช่อง Live streaming ของตัวเองในการขายสินค้า คือ Taobao Live การเอาสินค้าไทยไปขายครั้งนี้ เค้าก็จะขายในรูปแบบนี้ด้วย ซึ่งการตลาดแบบนี้แหละกำลังเป็นที่นิยมในจีนเลย พี่ทุยเลยขอหยิบมาเล่าสักหน่อย…
การทำการตลาดผ่านการ Live streaming คืออะไร
ในบ้านเรา ส่วนมากจะรู้จักการสตรีมมิ่งในรูปแบบของการแคสเกมส์ แต่ในจีนเนี่ย การทำการตลาดโดยผ่าน Live streaming ป็อปปูลาร์มากเลยนะ เป็นงานที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับ Influencer หรือเนตไอดอลของเค้าเลย ยิ่งเป็นเนตไอดอลที่มีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้นเท่านั้น พวกเค้าสร้างรายได้ได้มากถึง 300-400 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมงหรือคิดเป็นเงินไทย ก็คือชั่วโมงละเป็นหมื่นเลย นี่บวกลบคูณหารแล้วพี่ทุยเริ่มอยากไปเป็นเนตไอดอล Live streaming ขายของกับเค้าบ้างเเล้ว ฮ่า ๆ
รายงานของบริษัท Deroitte Consulting บอกว่า จีนเป็นตลาด Live streaming ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2018 โดยสร้างรายได้ถึง 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่า 2017 ถึง 32% และมากกว่าปี 2016 ถึง 86% ทุกวันนี้มีจำนวนผู้ชมปาเข้าไปแล้วกว่า 456 ล้านคน
การโฆษณาสินค้าผ่าน Live streaming ของ Taobao Live ปังมาก โดยมีอัตราความสำเร็จ (conversion rate) สูงลิ่วถึง 32% แปลง่าย ๆ ได้ว่า ถ้ามีผู้ชม Live Streaming ของ Taobao Live 1 ล้านคน จะมีผู้ตบะแตกจนควักกระเป๋าซื้อสินค้านั้นๆ 320,000 คน ในผู้ชม 456 ล้านคนของเค้า จึงมีคนยอมเปย์มากถึงราว 146 ล้านคน
สาเหตุที่คนจีนชอบซื้อของเมื่อดู Live Streaming มาก พี่ทุยคิดว่าอาจจะเป็นเพราะการตลาดลักษณะนี้ดูจริงใจไม่โป๊ะ Steve jobs กับ Mark Zuckerberg ไม่ได้เปลี่ยนเเค่การใช้มือถือและการเข้าถึงสังคมออนไลน์ของคนทั้งโลกเท่านั้นนะ แต่เปลี่ยนไปถึงพฤติกรรมมนุษย์และรูปแบบการโฆษณา จากกล่องทึบ ๆ ให้กลายเป็นแก้วใสที่ใคร ๆ ก็สัมผัสได้และมองเห็นว่าสินค้านั้น ๆ ดูจริงรึเปล่า เดี๋ยวนี้คนจะตัดสินใจใช้สินค้าตามรีวิวหรือการโฆษณาแบบปากต่อปากมากกว่าการโฆษณาแบบแห้ง ๆ โดยเฉพาะในประเทศที่ถูกจำกัดสิทธิ์หลายอย่างแม้เเต่รายการทีวีอย่างจีน การที่มีอะไรที่ดิบ ๆ ไม่ถูกควบคุมอย่างนี้จึงเป็นอะไรที่จริงใจและได้ใจคนจีนไปพร้อม ๆ กัน
บางทีอาหารรสชาติจัดจ้านเกินก็ไม่ได้ถูกปากเสมอไป ถึงจะชอบแค่ไหน กินบ่อย ๆ ก็เอียนได้เหมือนกัน เอาเข้าจริง คำกล่าวที่ว่า “Less is more (ยิ่งน้อยยิ่งมาก)” ก็เข้าท่าเหมือนกันนะ พี่ทุยว่า
Comment