หนึ่งในสิ่งที่บ่งบอกนั้นนักลงทุนนั้นเป็นนักลงทุนที่มีความสามารถ จะดูได้จากความรู้ในการลงทุนของเขาว่า ครอบคลุมหลายตลาดขนาดไหน ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนมักจะเล่นอยู่เพียงไม่กี่ตลาดที่พวกเขาถนัดเท่านั้น แต่ก็อย่าลืมว่าในโลกของเรา ตลาดการเงินนั้นมีอยู่หลากหลายแห่ง และการที่ลงทุนในหลายตลาดเป็น จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีมากๆ เพราะแต่ละตลาดก็มีจังหวะขาขึ้นและขาลงของมัน
หากเราเข้าใจวงจรเหล่านี้อย่างลึกซึ้งก็จะสามารถกระจายเงินไปลงทุนให้งอกเงยได้ โดยที่ความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนสูงที่สุด และในบทความนี้ พี่ทุยจะมาแนะนำถึงเหตุผลว่า ทำไมตอนนี้อาจจะเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุนในตลาดคริปโตหรือ Cryptocurrency ตลาดที่หลายๆคนอาจมองข้ามไป
เป็นตลาดระดับโลกหรือระดับ Global
ในตลาดที่ลงทุนนั้นโดยปกติแล้วมันจะมีจำกัดด้วยกฎหมาย หรือภูมิประเทศ ทำให้สินทรัพย์ที่เราลงทุนกระจุกอยู่แค่ประเทศเดียวเท่านั้น และจุดนี้เองที่ Cryptocurrency นั้นอยู่เหนือกว่าสินทรัพย์ชนิดอื่นอย่างชัดเจน
ด้วยความที่ คริปโตหรือ Cryptocurrency นั้นเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ทำงานบนโลกออนไลน์ ทำให้ขนาดและขอบเขตของตลาดนั้นเปิดกว้างขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่านักลงทุนจะอยู่ตรงไหนของซีกโลก เพียงแค่พวกเขามีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเข้าไปซื้อขายได้ง่ายๆ ทำให้อุปสรรคในการลงทุนนั้นมีน้อยมากๆ
และด้วยความที่มันเป็นตลาดระดับโลกที่ทุกๆคนสามารถเข้ามาเล่นได้ ทำให้มันลดโอกาสที่ “เจ้าจะปั่นราคา” ได้น้อยลงอีกด้วย เพราะหากคิดตามหลักความเป็นจริง ในตลาดของสินทรัพย์ที่เป็นระดับโลกนั้นย่อมมีคนที่มีทุนหนาเข้าไปเล่นหลายคน และในตอนที่กลุ่มทุนหนากำลังจะปั่นราคานั้นก็อาจจะมีอีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยก็เป็นได้ เปรียบเทียบกับตลาดระดับประเทศที่ผู้มีทุนหนาเจ้าใหญ่ ๆ จะรู้จักกันดี ทำให้สามารถปั่นตลาดที่มีมูลค่าไม่เยอะมากได้นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้เป็นการยืนยันว่า “ในตอนนี้” ตลาดคริปโตนั้นไม่สามารถถูกปั่นได้ ต้องแยกออกเป็นสกุล ๆ ไป เพราะยิ่ง Cryptocurrency ไหนมีมูลค่าตลาดโดยรวม (Market Capitalization) สูง ก็จะยิ่งปั่นได้ยาก เช่นเหรียญอันดับต้นๆอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum เป็นต้น และเหรียญที่มีมูลค่าน้อยๆ ก็คิดแยกเป็นอีกกรณีไป เพราะก็เคยมีอยู่หลายครั้งเช่นกันที่มีข่าวลือหลุดมาว่า เหรียญที่มี Market Cap น้อยๆ ถูกปั่นราคาต้องระวังให้ดี
ตลาดเพิ่งถือกำเนิด มีอัตราการเติบโตสูง
อีกหนึ่งข้อดีของตลาดที่เพิ่งถือกำเนิดคือมันมีอัตราการเติบโตที่สูงมากๆ และตลาดคริปโตก็เป็นหนึ่งในตลาดนั้นที่มีศักยภาพในการเติบโตถึงปีหนึ่งมากกว่า 10,000 เปอร์เซ็นต์ หรือ 100 เท่า!
จากกราฟด้านบนที่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าโดยรวมทั้งหมดของตลาดคริปโต จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า มูลค่าของตลาดนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายเท่า ในวันที่ 1 มกราคม 2014 ตลาดมีมูลค่าทั้งหมดที่ 10,553 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 334,730 ล้านบาท) และในวันที่ 1 มกราคม 2018 ตลาดคริปโตมีมูลค่าทั้งหมดที่ 615,633 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 19,528,214 ล้านบาท) จะคิดเป็นการเติบโตทั้งหมดประมาณ 58 เท่า เฉลี่ยปีละ 14.5 เท่าเลยทีเดียว
และที่น่าสนใจกว่านั้นคือหากมองดูเหรียญคริปโตที่มีมูลค่าที่สุดเป็นอันดับ 2 ในตลาดขณะนี้ Ethereum จะพบว่า ในระยะเวลาประมาณ 1 ปีมันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 175 เท่า จากเมื่อในต้นเดือนมกราคม 2017 ที่ราคา 7.98 ดอลลาร์ เป็น 1,423 ดอลลาร์ ในช่วงต้นปีมกราคม 2018 และยังมีเหรียญ Altcoins อีกมากมายที่มีพฤติกรรมเช่นนี้
จะเห็นได้ชัดว่า ตลาดคริปโตนั้นเหรียญส่วนใหญ่ที่มีพื้นฐานดีจะมีทิศทางของราคาในทางเดียวกัน ทำให้ถ้านักลงทุนซื้อเหรียญในจังหวะที่กำลังจะเป็นขาขึ้นพอดี จะเป็นเรื่องยากมากๆที่จะขาดทุน เพราะราคามันเพิ่มขึ้นเกือบทุกเหรียญเลย
ราคาที่เพิ่มขึ้นของตลาดคริปโตนั้นส่วนใหญ่มาจากปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น เช่น อย่างกรณีของ Ethereum ในช่วงที่ราคามันเพิ่มขึ้นสูงนั้น มันได้ถูกนำไปใช้เป็นแพลตฟอร์มการระดมทุน ICO จำนวนมาก เลยทำให้มีความต้องการของเหรียญเยอะ
และในทุกๆปีจะเห็นได้ว่า ภายในวงการคริปโตที่กำลังเติบโตนั้น ปัจจัยพื้นฐานต่างๆถูกพัฒนาไปว่องไวมาก ๆ และมันก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในฐานะของตัวกลางในการแลกเปลี่ยนและเครื่องมือในการลงทุน
ถึงแม้ปัจจัยพื้นฐานของมันจะพัฒนาอยู่ตลอดเวลา แต่ในแง่ของราคานั้นก็ใช่ว่ามันจะทะยานตลอดเวลา มันจะช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นสูง และช่วงที่ตลาดเป็นขาลงและหยุดนิ่ง ซึ่งจะเกี่ยวโยงกันในข้อสุดท้าย
ตลาดอาจกำลังจะกลับเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
พอทราบข้อดีของตลาดคริปโตกันมาแล้ว มาฟังอีกเหตุผลบ้างดีกว่าว่าทำไม “ตอนนี้” การลงทุนในคริปโตนั้นถือว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมมากๆ
อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ว่าจะเป็นตลาดการเงินหรืออะไรก็ตามมันจะมีขาขึ้นและขาลงของมันเสมอ ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกันจริงๆ คือ ระยะเวลาของแต่ละตลาดว่าขาขึ้นนานเท่าไร ขาลงนานเท่าไร และ Sideway นานขนาดไหน
และแน่นอนว่า ข้อมูลการขึ้นหรือลงของตลาดนั้นไม่ควรจะนั่งเทียบคิดเอาเอง ควรอ้างอิงมาจากข้อมูลในอดีต โดยข้อมูลนี้จะอ้างอิงจาก Bitcoin เป็นหลัก เพราะว่า Bitcoin เป็นคริปโตที่มีมูลค่าโดยรวมมากที่สุดในตลาดและมีอิทธิพลมากที่สุด เมื่อมันขึ้นเหรียญส่วนใหญ่ก็จะขึ้นตาม
ที่มาภาพ Siam Blockchain
จากรูปจะเห็นได้เลยว่า ราคาของ Bitcoin นั้นจะวิ่งขึ้นไปแตะ All Time High หรือจุดสูงสุดในทุกๆเวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง หรือมีบางครั้งที่ไวกว่า โดยเมื่อมันไปแตะแล้วราคาของมันก็จะดิ่งลงอย่างหนักกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างต่ำ ก่อนที่จะค่อย ๆ ทยอยฟื้นตัวเพื่อไปทำ All Time High ใหม่อีกครั้งเป็น Cycle ไปเรื่อย ๆ
ในปลายปี 2017 ที่ผ่านมาราคา Bitcoin ขึ้นไปแตะที่ 19,900 ดอลลาร์ และไม่กี่เดือนต่อมาก็ร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปัจจุบันมีราคาที่ 4,100 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าลดลงมาประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ พอ ๆ กับจุดต่ำที่มันทำในแต่ละรอบเลย
หากลองดูอีกปัจจัย เช่น ระยะเวลา จะพบว่ามันเป็นเวลานานกว่า 15 เดือนแล้วที่เข้าสู่ตลาดขาลง หากนำ 2 ปัจจัยนี้มาประกอบกัน อาจจะชี้ได้ว่า ตลาดคริปโตอาจกำลังกลับเป็นขาขึ้น หรือตลาดขาลงอาจจะใกล้สิ้นสุดแล้วก็เป็นได้ ทำให้จังหวะนี้ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยเริ่มเก็บสะสมคริปโต เพราะว่าอัตราความเสี่ยง Risk Reward นั้นค่อนข้างน่าสนใจ หากดูจากในอดีตคริปโต เช่น Bitcoin เคยร่วงลงสูงสุดที่ 94 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเป็นจริงก็จะขาดทุนไม่มาก แต่ในทางกลับกันหากมันพุ่งขึ้นผลตอบแทนที่ได้ก็อยู่ที่ประมาณ 10 เท่าเช่นกัน
หลังจากที่เราทราบทั้ง 3 เหตุผลแล้ว ก็อย่าเพิ่งโลภมาก All-in เพราะผลตอบแทนที่ล่อตาล่อใจ ควรจะศึกษาอย่างถี่ถ้วนให้รู้ถึงปัจจัยพื้นฐานต่างๆของคริปโตที่เราจะลงทุนเสียก่อน รวมทั้งศึกษาการ Money Management ให้ดี เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงเราได้เยอะมากๆ การลงทุนก็เหมือนการขับรถที่มีความเสี่ยง หากไม่ศึกษาให้ดีรีบขับโดยที่ขับไม่เป็นก็มีโอกาสสูงที่จะรถชน รถคว่ำได้ง่ายๆแต่ถ้ามีความรู้และประสบการณ์ก็จะไม่มีปัญหาอะไร
Comment