ทิศทาง "เศรษฐกิจโลก" 2564

เจาะลึกทิศทาง “เศรษฐกิจโลก” ปี 2564

2 min read  

ฉบับย่อ

  • วัคซีน โควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก (Supply chain) กลับมาคึกคักอีกครั้ง ส่งผลดีต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)
  • เศรษฐกิจยังมีความเปราะบางโดยเฉพาะตลาดแรงงานทำให้ธนาคารกลางยังเพิ่มสภาพคล่องเข้าระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในทางกลับกันสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า
  • โควิด-19 เป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนของการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยแนวทาง ESG นอกจากนี้ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เช่น EV และ AI

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

เจาะลึกทิศทาง “เศรษฐกิจโลก” ปี 2564

ช่วงเวลาแบบนี้หลายคนคงกำลังหาข้อมูลและมุมมองการลงทุนเพื่อปรับพอร์ตลงทุนรับปีใหม่ บทความนี้พี่ทุยเลยได้รวบรวมมุมมองการลงทุนที่นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินต่างประเทศหลายแห่งคาดว่าจะเกิดขึ้นและมีผลต่อ “เศรษฐกิจโลก” ในปี 2564

ประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) กลับมาโดดเด่น

การอนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 โดย FDA สหรัฐฯ ประกอบกับนายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้เศรษฐกิจ การส่งออก การท่องเที่ยว และการบริโภค ฟื้นตัวจนสถาบันการเงินระดับโลกต่างปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ “เศรษฐกิจโลก” ปี 2564

การฟื้นตัวเช่นนี้ ทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก (Supply chain) กลับมาคึกคักอีกครั้ง และต้องส่งผลให้มีความต้องการวัตถุดิบมากขึ้น ซึ่งประเทศตลาดเกิดใหม่เป็นทั้งผู้ผลิตและส่งออกวัตถุดิบเหล่านั้น เช่น สินแร่ โลหะแปรรูป สินค้าการเกษตร และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาประเทศตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ต่างมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีขั้นสูงจนเป็นผู้นำของโลก ดังนั้นไม่ว่าภาคการผลิตจะมีความต้องการวัตถุดิบประเภทใด ประเทศตลาดเกิดใหม่ย่อมได้รับผลดีอย่างแน่นอน

เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่งสัญญาณการฟื้นตัวเด่นชัดเช่นนี้ ส่งผลให้ทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ของประเทศตลาดเกิดใหม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว

สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง

ต้องยอมรับว่าปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับความสนใจจากทั่วโลก มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเงินดอลลาร์เป็นอีกแหล่งหลบภัยในภาคการเงินจากวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าตลอดปี 2563

จนพบกับจุดเปลี่ยนที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกกลับมาฟื้นตัว ทำให้ตลาดเกิดใหม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยจนแตะระดับ 0% อีกทั้งมีท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไปอีก ไม่จะเป็นการคงอัตราดอกบี้ยไว้ที่ 0% และเพิ่มสภาพคล่องเข้าระบบด้วยนโยบาย QE และเมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่ซึ่งอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าและอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำไม่ต่างกับสหรัฐฯ ยิ่งเป็นจุดที่ทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลออกจากดอลลาร์ไปสู่สกุลเงินอื่น ด้วยเหตุนี้เงินดอลลาร์จึงมีแนวโน้มอ่อนค่าในปี 2021

สภาพคล่องจากธนาคารกลางยังท่วมระบบ

หากย้อนกลับไปประมาณ 40 ปีที่แล้ว การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก เวลาได้ผ่านไปจนถึงวิกฤตปี 2551 อันเป็นวิกฤตที่เผยให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยไม่ใช่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป นำพาโลกให้รู้จักกับ QE อันเป็นการพิมพ์เงินขึ้นมา (ปริมาณเงินเพิ่มขึ้น) แล้วนำไปซื้อสินทรัพย์ที่มีปัญหา ซึ่งปริมาณเงินดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงไปเมื่อใช้มาตรการมาได้ระยะหนึ่ง

ปี 2564 เป็นอีกครั้งที่มีการใช้มาตรการ QE และใช้ต่อไปในปี 2564 เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีความเปราะบางโดยเฉพาะภาคการจ้างงานอันเนื่องมาจากการ Lockdown ที่ยังบังคับใช้บ้างเมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูง ทำให้คาดกันว่าปี 2564 จะมีเงินเข้าสู่ระบบจากมาตรการ QE อีกอย่างน้อย 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ แม้จะน้อยกว่าปริมาณในปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 3.1 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ก็เทียบเท่า 1 ใน 3 ของปริมาณเงินที่เข้ามาในระบบระหว่างปี 2551 ถึง 2557 ก็ยังเรียกได้ว่าเป็นปริมาณเงินที่มหาศาล นอกจากนี้ยังมีสภาพคล่องที่มาจากธนาคารกลางยุโรป ญี่ปุ่น และอังกฤษ ซี่งยังคงใช้มาตรการ QE อย่างต่อเนื่องในปี 2564

จุดเริ่มต้นของเทคโนโลยี 4.0 และ ESG

เทคโนโลยี 5G, Artificial Intelligence (AI), Electric Vehicles (EV), Robotics และ Cybersecurity ถูกพูดถึงมาแล้วระยะหนึ่งในฐานะเทคโนโลยีของทศวรษต่อไป อีกทั้งชาติมหาอำนาจทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างแข่งกันเพื่อเป็นผู้นำในแต่ละด้าน ซึ่งการมาของ โควิด-19 เปรียบเสมือนตัวเร่งที่ทำให้ทั้งโลกหันมาเอาจริงเอาจังกับการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ ซึ่งจะสะท้อนผ่านราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเหล่านี้ที่ต่างปรับตัวขึ้นกัน

ขณะเดียวกัน โควิด-19 ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยแนวทาง ESG โดยเฉพาะการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน (Sustainable energy) และความสนใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อนายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยนายโจ ไบเดนมาพร้อมกับนโยบายโครงการสีเขียว (Green Recovery) ที่เน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยยึดหลักการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

จากมุมมองทั้งหมดจะเห็นว่าปี 2564 เป็นปีที่นักวิเคราะห์ต่างมองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวและยังมีสภาพคล่องจากธนาคารกลางเข้าระบบต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เป็นจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็น AI หรือ EV เช่นเดียวกับที่เริ่มตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยแนวทาง ESG

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
error: