Bitkub จับมือกับใครบ้าง แล้วมีเเผนสู่ Metaverse อย่างไร ?

Bitkub จับมือกับใครบ้าง แล้วมีเเผนสู่ Metaverse อย่างไร ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ทาง Bitkub หลังได้ SCB หนุนหลัง ประกาศความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ถึง 9 แห่งในแวดวงค้าปลีกและการท่องเที่ยวเพื่อผลักดันการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล ส่งเสริม NFT และเตรียมรองรับ Metaverse ที่จะมาในอนาคต
  • บรรดาบริษัทเอกชนที่เป็นพาร์ทเนอร์กับทาง Bitkub เต็มไปด้วยบริษัทที่พร้อมปรับตัวรับเทคโนโลยี เช่น AirAsia ที่ผันตัวมาทำ Super App และเป็น Online Travel Agency มากขึ้น
  • กลุ่มเป้าหมายหลักที่จะจูงใจให้มาใช้จ่ายคริปโทฯ เพื่อการค้าและท่องเที่ยว คือ กลุ่ม New Wealth ที่ชื่นชอบการใช้เทคโนโลยีและมีแนวโน้มจะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้ว
  • แต่ความผันผวนของค่าเงินดิจิทัล ก็ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะชำระเงินด้วยเงินดิจิทัลได้จริง สอดคล้องกับที่ทางแบงก์ชาติออกมาเตือนเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2564 ว่าไม่สนับสนุนการชำระเงินด้วยเงินดิจิทัล

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

หลังจากได้ SCB ซื้อกิจการแล้ว ก็ทำให้แผนของ Bitkub ผู้ให้บริการกระดานเทรดเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี ไม่มุ่งเน้นอะไรเล็ก ๆ อีกต่อไป แต่ก้าวไปสู่ระดับประเทศด้วยการผนวกรวมทั้งด้านเอกชนและรัฐบาลเลยทีเดียว

ตอนนี้หากพูดถึงการใช้ “เงินดิจิทัล” ในการค้าขายก็นับเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาให้ผู้คนทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์ของเงินดิจิทัลกันก่อนที่จะนำมาใช้จ่าย

แต่ Bitkub เหมือนจะไม่รออีกต่อไป ในเมื่อมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่พร้อมจะอ้าแขนเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ วันนี้ Bitkub จับมือกับใครบ้าง เพื่อนำหน้าเข้าสู่โลก “Metaverse” พี่ทุยสรุปมาให้แล้ว

ความเคลื่อนไหว Bitkub มีอะไรบ้าง?

หลายคนที่ตามข่าวแวดวงเงินดิจิทัลมา พี่ทุยเชื่อว่าต้องได้ยินข่าว “บิทคับ” จับมือกับ The Mall Group เครือห้างสรรพสินค้าของไทยที่ดูแลห้างใหญ่ในไทยอย่างสยามพารากอน เอ็มโพเรียม และเดอะมอลล์มาแล้วบ้าง 

ซึ่งความร่วมมือกับเดอะมอลล์กรุ๊ป ประกอบไปด้วยการเปิดรับชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล การจัดกิจกรรมเกี่ยวกับ NFT ทั้งแสดงศิลปะและด้านเกม รวมถึงเตรียมการเพื่อรับรอง Metaverse ในอนาคตอีกด้วย 

กิจกรรมแรกที่ทาง “บิทคับ” ร่วมมือกับ The Mall Group นั่นคือ การจัดกิจกรรมล่าสมบัติ Happy Treasure Hunt กิจกรรมสุดพิเศษส่งท้ายปี 2021 ต้อนรับปี 2022 โดยเป็นการตามล่าหา QR code หรือสแกนหา NFT ผ่านเลนส์ AR เพื่อสุ่มรับการ์ดก่อนนำไปแลกของรางวัลอย่าง NFT: Gift of the future รวมถึงของรางวัลอื่น ๆ อีก 222,222 ชิ้น 

หากใครนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงเกมชื่อดังอย่าง Pokemon Go ที่ตามหาโปเกมอน โดยแม้ในเกม Pokemon Go จะไม่สามารถนำไปแลกรางวัลในโลกจริงได้ นอกจากความสนุกและความภาคภูมิใจในการเป็นผู้ชนะ แต่กิจกรรมของ “บิทคับ” สามารถนำไปแลกของรางวัลจากเครือเดอะมอลล์ได้ 

การที่ค้าปลีกกระโดดร่วมวงเงินดิจิทัลไม่ได้เกิดแค่ในไทยเท่านั้น เจ้าใหญ่ของโลกอย่าง Amazon เองก็เริ่มมีการขยับตัวแล้วเช่นกัน เพราะมีการเปิดรับสมัครงานในฝ่ายที่เกี่ยวกับคริปโทฯ ไปเมื่อเดือน ก.ค.2021 ส่วนทาง Walmart ได้เริ่มทดสอบตั้งตู้ซื้อเหรียญ Bitcoin ในเดือน ต.ค. 2021 

Bitkub จะพาไทยสู่ยุคเงินดิจิทัล ?

สำหรับ “บิทคับ” เมื่อร่วมมือกับค้าปลีกยักษ์ใหญ่ได้แล้ว พี่ทุยว่าหมุดหมายต่อไปคือการกระจายไปอุตสาหกรรมอื่นที่ทำให้การใช้เงินดิจิทัลแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันได้มากที่สุด

นอกเหนือจากเครือเดอะมอลล์แล้ว ทาง “บิทคับ” ยังได้จับมือกับพาร์ทเนอร์อื่นๆ อีก 8 แห่งในอุตสาหกรรมที่ยึดโยงกับการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชน โดยความร่วมมือครั้งนี้ ประกอบไปด้วย

Bitkub จับมือกับใครบ้าง แล้วมีเเผนสู่ Metaverse อย่างไร ?

1. ธุรกิจสายการบินอย่าง Thai AirAsia และ Bangkok Airway 

2. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมอย่างดุสิตธานีและอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์

3. ธุรกิจโรงพยาบาลอย่าง BDMS ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือโรงพยาบาลที่เน้นทำการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)

4. ธุรกิจค้าปลีกยานยนต์อย่าง Millennium Group Corporation (Asia) ซึ่งมีธุรกิจให้เช่ารถยนต์สำหรับนักท่องเที่ยวด้วย 

5. ภาครัฐอย่าง “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) 

สำหรับความร่วมมือหลัก ๆ ในครั้งนี้ เป็นการเปิดรับชำระเงินด้วยค่าเงินดิจิทัล จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นธุรกิจที่กำลังปรับตัวเข้าหาดิจิทัลมากขึ้นจะเป็นพาร์ทเนอร์กับทาง “บิทคับ” ในครั้งนี้ด้วย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ Thai AirAsia ที่บริษัทแม่อย่าง AirAsia เริ่มพลิกตัวเองจากการเป็นสายการบินอย่างเดียวมาเป็นบริษัทเทคโนโลยี 

บริการใหม่ของ AirAsia มีทั้งการให้บริการ Super App แบบเดียวกับ Grab โดยในประเทศไทย ทาง AirAsia ได้ซื้อ Gojek ประเทศไทย ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพจากอินโดนีเซียไป รวมถึงมีบริการแบบ Online Travel Agency (OTA) ซื้อขายตั๋วเที่ยวบินสายการบินต่าง ๆ ด้วย

ใครเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ?

ในส่วนของทาง ททท. ที่เป็นภาครัฐนั้นจึงต้องรับบทบาทเป็นผู้ช่วยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ทางผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวรายย่อยสามารถรับชำระเงินด้วยคริปโทฯ ได้ ซึ่งนอกเหนือจากการรับชำระเงินแล้ว ทาง ททท. ยังได้พูดถึงการพัฒนาระบบบล็อกเชนและการเตรียมการเพื่อรองรับ Metaverse ในอนาคตด้วย

ส่วนกลุ่มเป้าหมายหลัก คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศของ ททท. ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นกลุ่ม “New Wealth” ที่มีกำลังซื้อสูง

กลุ่ม New Wealth คือ “กลุ่มคนรวยยุคใหม่” ที่ดิจิทัลและเทคโนโลยีเข้ามาผนวกในชีวิตประจำวันจนมีพฤติกรรมที่แปลกไปจากกลุ่มคนร่ำรวยยุคก่อน โดยคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้วด้วย 

รับชำระเงินดิจิทัลได้จริงหรือ ?

พี่ทุยว่าถ้าระบบพร้อม คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะรับชำระเงินด้วยคริปโทฯ  แต่พี่ทุยว่า อาจจะยังไม่ใช่ช่องทางชำระเงินที่ได้รับความนิยมแบบเดียวกับโมบายแบงก์กิ้งในปัจจุบัน 

เหตุผลข้อหลัก ๆ เลยคือ ความผันผวนของคริปโทฯ ที่ราคาขึ้นหรือลงมากและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่นาที

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ เช่น ช่วงวัน Black friday ของปี 2021 หรือวันชอปปิงใหญ่ของโลกตะวันตก ทาง BitPay ผู้ให้บริการชำระเงินด้วยเงินดิจิทัลออกโปรโมชัน ลดราคาสินค้า 20% หากชำระเงินด้วย Bitpay เหมือนกับปี 2020 ที่ทางมีบริษัทเข้าร่วมรับชำระเงินด้วย Bitcoin ประมาณ 300 แห่ง

สมมติว่า พี่ทุยซื้อสร้อยคอให้น้องเอื้องในวัน Black Friday เมื่อปี 2020 มูลค่า 300 ดอลลาร์ โดยชำระเงินด้วย Bitcoin ซึ่งตอนนั้นราคา Bitcoin อยู่ประมาณ 17,000 ดอลลาร์ เท่ากับว่าชำระไป 0.01764705 คอยน์ แต่ในปี 2021 ราคา Bitcoin พุ่งขึ้น 220% เป็น 53,700 ดอลลาร์เลยทีเดียว ดังนั้น หากพี่ทุยถือเงิน Bitcoin 0.01764705 คอยน์ของพี่ทุยไว้ ไม่ซื้อสร้อยคอให้น้องเอื้อง พี่ทุยจะมีเงินเพิ่มขึ้นเกือบ 1,000 ดอลลาร์ในปีต่อมา

ความผันผวนในลักษณะนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติก็ออกมาเตือนเช่นกันเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2021 ไม่นานหลังจากที่ทาง Bitkub ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ในแวดวงค้าปลีกและการท่องเที่ยว 

นอกเหนือจากประเด็นความผันผวนแล้ว ทาง ธปท. ยังมุ่งไปที่ประเด็นความปลอดภัยจากการโจรกรรมทางไซเบอร์ ความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล รวมถึงการใช้เงินดิจิทัลเพื่อฟอกเงินด้วย 

เงินดิจิทัลอาจเป็นอนาคต แต่พี่ทุยว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถใช้ได้จริงเท่านั้นเอง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile