TRUE และ DTAC ควบรวมกิจการ ส่งผลอะไรบ้าง

[สรุปโพสต์เดียวจบ] TRUE และ DTAC ควบรวมกิจการ ส่งผลอะไรบ้าง

4 min read  

ฉบับย่อ

  • TRUE และ DTAC สองค่ายโครงข่ายโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของไทย ประกาศควบรวมกิจการ หรือการจัดตั้งบริษัทใหม่โดยแบ่งเอาหุ้นไปถือกันคนละส่วน ซึ่ง TRUE จะถืออยู่ประมาณ 58% ส่วนทาง DTAC จะถืออยู่ประมาณ 42% 
  • ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของแต่ละบริษัท คือ เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง หรือ “เครือซีพี” ที่ถือหุ้นใหญ่ TRUE และ Telenor Asia ผู้ถือหุ้นใหญ่ DTAC ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อรับซื้อหุ้นในกระดานเทรดในราคาที่สูงกว่าตลาด
  • ธุรกิจโทรคมนาคมโดน Disrupt จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันแชทที่ได้รับความนิยมอย่างมากจนทำให้ผู้บริโภคใช้โทรศัพท์ในการโทรน้อยลง
  • TRUE และ DTAC ต้องฝ่าด่าน กสทช. ให้ได้เสียก่อน โดยจากกฎเกณฑ์ของ กสทช. การควบรวมในครั้งนี้จะส่งผลต่อการแข่งขันในตลาด 
  • การควบรวมกิจการระหว่างสองค่ายยักษ์ใหญ่อาจเป็น “งานช้าง” สำหรับคณะกรรมการ กสทช. ชุดใหม่เลยก็เป็นได้ 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ในที่สุดทาง 2 ใน 3 ค่ายเครือข่ายมือถือยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง TRUE และ DTAC ก็ประกาศ “ความร่วมมือ” กัน “ควบรวมกิจการ” ในวันที่ 22 พ.ย.2021 หลังจากที่ลือกันมาตลอดในสัปดาห์ก่อนหน้า

แต่พี่ทุยว่า “ข่าวลือ” ดูเหมือนจะผิดไปเล็กน้อย 

เพราะตามประกาศของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ได้แจ้งกับทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ใช่การซื้อกิจการ แต่เป็นการควบรวมบริษัท

พี่ทุยเลยไม่แน่ใจว่าท่าทีของคณะกรรมกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะว่าอย่างไรในเรื่องนี้

TRUE และ DTAC ควบรวมกิจการอย่างไร?

การควบรวมกิจการ เป็นการร่วมมือกันตั้งบริษัทใหม่ โดยตามข้อมูลของ bloomberg ปัจจุบัน TRUE มีมูลค่าตลาด (Market Capitalization) อยู่ที่ 1.44 แสนล้านบาท ขณะที่ของ DTAC อยู่ที่ 9.7 หมื่นล้านบาท เท่ากับว่าการควบรวมบริษัทในคร้ังนี้จะได้บริษัทใหม่มูลค่ารวมราว 2.5 แสนล้านบาท 

ในการตั้งบริษัทใหม่ ทั้ง 2 บริษัทจะเอาหุ้นของบริษัทใหม่ไปถือกันคนละส่วน โดยสำหรับ TRUE และ DTAC จัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่เอาไว้ดังนี้ 

1 หุ้นเดิมของ TRUE จะเท่ากับ 2.40072 ของหุ้นบริษัทใหม่ 

1 หุ้นเดิมของ DTAC จะเท่ากับ 24.53775 ของหุ้นบริษัทใหม่

แม้จะดูเหมือนว่า DTAC จะได้สัดส่วนหุ้นที่คูณเข้าไปในบริษัทใหม่มากกว่า แต่ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวนหุ้นเดิมของ TRUE มีมากกว่าของ DTAC โดยของ TRUE อยู่ที่ประมาณ 3.3 หมื่นล้านหุ้น ขณะที่ DTAC มีหุ้นแค่ประมาณ 2,367 ล้านหุ้น 

เท่ากับว่า หุ้นในบริษัทใหม่ของ TRUE จะอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นล้านหุ้น ส่วน DTAC จะถือหุ้นบริษัทใหม่อยู่ที่ประมาณ 5.8 หมื่นล้านหุ้น โดยจากการคำนวณของ TRUE และ DTAC พบว่าหุ้นในบริษัทใหม่จะมีจำนวนรวมกันมากกว่า 1.38 แสนล้านหุ้น ทำให้ TRUE ถือหุ้นบริษัทที่ 57.9% ส่วน DTAC จะถือหุ้นบริษัทที่ 42.1%  

ส่งผลอย่างไรต่อหุ้นในกระดานเทรด?

ในประกาศครั้งนี้ นอกจากจะเป็นประกาศการควบรวมกิจการแล้ว ยังมีการประกาศว่าทาง  ซิทริน โกลบอล (Citrine Global) จะเป็นผู้รับซื้อหุ้นในกระดานเทรดของทั้ง TRUE และ DTAC ในราคาที่สูงกว่าราคาปิดตลาดเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าการประกาศควบรวมกิจการ

ทาง ซิทริน โกลบอล เสนอซื้อหุ้น TRUE จะซื้อที่ 5.09 บาท สูงกว่าราคาหุ้นปิดตลาด 4.32 บาท ของเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2021 และเสนอซื้อหุ้น DTAC 47.76 บาท สูงกว่าราคาปิดตลาดเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2021 ที่ 41.25 บาท 

ซิทริน โกลบอล เป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ระหว่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง หรือ “เครือซีพี” ที่เรารู้จักกัน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TRUE โดยจับมือกับ Telenor Asia ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ DTAC 

ตามประกาศของทั้ง 2 บริษัท ระบุว่า การตั้ง ซิทริน โกลบอล ขึ้นมาก็เพื่อซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมที่ไม่ต้องการจะเข้าถือหุ้นบริษัทใหม่หลังควบรวมกิจการ 

แน่นอนว่า ข้อเสนอลักษณะนี้ทำให้ราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัท ณ เวลา 10.00 น. ของวันที่ 22 พ.ย. 2021 ที่มีการประกาศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง โดยของ DTAC ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 9.7% อยู่ที่ 45.25 บาท ส่วนของ TRUE ปรับขึ้นกว่า 10% อยู่ที่ 4.76 บาท 

ส่วนหุ้นของ AIS ก็ปิดตลาดช่วงเช้าของวันที่ 22 พ.ย. 2021 ในแดนบวกเช่นกัน โดยอาจเป็นผลมาจากนักลงทุนคาดว่าตลาดจะแข่งขันลดลง ซึ่งเป็นผลดีกับ AIS ด้วย 

อนาคตหลัง TRUE และ DTAC ควบรวมกันจะเป็นอย่างไร?

ตอนนี้มีเพียงแผนการคร่าว ๆ ที่ออกมาจากทั้ง 2 บริษัทเรื่องอนาคตหลังการควบรวมกิจการ 

นายศุภชัย เจียรวนนท์​ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการของทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวไว้ว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งธุรกิจจากอุตสาหกรรมดิจิทัลได้เข้ามารุกธุรกิจโทรคมนาคมอย่างรวดเร็ว

พี่ทุยว่า อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเริ่มโดน Disrupt หนัก ๆ มาตั้งแต่แอปพลิเคชันแชทอย่าง Line ได้รับความนิยม ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการจากเดิมที่สามารถเก็บค่าโทรและ SMS ได้ ก็ต้องเปลี่ยนไปเน้นให้บริการอินเตอร์เน็ทแทน 

เพราะฉะนั้น ทาง TRUE กับ DTAC จึงพยายามเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ ปรับบริษัทให้กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน รวมถึงยังเน้นลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสตาร์ทอัพต่างๆ ด้วย 

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น พี่ทุยว่าต้องควบรวมกันให้สำเร็จเสียก่อน 

การควบรวม TRUE และ DTAC ตอนนี้ถึงขั้นตอนไหนแล้ว? 

ในตอนนี้การควบรวมของทั้ง 2 บริษัทยังไม่เสร็จสิ้น เพราะถึงแค่ขั้นตอนการทำบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นแบบไม่มีผลผูกพัน (MOU) หรือหากเทียบกับคู่รักก็ถึงขั้นสู่ขอหมั้นหมาย ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปก็ต้องรอให้ทั้ง 2 บริษัทจะตรวจสอบอีกฝั่งจนพอใจ และทางพ่อแม่ หรือคณะกรรมการบริษัทของทั้ง 2 แห่งจะพิจารณาอนุมัติใหัแต่งงาน

อย่างไรก็ตาม “พ่อแม่” ไม่ได้มีแค่คณะกรรมการบริษัททั้ง 2 แห่ง แต่ยังรวมถึงคณะกรรมการกำกับดูแล โดยเฉพาะทาง กสทช. ที่เป็นผู้ดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยเฉพาะด้วย

ท่าทีของ กสทช. เป็นอย่างไร?

หลังการประกาศการควบรวมกิจการของ TRUE กับ DTAC ทาง พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. ได้ออกมาประกาศเรียกทั้ง 2 บริษัทเข้าชี้แจงกรณีควบรวมกิจการ พร้อมสั่งให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษากฎหมายและอำนาจหน้าที่ของ กสทช.เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค

“เชื่อว่าการควบรวมกิจการของ TRUE และ DTAC มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างแน่นอน เพราะผู้ให้บริการ 3 ราย จะลดเหลือ 2 ราย ทำให้การแข่งขันลดลง ขณะที่ TRUE กับ DTAC เมื่อผนวกฐานลูกค้าจะรวมกันเป็นเบอร์ 1 ของตลาด” พลเอกสุกิจกล่าว 

ปัจจุบัน TrueMove H มีฐานลูกค้า 32 ล้านหมายแลค ขณะที่ DTAC มี 19 ล้านหมายเลข ทำให้บริษัทใหม่หลังการควบรวมกิจการจะมีผู้ใช้งานถึง 51 ล้านหมายเลข มากกว่า AIS ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ที่ 43.7 ล้านเลขหมาย 

ทางประชาชาติธุรกิจได้รายงานอ้างแหล่งข่าวภายใน กสทช. ว่า แม้ในทางกฎหมาย การควบรวมกิจการจะสามารถทำได้ แต่ในแง่ของการกำกับดูแล จะต้องป้องกันไม่ให้ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งมีอำนาจเหนือตลาด หรือกีดกันการแข่งขันในตลาด ซึ่งสอดคล้องกับหลักการส่งเสริมการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรมในกิจการโทรคมนาคมของ กสทช.

TRUE และ DTAC ควบรวมกิจการ ส่งผลอะไรบ้าง

กสทช. ยึดหลักอะไร?

ในประกาศของ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับการควบรวมกิจการเอาไว้ โดยเกณฑ์หนึ่งที่จะใช้พิจารณาคือ “ความกระจุกตัวของตลาด”

กสทช. ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับทางสหรัฐ คือ ใช้ดัชนี HHI หรือ Herfindahl-Hirschman Index ซึ่งวัดความกระจุกตัวของตลาด โดยตามเกณฑ์ของ กสทช. แบ่งตัวเลขของดัชนี HHI ไว้ดังนี้ 

  • น้อยกว่า 1,000 จุด แสดงว่าตลาดกระจายตัว (มีการแข่งขันดีเยี่ยม)
  • 1000 – 1,800 จุด ตลาดรวมตัวกันปานกลาง
  • มากกว่า 1,800 จุด ตลาดรวมตัวกันหนาแน่น

ปัจจุบันการรวมตัวของตลาดโทรคมนาคมซึ่งมีผู้เล่นรายใหญ่ 3 ราย และรัฐวิสาหกิจอีก 2 ราย คือ CAT และ TOT ที่ถือเป็นรายย่อยในตลาด มีดัชนี HHI สูงถึง 3,453 จุดเข้าไปแล้วเมื่อไตรมาส 3 ปี 2020 

หากดัชนีคำนวณจากส่วนแบ่งตลาดของแต่ละผู้เล่น นำมายกกำลัง 2 และเอามาบวกกัน แล้วจะเท่ากับหากเจ้าใหญ่ 2 เจ้ามารวมตัวกัน จะทำให้ตัวเลขหลังยกกำลังสูงขึ้นไปอีก 

เช่น เดิม DTAC มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20% ซึ่งมีค่าเท่ากับ 400 จุด และ TRUE ที่ 30% ซึ่งมีค่าเท่ากับ 900 จุด เมื่อควบรวมกิจการแล้วมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% เท่ากับ 2,500 จุดทันที เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 1,200 จุด โดยทาง กสทช. ระบุว่า หากเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 จุด แสดงว่าส่งผลด้านลบต่อการแข่งขันซึ่งถือเป็นการครอบงำตลาด

คณะกรรมการ กสทช. ชุดใหม่เป็นใคร?

สำหรับคณะกรรมการ กสทช. ชุดปัจจุบัน เป็นคณะกรรมการที่อยู่มานานตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งตามวาระเดิมควรดำรงตำแหน่งแค่ 6 ปี แต่หลังรัฐประหารปี 2014 ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ยืดเยื้อการสรรหาคณะกรรม กสทช. มาตลอด ทำให้คณะกรรมการชุดเดิมนั้นอยู่มายาวนานร่วมทศวรรษ

การสรรหาคณะกรรมการ กสทช. เสร็จสิ้นไป เมื่อเดือน ก.ย. 2021 ที่ผ่านมา โดยผู้ที่ดำรงกรรมการด้านกิจการโทรคมนาคมคือ นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT รัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมของไทย 

ขณะที่กรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค คือ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่คสช.ตั้งขึ้นแทนสภาผู้แทนราษฎรในช่วงรัฐประหาร 

ทางสำนักข่าวอิศรา ระบุว่า ทาง ศ.คลินิก นพ.สรณ มีความสนิทสนมกับพล.อ.ประยุทธ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้วย

อย่างไรก็ตาม ทาง กสทช. ชุดใหม่นี้ ยังไม่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภา ซึ่งพี่ทุยไม่แน่ใจว่าจะรับรองเมื่อไร เพราะยังไม่บรรจุเข้าเป็นวาระวุฒิสภา และปัจจุบันยังอยู่ขั้นตอนสอบประวัติของทางคณะกรรมธิการสามัญวุฒิสภา โดยเพิ่งยืดเวลาสอบประวัติออกไปอีก 30 วัน จากเดิมที่มีเดดไลน์ในวันที่ 11 พ.ย. 2021 

บางทีงานแรกของ กสทช. ชุดใหม่ อาจเป็น “งานช้าง” เลยก็ได้ พี่ทุยว่า งานนี้เราควรต้องจับตาดูกันต่อไป  

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: