ก่อนจะฉลองปีใหม่กันยาว ๆ เดือนหน้า ไทยเราเองก็มีเทศกาลเฉพาะ ที่มีสีสันไม่แพ้ชาติไหนนั่นก็คือ “เทศกาลลอยกระทง” นั่นเอง สำหรับปีนี้วันลอยกระทงคือวันที่ 11 พฤศจิกายน ซึ่งทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างจัดงานตามสถานที่สำคัญ ๆ กระจายอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ นอกจากความสุขและความสนุกสนานแล้ว การที่มีการจัดงานในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ยังมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของท้องถิ่นด้วย เพราะที่ไหนมีการจัดงาน ที่นั่นย่อมมีคนเยอะแยะ และเมื่อมีคนเยอะ สิ่งที่ตามมาอย่างแน่นอนคือการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ เช่น การขายอาหารในบริเวณที่จัดงาน ดอกไม้ไฟ โคมลอย โดยเฉพาะการขายกระทง เรื่องที่พี่ทุยจะเอามาพูดถึงในวันนี้กำลังเป็นเรื่องเป็นราวอยู่เลยกับประเด็นที่เด็กหญิงวัย 15 ปีเจอปัญหาเรื่องค่าลิขสิทธิ์ เพราะทำกระทงหน้าการ์ตูนดังที่มีลิขสิทธิ์ของ “TACC” หลายตัว เช่น Garfield, Minions, Rilakkuma น้องผู้หญิงคนนี้บอกว่าเค้าถูกล่อซื้อ ก่อนหน้านี้เค้าไม่เคยทำกระทงลายการ์ตูนพวกนี้ แต่มีคนโทรมาสั่งให้ทำก็เลยทำตามออเดอร์ และเมื่อไปส่งตามที่นัดหมายก็พบว่าเป็นผู้ว่าจ้างทำเป็นคนที่จับลิขสิทธิ์ สุดท้ายก็เลยต้องจ่ายค่าละเมิดลิขสิทธิ์ไป 5,000 บาท
หนึ่งในกระทงลายหน้าการ์ตูนเจ้าปัญหานี้ก็คือกระทงลาย Rilakkuma และล่าสุดเจ้าของลิขสิทธิ์ในไทยก็ออกมาปฏิเสธแล้วว่า เค้าไม่เกี่ยวข้องใด ๆ และไม่ได้เป็นผู้ที่ส่งคนไปล่อซื้อครั้งนี้นะ และบริษัทที่เรากำลังพูดถึงก็คือ บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ TACC Consumer ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โดยใช้ตัวย่อว่า “TACC” นั่นเอง
อาณาจักรคาแรกเตอร์ของ TACC
มาทำความรู้จักกับเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูนดัง อย่าง TACC ดีกว่าว่า เค้าเป็นใครและมีตัวการ์ตูนอะไรเป็นเด็กในสังกัดบ้าง พี่ทุยเชื่อว่าแทบทุกคนเคยอุดหนุนสินค้าของเขาอยู่กันแล้ว หลายคนอาจจะอุดหนุนบ่อยด้วยแต่ไม่รู้ตัวว่านี่เป็นของเขา เช่น เครื่องดื่มโถกดใน 7-11 ทุกสาขา เช่น ชาเย็น ช็อคโกแลต Hershey’s หรือกาแฟเซเว่นที่เป็นที่เล่าลือกันนักหนาว่า เข้มมาก กินแล้วตาค้างยังไงล่ะ ใครเคยกินบ้าง ? พี่ทุยบอกได้เลยว่าแรงสมชื่อแน่นอน ฮ่า ๆ
ธุรกิจหลัก ๆ ของ TACC มีอยู่ 2 อย่างคือ
1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ร่วมพัฒนากับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ เครื่องดื่มโถกดในร้าน 7-11, เครื่องดื่มผง ๆ ที่จัดจำหน่ายให้กับร้าน All Café ใน 7-11 และพวกเครื่องดื่มโปรโมชั่นที่ทำขึ้นเฉพาะช่วง
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของบริษัทเองเลย ได้แก่ ชาเขียวพร้อมดื่มตรา “เชนย่า” (Zenya), กาแฟปรุงสำเร็จตรา “วีสลิม” (VSlim) ,เครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผงตรา “ชาช่า” (Sha Sha) ,ตรา “ณ อรุณ” (Na-Arun) และตรา “สวัสดี” (Sawasdee)
TACC เน้นทำการตลาดแบบ Character Marketing หรือการสื่อสารการตลาดผ่านตัวละครต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่เเล้วคือ San-x จากญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมในประเทศอื่น ๆ หลายประเทศเลย เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา พม่า ลาว และ เวียดนาม ตัวการ์ตูนในสังกัดของเค้ามีอยู่ด้วยกัน 10 ตัว คือ Rilakkuma(คุมะ), Sumikko Gurashi, Mamegoma(แมวน้ำถั่ว), Sentimental Circus, Kamonohashikamo(ตุ่นปากเป็ด), Kutusita Nyanko(แมวดำสวมถุงเท้าสีขาว), Tarepanda(หมีแพนด้าขี้เกียจ), Monokuro Boo, Afro Ken, Jinbesan และล่าสุดก็มีตัวการ์ตูนไทยอย่าง “หมาจ๋า” เข้ามาร่วมทัพด้วยนะ
TACC ทำธุรกิจโดยใช้การ์ตูนเป็นตัวสื่อสารเเบรนด์มานานเเล้ว ก่อนหน้านี้เค้าซื้อลิขสิทธิ์ของ Sanrio เช่น Hello Kitty ซึ่งมีต้นทุนด้านลิขสิทธิ์แต่กลับทำรายได้เพียง 4% ของรายได้รวมเท่านั้น ส่วน San-x อย่างคุมะนั้นดีตรงที่ไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ไปก่อน แต่จะเป็นรูปแบบการเเบ่งผลกำไรที่เกิดจากการเอาคาแรกเตอร์ไปใช้งาน ให้กับเจ้าของที่ญี่ปุ่น
มาดูรายได้ย้อนหลังของเค้ากันนิดนึงดีกว่า
จะเห็นได้ว่ารายได้และกำไรเติบโตขึ้นในปี 2560 แต่รถผ้าป่ากลับคว่ำเมื่อกำไร 112.47 ล้านบาทในปี 2560 ลดลงเหลือเพียงแค่ 71.30 ล้านบาท ในปี 2561 เค้าออกมาชี้เเจงว่าเกิดจากการเก็บ “ภาษีความหวาน” เพิ่มขึ้น เเละเรื่องการตัดบัญชีหนี้สูญที่กัมพูชา
ส่วน “ภาษีความหวาน” ที่ว่านี้ พี่ทุยเคยพูดถึงอยู่หลายครั้งแล้ว สรุปคร่าว ๆ คือ รัฐบาลจะเก็บภาษีชนิดนี้กับสินค้าที่มีการใส่น้ำตาลมาก เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพประชาชน จะได้เอาภาษีที่เก็บไปใช้ในนโยบายส่งเสริมสุขภาพ นอกจากนี้ยังส่งผลทางอ้อมให้ต้นทุนของอาหารที่มีน้ำตาลเยอะ ๆ สูงขึ้นจึงต้องขายราคาแพงขึ้น พอของแพงขึ้น คนก็ซื้อกินน้อยลงไงล่ะ เรียกว่ายิงครั้งเดียวได้นกหลายตัวเลย(อิอิ)
แต่ตอนนี้ผลกำไรเค้ากลับมาเข้าที่เข้าทางแล้วนะ ถึงแม้รัฐบาลจะปรับ ขึ้นภาษีความหวานรอบสองแล้ว เพราะเค้าปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีน้ำตาลลดลง ดีทั้งกับต้นทุนและผู้บริโภคเลยล่ะ โดยครึ่งปีแรก TACC มีกำไรปาไป 76 ล้านบาทแล้ว มากกว่าปีก่อนรวมกันทั้งปีอีก
อีกปัจจัยหนึ่งที่คนอยากลงทุนใน TACC ต้องคิดนิดนึงคือ “กำไรของ TACC แท็คทีมไปกับ 7-11” เพราะถึงแม้ว่า TACC จะมีสินค้าของตัวเอง แต่เค้าพึ่งพา CPALL มาก ๆ ในปี 2560 มีรายได้จากทาง CPALL คิดเป็น 90% และในปี 2561 ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 96% เพราะฉะนั้นก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าทาง TACC จะหมดสัญญากับทาง CPALL จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนสนใจกันมาก ก็ CPALL เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเลยนี่หน่า
มาดูราคาหุ้น TACC กันบ้าง
ข้อมูลจาก TradingView
ราคาหุ้น อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและเคลื่อนที่ออกข้างมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราคาประมาณ 4.50-5.30 มาหลายเดือน ก่อนที่จะเบรกกรอบนี้ได้ในวันที่ 5 พฤศจิกายน โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นถึง 8.91% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 100 ล้าน ซึ่งราคาหุ้นเพิ่งเกิดการเบรกกรอบในช่วงเปิดตลาดภาคบ่าย ตอนบ่าย 2 ครึ่ง แสดงว่าตลาดให้การตอบรับต่อ TACC ในทางบวกหลังจากมีข่าวกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ในช่วงเช้าของวัน หรือส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะข่าวนี้ทำให้คนนึกถึงการมีตัวตขึ้นมาได้ก็เป็นได้
เอาเป็นว่าพี่ทุยขอเอาใจช่วยทุกฝ่ายในเรื่องนี้นะ ขอให้ดราม่าเรื่องน้องเค้าคลี่คลายไว ๆ เทศกาลสนุก ๆ มีปีละครั้งอย่างนี้ ทุกคนก็ควรได้สนุกกันมากกว่าละเนอะ แต่ก็สนุกกันอย่างมีชอบเขต แล้วถ้าเลือกได้ลองเปลี่ยนเข้าวัดทำบุญแทนการลอยกระทงก็ได้นะ เพราะเรื่องขยะหลังวันลอยกระทองเนี่ยเป็นปัญหาให้เห็นทุกปีเลย
Comment