ข่าวใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาของ “Family Mart” คือ การถอนตัวของ Japan Family Mart ออกจากประเทศไทย โดยมี CRC (Central Retail Corporation) หรือเครือ Central ซื้อหุ้นคืนไป
โดยสัดส่วนหุ้นก่อนการถอนตัวจาก JFM นั้น คือ
JFM ถือหุ้น 49%
SFMH (SFM Holding) ถือหุ้น 50.65%
RBS (Robinson) ถือหุ้น 0.35%
ทั้ง CRC และ SFMH เป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้นโดย Central เมื่อ JFM ขายหุ้นให้กับกลุ่ม CRC ทำให้สัดส่วนหุ้น แฟมิลี่ มาร์ท ในปัจจุบันเป็น CRC 49% SFMH 50.65% หรืออีกมุมนึงคือหุ้นแทบทั้งหมดจะเป็นของ Central แบบ 100% เลยทีเดียว
สงครามตลาดค้าปลีกขนาดเล็ก
ในมุมของตลาดค้าปลีกนั้น ค้าปลีกขนาดเล็กถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตดีที่สุด สิ่งที่เป็นตัวยืนยันได้ชัดเจนเลยคือ บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ขยับเข้ามาจับจองพื้นที่ค้าปลีกขนาดเล็กกัน อย่าง Big C ที่ทำ Mini Big C ออกมา หรือ Tesco Lotus ก็ส่ง Tesco Lotus Express มาลงตลาดนี้
สิ่งที่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนนี้เกิดจากการที่ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น และการไปซื้อของในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่นั้นเป็นเรื่องยากขึ้น คนเปลี่ยนมาพักอาศัยที่คอนโดมิเนียม เพราะเกิดจากปัญหาจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ
ทำให้น้อยคนนักที่ยอมขับรถฝ่ารถติดเป็นชั่วโมงเพื่อไปซื้อของจำเป็นไม่กี่อย่าง ร้านค้าปลีกที่ใกล้ลูกค้าที่สุดอย่างค้าปลีกขนาดเล็กจึงเป็นจุดที่ตอบสนองลูกค้าได้ดีที่สุดในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจุบันค้าปลีกขนาดเล็กอันดับ 1 ก็คงต้องยกให้กับ 7-Eleven
จำนวนสาขาของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก
7-Eleven 12,000 สาขา
Tesco Lotus Express 2,200 สาขา
Family Mart 1,200 สาขา
Mini Big C 1,000 สาขา
Lawson 108 100 สาขา (โดยประมาณ)
จุดยืนของแบรนด์สะดวกซื้อ
สำหรับแฟมิลี่ มาร์ท และ 7-Eleven นั้นมีข้อได้เปรียบจากการที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Central และ CPALL ดูแลอยู่ ซึ่งบริการต่าง ๆ สามารถ Synergy กับธุรกิจอื่น ๆ ได้ รวมถึงการมี Tools และ Know How ประสบการณ์ต่าง ๆ ทำให้แบรนด์ดู Premium อย่าง แฟมิลี่ มาร์ท ก็มีระบบ The 1 ในเครือ Central ส่วน 7-Eleven ก็มี True Wallet ที่สามารถเชื่อมการจ่ายเงินภายในเครือของตัวเองได้
แต่แฟมิลี่ มาร์ท ก็ยังคงเสียเปรียบอยู่ จากการที่ 7-Eleven นั้นมีสาขามากกว่าเกือบ 10 เท่า ทำให้ภาพจากมุมผู้บริโภคนั้นเมื่อนึกถึงร้านสะดวกซื้อจึงคิดถึง 7-Eleven ก่อนเพราะมันมีเกือบทุกที่จริง ๆ
ทางด้านของ Lawson 108 ด้วยการที่จะไปวิ่งแข่งเรื่องจำนวนสาขากับ 7-Eleven นั้นคงเป็นเรื่องยาก เพราะมีจำนวนต่างกันกว่า 100 เท่า จึงโฟกัสไปที่การเลือกทำเลในตัวเมืองเป็นหลัก
และจุดยืนในการเลือกสินค้า อย่างสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่น หรืออาหารญี่ปุ่นทานเล่น สร้างภาพลักษณ์ให้การเข้ากับร้าน Lawson 108 เหมือนการไปร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น
“Family Mart” เร่งขยายสาขา
หลังจากที่ Central ได้หุ้นมาครบ 100% นั้น ทำให้ Central สามารถวางกลยุทธ์และวางแผนได้คล่องตัวมากขึ้น และเริ่มเดินเกมปรับทิศทางขยับขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 100 สาขา โดยผ่านระบบ Franchise แบบที่แฟมิลี่ มาร์ท ถนัด
โดยผู้ที่สนใจร่วมลงทุนกับแฟมิลี่ มาร์ท นั้นเริ่มต้นลงทุนเพียง 4.4 แสนบาท และจะได้รับการสนับสนุนทางด้านที่ปรึกษาธุรกิจ การันตีรายได้ขั้นต่ำให้กับผู้ลงทุน พร้อมบริการสินเชื่อการลงทุนจากธนาคารต่าง ๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้มีผู้สนใจลงทุนและสามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว
การวางแผนขยายสาขานี้หากมองในมุมความเสี่ยงของแฟมิลี่ มาร์ทนั้นจะมีความเสี่ยงเพียงเงินการันตีรายได้ขั้นต่ำที่แฟมิลี่ มาร์ทได้ตั้งไว้ให้กับผู้ลงทุน โดยแฟมิลี่ มาร์ทลงทุนแค่ระบบที่มีอยู่แล้วและที่ปรึกษาทางด้านการลงทุนเท่านั้น
ซึ่งหาก แฟมิลี่ มาร์ท สาขาใหม่นั้นทุกสาขาสามารถทำกำไรทะลุการันตีรายได้ขั้นต่ำได้นั้น ก็แทบไม่ต้องแบกภาระอะไรเลย เพราะเงินลงทุนหลักเป็นการลงทุนจากลูกค้า ทำให้สามารถเร่งการขยายสาขาได้เต็มศักยภาพ
แฟมิลี่มาร์ท มีหุ้นเพิ่มขึ้น การขาดทุนก็เพิ่มขึ้น
หนึ่งในปัญหาที่อาจทำให้ Japan Family Mart (JFM) ยอมถอนตัวออกจากการแข่งขันในไทย คือ แฟมิลี่ มาร์ท เจอปัญหาขาดทุนมาหลายปีแล้ว และเมื่อหุ้นครึ่งหนึ่งนั้นเป็นของ JFM และอีกครึ่งเป็นของเครือ Central ทำให้ส่วนที่ขาดทุนนั้นก็ถูกแบ่งกันคนละครึ่ง
การที่เครือ Central เข้าซื้อหุ้นมาครบ 100% ทำให้ต้องแบกภาระขาดทุนเต็ม ๆ แลกกับการควบคุมการบริหารทั้งหมดในกิจการ ดังนั้น การที่เครือ Central ยอมซื้อธุรกิจที่ขาดทุนอยู่อย่างต่อเนื่องต้องมีแผนที่จะนำธุรกิจมาพัฒนาอย่างแน่นอน
ผลประกอบการย้อนหลังบริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด

จะเห็นได้ว่าในปี 2019 แฟมิลี่ มาร์ท เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น มีผลประกอบการขาดทุนที่ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ถึงแม้รายได้จะหดตัวลงก็ตาม สิ่งที่น่ากังวล คือ แฟมิลี่ มาร์ท จะรีบมือได้ดีแค่ไหนหลังการเข้ามาของธุรกิจ e-Commerce ที่แย่งส่วนแบ่งการตลาดของทั้งธุรกิจค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ
ทำให้ในมุมเจ้าของแฟรนไชส์อย่าง Central เองก็ต้องปรับกลยุทธ์ให้สามารถรับมือกับการแข่งขันที่นอกจากจะมีคู่แข่งยักษ์ใหญ่โดยตรงอย่าง 7-Eleven แล้ว ก็ต้องพัฒนาบริการให้ไม่เสียเปรียบธุรกิจ e-Commerce ที่เข้ามา Disrupt ด้วยเช่นกัน

Comment