ทำความรู้จัก 5 อันดับ "มหาเศรษฐี" ที่รวยที่สุดแห่งปี 2021

ทำความรู้จัก 5 อันดับ “มหาเศรษฐี” ที่รวยที่สุดแห่งปี 2021

3 min read  

ฉบับย่อ

  • จากรายงานของนิตยสารฟอร์บส์ปี 2021 ทั่วโลกมี “มหาเศรษฐี” ที่รวยระดับพันล้านถึง 2,755 คน หรือโดยเฉลี่ยแล้วโลกเราจะมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 1 คน ในทุก ๆ 17 ชั่วโมง 
  • มหาเศรษฐี 5 อันดับแรกได้แก่ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท Amazon, Elon Musk ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO บริษัท Tesla, Bernard Arnault CEO บริษัท LMVH, Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Microsoft และ Mark Zuckerberg ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO บริษัท Facebook

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

ถึงแม้ว่าตอนนี้โลกของเรากำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ แต่ในปี 2021 ก็มี “มหาเศรษฐี” ที่รวยระดับพันล้านจากการประกาศของนิตยสารฟอร์บส์เป็นจำนวนมากถึง 2,755 คน หรือเฉลี่ยแล้วโลกเราจะมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 1 คนในทุก ๆ 17 ชั่วโมง

ซึ่งตัวเลขนี้มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้านี้ถึง 660 คน รวมทั้งหมดแล้วมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกันของเหล่าเศรษฐีนี้คือ $13.1 ล้านล้าน เป็นผู้หญิงเพียง 328 คน และในบรรดามหาเศรษฐีพันล้านเหล่านี้อาศัยอยู่ที่เมืองปักกิ่ง ประเทศจีนสูงสุดถึง 100 คน ตามมาด้วยเมืองนิวยอร์ก ประเทศอเมริกา และฮ่องกง ตามลำดับ 

5 อันดับ “มหาเศรษฐี” ที่รวยที่สุดในโลก

1. Jeff Bezos, ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท Amazon, มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ $177 พันล้าน

Jeff Bezos คือ บุคคลที่ถูกจัดอันดับให้เป็น “มหาเศรษฐี” ที่รวยที่สุดในโลกเป็นปีที่ 4 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน $177 พันล้าน ที่มาของรายได้หลัก ๆ มาจากบริษัท Amazon ที่ Jeff Bezos เป็นผู้ก่อตั้ง โดยเขาสร้างเว็บไซต์ Amazon.com ขึ้นมาตั้งแต่ปี 1994 เริ่มต้นจากโรงรถที่เมืองซีแอทเติล รัฐวอชิงตัน ประเทศอเมริกา โดยเริ่มต้นจากการเป็นเว็บไซต์ขายหนังสือออนไลน์และขยายออกไปเรื่อยจนปัจจุบันเป็นร้านค้า E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก Amazon จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาด Nasdaq ตั้งแต่ปี 1997  ปัจจุบันภายใต้บริษัท Amazon ยังมีธุรกิจอื่น เช่น อุปกรณ์อัจฉริยะอย่าง Alexa, เว็บไซต์วิดีโอสตรีมมิ่งอย่าง Amazon Prime Video หรือธุรกิจคลาวด์ที่มาแรงอย่าง Amazon Web Service (AWS)  

ปัจจุบันเขายังถือหุ้น Amazon อยู่ที่ 11% และก็มีทรัพย์สินอื่น เช่น The Washington Post และเขายังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Blue Origin ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบินและอวกาศที่มีเป้าหมายว่าจะพามนุษย์ไปอาศัยและทำงานในอวกาศให้ได้ด้วย ปัจจุบันบริษัท Blue Origin กำลังพัฒนายานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้เพื่อให้การพาผู้คนไปกลับอวกาศเป็นเรื่องง่ายขึ้น

อย่างไรก็ดี Jeff Bezos ประกาศจะลงจากตำแหน่ง CEO บริษัท Amazon ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้แล้ว

2. Elon Musk, ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO บริษัท Tesla, มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ $151 พันล้าน

Elon Musk เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla และบริษัทเพื่อเดินทางไปอวกาศอย่าง SpaceX ที่มุ่งมั่นว่าจะให้การเดินทางไปอวกาศนั้นเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น Tesla เป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาด Nasdaq อยู่ในปัจจุบัน 

แม้ว่า ในปี 2018  Elon Musk จะได้เผยแพร่ในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่าจะนำ Tesla ออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งทำให้ทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ ได้สั่งฟ้องเนื่องจากการให้ข่าวที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิดต่อสาธารณชนได้

Elon Musk นั้นเติบโตในแอฟริกาใต้ เรียนรู้เรื่องการเขียนโค้ดด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 12 ปีและทำเกมอวกาศขายครั้งแรกชื่อ Blastar ในราคา $500 ต่อมาเขาย้ายมาประเทศแคนาดาเมื่ออายุ 17 ปี และศึกษาต่อที่ University of Pennsylvania ประเทศอเมริกา

Elon Musk ได้รับการตอบรับให้เรียนต่อที่ Stanford University ด้วย แต่เขาเลือกที่จะทำธุรกิจซอฟต์แวร์ของตัวเองชื่อบริษัท Zip2 แทน และได้สร้างบริษัท X.com ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็น PayPal ระบบการชำระและโอนเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง

นอกจากนี้ Elon Musk ยังก่อตั้งบริษัท Neuralink ที่ตั้งใจจะพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยอัมพาตนั้นเชื่อมต่อสมองให้สั่งการคอมพิวเตอร์ได้ และอนาคตก็อาจจะได้เห็นการพัฒนาอุปกรณ์ที่เชื่อมโยงระหว่างความนึกคิดในสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งานอื่น ๆ ด้วย และ Elon Musk ยังมีบริษัท The Boring Company ด้วยที่มีจุดประสงค์จะสร้างอุโมงค์ให้มาเป็นระบบขนส่งใต้ดินเพื่อลดปัญหารถติดในเมืองใหญ่

น่าสนใจว่าสิ่งที่มหาเศรษฐี 2 อันดับแรกของโลก Jeff Bezos และ Elon Musk ต่างมีเหมือนกันก็คือเป้าหมายที่จะพามนุษย์ขึ้นไปในอวกาศให้ได้ 

ย้อนกลับไปดูที่การขับเคี่ยวกันมาของสองมหาเศรษฐีนี้ Jeff Bezos นั้นถูกประกาศเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ $112 พันล้านในปี 2018 หลังจากรวยแซงหน้า Bill Gates ขึ้นมาได้ตั้งแต่กลางปี 2017 ในปีนั้น Elon Musk มีทรัพย์สินเพียง $19.9 พันล้านเท่านั้น ในปี 2021 ทรัพย์สินสุทธิของ Elon Musk พุ่งสูงขึ้นจากการวิ่งขึ้นของหุ้น Tesla และเมื่อเดือนมกราคม 2021 ก็รวยแซงหน้า Jeff Bezos ขึ้นไปยืนเป็นอันดับ 1 อยู่ชั่วคราวด้วย

อ่านเพิ่มเติม

3. Bernard Arnault, CEO บริษัท LVMH, มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ $150 พันล้าน

ชื่อบริษัท LVMH มาจากการควบรวมบริษัทกันระหว่าง Louis Vuitton และ Moët Hennessy ซึ่ง Bernard Arnault มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสนี้ก็คือ CEO บริษัท LVMH นี้เอง 

LVMH เป็นบริษัทเจ้าของแบรนด์หรูที่ใหญ่ที่สุดในโลกทำธุรกิจด้านแฟชั่นต่าง ๆ เช่น กระเป๋า น้ำหอม นาฬิกาและเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ดังมากมายกว่า 75 แบรนด์ เช่น Louis Vuitton, Celine, Givenchy, Bvlgari, Marc Jacobs หรือ Sephora เป็นต้น รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ไวน์และธุรกิจเรือสำราญด้วย มีร้านค้ากว่า 5,000 สาขาทั่วโลก และในเดือนมกราคม 2021 บริษัท LVMH ก็เข้าลงทุนในบริษัทจิวเวลรีอย่าง Tiffany & Co ถึง $15.8 พันล้าน โดย Bernard Arnault ได้ถูกชักชวนให้มาลงทุนในบริษัท LVMH ตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และได้รับตำแหน่งเป็น CEO ในเวลาต่อมา

4. Bill Gates, ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Microsoft, มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ $124 พันล้าน

ในปี 1975 ระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่ Harvard University Bill Gates และ Paul Allen ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกัน เมื่อโปรเจ็คท์ที่เขาเริ่มทำเริ่มประสบความสำเร็จ เขาจึงพักการเรียนที่ Harvard University เพื่อมาก่อตั้งบริษัท Microsoft ร่วมกับ Paul Allen

ปัจจุบัน Microsoft มีธุรกิจด้านเทคโนโลยีที่มีผลิตภัณฑ์มากกมาย เช่น Office 365, ธุรกิจคลาวด์ Azure, Windows รวมไปถึงธุรกิจเกม Xbox ด้วย นอกจากงานด้านธุรกิจแล้ว Bill Gates ยังได้ก่อตั้งองค์กรการกุศลชื่อ Bill & Melinda Gates Foundation ร่วมกับอดีตภรรยาซึ่งเป็นองค์กรการกุศลของเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อทำงานเกี่ยวกับความยากจน ความไม่เท่าเทียมและโรคภัยต่าง ๆ ปัจจุบัน Bill และ Melinda Gates หย่าร้างกันแล้วหลังจากแต่งงานกันมากว่า 27 ปี แต่ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานในมูลนิธิร่วมกัน

5. Mark Zuckerberg, ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO บริษัท Facebook, มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ $97 พันล้าน

ขณะที่ Mark Zuckerberg เรียนอยู่ที่ Harvard University ในปี 2004 เขาในวัย 19 ปีและเพื่อนได้ช่วยกันสร้าง Facebook ขึ้นมา เมื่อ Facebook เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายมหาวิทยาลัยเขาจึงได้พักการเรียนเพื่อมามุ่งมั่นพัฒนาในการสร้าง Facebook 

บริษัท Facebook นั้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อปี 2012 มีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 2,800 ล้านบัญชี รายได้หลักของ Facebook นั้นมาจากรายได้ค่าโฆษณา นอกจากนี้แล้วบริษัท Facebook ยังเป็นเจ้าของแอพพลิเคชั่นแชร์ภาพชื่อดังอย่าง Instagram และแอปพลิเคชัน Whatsapp ด้วย ปัจจุบัน Mark Zuckerberg ยังถือหุ้น Facebook อยู่ที่ประมาณ 15%

นอกจาก 5 คนนี้แล้วรายชื่อบรรดามหาเศรษฐีลำดับต้น ๆ ก็ยังมีผู้ร่วมก่อตั้ง Google อย่าง Larry Page และ Sergey Brin หรือนักลงทุนชื่อดังอย่าง Warren Buffett ด้วยเป็นน่าสนใจว่าปีต่อ ๆ ไปมหาเศรษฐีกลุ่มนี้จะพาธุรกิจไปในทิศทางไหนและจะพาความมั่งคั่งของพวกเขาไปสิ้นสุดที่ใด นอกจากนี้มหาเศรษฐีหลายรายก็มีบทบาทในบริษัททางเทคโนโลยีชั้นนำของโลก พี่ทุยว่าน่าติดตามมากว่าอนาคตบริษัทพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ต่อไปอย่างไร..

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: