CPALL ถูกลดเรทติ้ง

“CPALL” ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ เพราะอาจมีหนี้สูงเกินคาด!

3 min read  

ฉบับย่อ

  • Fitch Ratings ปรับลดอันดับเรทติ้ง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL จากเดิม A เป็น A- เนื่องจากมองว่าบริษัทอาจมีอัตราส่วนหนี้ในอีก 2 ปีข้างหน้าเพิ่มเกินกว่าที่คาดและรายได้ปี 2564 อาจน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงบริษัทลูกอย่าง MAKRO ก็โดนปรับลดเรทติ้งเหมือนกัน
  • อันดับเรทติ้งตราสารหนี้มีไว้เพื่อจัดอันดับความเสี่ยงและความน่าเชื่อถือของทั้ง “บริษัท” ผู้ออก และ “ตราสารหนี้” ชุดนั้น ๆ โดยอันดับเรทติ้งจะเรียงจากสูงไปต่ำตามตัวอักษรภาษาอังกฤษจาก A ถึง D
  • การลดอันดับเรทติ้ง คือ การที่ผู้จัดอันดับเรทติ้ง มองว่าบริษัทนั้น ๆ อาจมีความเสี่ยงทางธุรกิจ โครงสร้างรายได้ การเติบโตในอนาคตรวมทั้งความมั่นคงทางการเงินลดลง เพื่อให้ผู้ซื้อตราสารหนี้รู้ว่าบริษัทที่เรากำลังจะตัดสินใจลงทุนนี้มีตรงจุดไหนที่แข็งแกร่งและจุดไหนที่เราต้องระวัง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

ล่าสุดบริษัท ฟิทช์ เรตติ้งส์ (ประเทศไทย) หรือ Fitch Rating ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ “CPALL” จากเดิม A เป็น A- เพราะจากการระบาดของ โควิด-19 ที่นอกจากจะเป็นพิษต่อชีวิตเราแล้ว ยังทำความเสียทางเศรษฐกิจให้ทั่วโลกอย่างมหาศาล

การปรับลดอันดับเรทติ้งในครั้งนี้ เนื่องจากคาดว่าบริษัทอาจได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 จึงคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินในอีก 2 ปีข้างหน้าจะสูงกว่าที่คาด และรายได้ปี 2564 อาจโตเพียง 7-8% จากเดิมที่คาดไว้ 11-12% นอกจาก CPALL แล้ว MAKRO ที่เป็นบริษัทลูกก็โดนปรับลดเรทติ้งด้วยเช่นกัน แต่จะได้รับผลกระทบน้อยกว่า

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) เรามารู้จักกับตราสารหนี้กันก่อนดีกว่า

ตราสารหนี้ คืออะไร ?

ตราสารหนี้ คือ สินทรัพย์ทางการเงินตัวหนึ่งที่บริษัทผู้ออกมีสถานะเป็นลูกหนี้ และผู้ที่ซื้อ หรือ ถือตราสารหนี้จะมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” พูดง่าย ๆ ก็คือบริษัทผู้ออก “ตราสารหนี้” มาขอกู้จากผู้ที่ซื้อหรือถืออย่างเรา ๆ นั่นเอง

ทีนี้ทางผู้ออกตราสารหนี้เค้าก็ไม่ได้กู้เราฟรี ๆ นะ ทางผู้ออกที่เป็นลูกหนี้ จะจ่ายดอกเบี้ยและจ่ายเงินต้นคืนให้กับเราเป็นงวด ๆ ตามที่ระบุไว้ให้กับผู้ซื้อหรือถือตราสารหนี้ที่เป็นเจ้าหนี้

Fitch Rating เป็นคนที่คอยจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ทั้งระดับองค์กร โดยดูจากข้อมูลางการเงิน แผนธุรกิจ และแนวโน้มของอุสาหกรรมในอนาคต และระดับตราสารหนี้  

ทำไมตราสารหนี้ต้องมี Credit Rating ?

อันดับเรตติ้งของตราสารหนี้ เป็นเหมือนเกรดที่บอกคุณภาพหรือความน่าเชื่อถือของทั้งบริษัทที่ออกตราสารหนี้แล้วก็ตัวตราสารหนี้เองด้วย

ถ้าเรทติ้งยิ่งสูง ยิ่งแสดงว่ามีสิทธิ์ที่จะเบี้ยวหนี้ หรือ ไม่จ่ายหนี้เราน้อย แต่ถ้าเรทติ้งต่ำหมายถึงบริษัทและตัวตราสารหนี้นั้นมีโอกาสที่ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินต้นได้ตามที่เค้าสัญญากับเราไว้ หรือที่เรียกว่า Default Risk (ใครยังไม่คืนเงินพี่ทุยระวังพี่ทุยลดเรทติ้งนะ!)

เราควรลงทุนในเรทติ้งระดับไหนดีล่ะ ? 

คำถามนี้พี่ทุยว่าขึ้นอยู่ว่าเรารับความเสี่ยงได้ขนาดไหน พี่ทุยจะแบ่งให้เห็นชัด ๆ เป็นสองกลุ่มแล้วกัน 

  1. กลุ่มที่เหมาะกับการลงทุน จัดเป็นกลุ่มที่เหมาะกับการลงทุนเพราะมีความเสี่ยงของบริษัทและตราสารหนี้ค่อนข้างต่ำ เรทติ้งที่สูงที่สุดในกลุ่มนี้ คือ AAA แล้วไล่ลงไปตามตัวอักษรภาษาอังกฤษเลย เช่น AA+ A+ A- B+ ไปถึงถึงเรทติ้งต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ คือ BBB- นั่นเอง กลุ่มนี้ความเสี่ยงจะต่ำแต่ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนก็จะไม่ได้สูงมากนะ
  2. กลุ่มที่เหมาะกับการเก็งกำไร  เป็นตราสารหนี้ที่มีเรทติ้งตั้งแต่ BB+ ลงไป จนถึงเรทติ้ง D กลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงในตัวของบริษัทและตัวตราสารหนี้มากกว่ากลุ่มแรก แต่ก็แลกมาด้วยดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่สูงกว่ากลุ่มแรก

ทั้งสองกลุ่มก็น่าสนใจทั้งคู่นะ แต่อย่างที่พี่ทุยบอกว่าขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่เรารับได้ ใครที่รับความเสี่ยงได้น้อยพี่ทุยก็แนะนำกลุ่มแรก แต่ถ้าใครอยากได้ดอกเบี้ยที่สูงหน่อยและรับความเสี่ยงได้สูงพี่ทุยก็สามารถลงกลุ่มที่สองได้

พี่ทุยแนะนำว่าสำหรับคนที่เริ่มสนใจลงทุนในตราสารหนี้ ควรศึกษาบริษัทผู้ออกและรายละเอียดของตัวตราสารหนี้ให้ดี และเน้นลงทุนในบริษัทและตราสารหนี้ ที่มีอันดับเรทติ้งไม่ต่ำกว่า BBB- เพราะความเสี่ยงจะค่อนข้างต่ำ

“CPALL” ถูกลดอันดับเรทติ้ง คืออะไร ?

การลดอันดับเรทติ้ง คือ การที่ผู้จัดอันดับเรทติ้ง มองว่าบริษัทนั้น ๆ อาจมีความเสี่ยงทางธุรกิจ โครงสร้างรายได้ การเติบโตในอนาคตรวมทั้งความมั่นคงทางการเงินลดลง เพื่อให้ผู้ซื้อตราสารหนี้รู้ว่าบริษัทที่เรากำลังจะตัดสินใจลงทุนนี้มีตรงจุดไหนที่แข็งแกร่งและจุดไหนที่เราต้องระวัง

การลดอันดับเรทติ้ง ส่งผลอย่างไรต่อ “CPALL” ?

สำหรับ CPALL ที่ถูกปรับลดเรทติ้งลงมาอยู่ที่ระดับ A- พี่ทุยมองว่าว่ายังไม่น่าเป็นห่วง แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดี ถึงแม้การที่โดนปรับลดอันดับเรทติ้ง จะทำให้ราคาของตราสารหนี้ลดลง การที่ราคาลดลงเพราะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นนั่นเอง

ให้นึกถึงเวลาเพื่อน ๆ ไปซื้อโต๊ะที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นะ ร้าน A เป็นโต๊ะเกรดดีไม่มีรอยบิ่น ตั้งราคาขายไว้ 1,000 บาท แต่ร้าน A- โต๊ะมีรอยบิ่นนิดหน่อย เค้าเลยต้องลดราคาเหลือ 900 บาท เพราะถ้าขาย 1,000 บาท เท่าร้าน A ใครจะมาซื้อร้าน A- ถูกไหม

แต่ถ้าเราถือตราสารหนี้จนครบอายุที่บริษัทกำหนดพี่ทุยว่าก็ไม่เป็นปัญหานะ ส่วนใครที่ลงทุนในกองทุนรวมที่มีตราสารหนี้ที่ถูกลดราคา กองทุนรวมจะทำการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนใหม่ ก็จะทำให้ราคาของกองทุน (NAV) ลดลงตามไปด้วยนั่นเอง..

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: