ปิดรถไฟฟ้า BTS MRT

[วิเคราะห์มุมการเงิน] ปิด “รถไฟฟ้า BTS MRT” สูญเสียรายได้เท่าไหร่ ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • รัฐบาลสั่งปิดการใช้งานรถไฟฟ้า BTS และ MRT 15 สถานี จากสถานการณ์ม็อบ “คณะราษฎร” ส่งผลกระทบต่อหุ้น BTS และ BEM
  • ถึงแม้จะมีการปิดสถานีสำคัญ แต่ BTS และ MRT ไม่ได้หยุดทำการซะทีเดียว ยังคงเดินรถเว้นสถานีที่ปิด เป็นเรื่องที่กระทบเรื่องความเชื่อมั่น มากกว่าตัวเลขทางการเงิน
  • หุ้น BTS และ BEM ไม่ได้รับผลกระทบแบบจัดหนัก เพราะโครงสร้างรายได้มีหลายธุรกิจ โดยรายได้จากค่าโดยสารของ BTS คือ 7% และ BEM 29.5% ของรายได้ทั้งหมด
  • BTSGIF ได้รับผลเยอะที่สุด เพราะรายได้จากค่าโดยสาร BTS เข้าสู้ BTSGIF ทำให้หุ้นตกมากที่สุด

จากสถานการณ์การชุมนุมม็อบ “คณะราษฎร” ในหลายวันที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยคืนมาให้ประเทศโดยการชุมนุมอย่างสันติตามแนวสถานีรถไฟฟ้า BTS ทางรัฐบาลได้มีการสั่งปิด “รถไฟฟ้า BTS และ MRT” หลายสถานีเป็นการชั่วคราวตามคำสั่ง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน

โดยสถานีที่ถูกสั่งปิดในวันที่ 18 ต.ค. 2563 รวม 15 สถานี ได้แก่

สายสุขุมวิท – สถานีหมอชิต ห้าแยกลาดพร้าว พหลโยธิน24 อโศก อุดมสุข บางนา อารีย์ สนามเป้า อนุสาวรีชัยสมรภูมิ พญาไท ราชเทวี

และสายสีลม – สถานีช่องนนทรี สุรศักดิ์ กรุงธนบุรี วงเวียนใหญ่ 

ยอดผู้โดยสารของ BTS และ MRT

โดยในปี 2563 จำนวนผู้โดยสารลดลงจากผลกระทบโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ยอดผู้โดยสารในไตรมาสที่ 1 เมื่อเทียบของปีนี้กับปีที่แล้ว (YoY ของ Q1) ลดลงถึง 69% เลยทีเดียว จนกระทั่งช่วงปัจจุบันที่เริ่มกลับมาเปิดเมือง คนเริ่มกลับมาทำงานหลังจาก Work from Home มาหลายเดือน ทำให้อัตราผู้โดยสารของ BTS ในช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 3-4 แสนคนต่อวัน 

โดยเหตุการณ์ที่รัฐสั่งปิด BTS นั้นคาดว่าจะกระทบให้ผู้โดยสารลดลงเหลือประมาณ 2 แสนคนต่อวัน จากการปิดสถานีไปเกือบครึ่งวันของเวลาทำการปกติ และยังเป็นช่วงที่ผู้โดยสารเยอะอีกด้วย รายได้อาจจะหายไป 2.9-5.8 ล้านบาทเลยทีเดียว หากผู้โดยสารหายไป 1-2 แสนคนในวันนั้น

แต่ถึงแม้สถานีหลักหลายจุดจะปิดลง แต่รถไฟฟ้า BTS และ MRT ยังเปิดให้บริการปกติ ทำให้ไม่ได้รับกระทบจนถึงขั้นหยุดชะงัก แต่สถานการณ์ปัจจุบันคาดว่าจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการพอสมควรและอาจทำให้ตัวเลขผู้โดยสารลดลงจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

BTS เสียหายแค่ไหน ?

รายได้จากการเดินรถของรถไฟฟ้านั้น หลัก ๆ แล้วผู้ที่ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ จะเป็น BTSGIF เพราะเป็นผู้รับรายได้จากค่าโดยสาร ส่วน BTS เป็น Holding Company มีรายได้จากหลากหลายช่องทาง โดย BTS ถือ BTSGIF อยู่ที่ 33.33% ของหุ้น BTSGIF ทั้งหมด 

และจากการที่สถานีปิดเฉพาะจุดสำคัญ แต่ภาพรวมตัว BTS ยังคงวิ่งอยู่ ก็ยังถือได้ว่ารายได้ของ BTSGIF เอง ยังไม่ได้หยุดชะงักซะทีเดียว แถมบางส่วนของรายได้นั้นยังมาจากบริการบัตรรายเดือนอีกด้วย พี่ทุยว่าผู้ที่เสียหายจะเป็นฝั่งผู้บริการที่ใช้บัตรรายเดือนมากกว่า

ทำให้ผลกระทบต่อ BTS ในเชิงตัวเลขนั้นอาจไม่ได้กระทบมากซักเท่าไหร แต่จะกระทบในเชิงจิตวิทยามากกว่าทั้งมุมของผู้ใช้บริการและนักลงทุนต่อสถานการณ์ต่อจากนี้ไป

โครงสร้างรายได้ของ BTS

รายได้จากค่าโดยสาร หรือ BTSGIF มีสัดส่วนอยู่ราว ๆ เพียง 7% จากรายได้ทั้งหมดเท่านั้น นั่นหมายความว่ารายได้ที่หายไปจากค่าโดยสารมีผลกระทบต่อหุ้น BTS ไม่มากนัก ซึ่งหากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อและไม่มีการปิด BTS อีก ก็จะกระทบกับตัวหุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โครงสร้างรายได้ของ BEM

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น MRT ปิดสถานีเพียง 5 สถานีเท่านั้น ถือว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่า BTS ในด้านจำนวนสถานีที่ปิด แต่เมื่อเรามีดูสัดส่วนรายได้ของ BEM แล้ว รายได้จาก MRT มีสัดส่วนสูงเกือบถึง 30% เลยทีเดียว

ราคาหุ้นของ BTS BTSGIF และ BEM (MRT)

จากสถานการณ์ที่ตึงเครียด ราคาหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ไทย SET วันที่ 19 ต.ค. 63 ปิดอยู่ที่ 1208.75 ลดลงจากวันก่อน -24.93 จุด หรือลดลง -2.02% ในขณะที่หุ้นที่ได้รับผลกระทบเยอะที่สุดคือ BTSGIF เพราะรายได้เป็นค่าโดยสารจากรถไฟฟ้า BTS โดยตรง ราคาปิดอยู่ที่ 4.96 บาทต่อหุ้น ลดลงจากวันก่อน -0.39 บาท หรือ -7.29% 

ในขณะที่ BEM ราคาปิดอยุ่ที่ 8.15 บาทต่อหุ้น ลดลง -0.35 บาท หรือ -4.12% และ BTS ที่ได้รับผลกระทบน้อยสุด ราคาปิดอยู่ที่ 9 บาทต่อหุ้น ลดลงจากวันก่อน -0.35 บาท หรือ -3.74% เท่านั้น ซึ่งหุ้นทั้ง 3 ถือว่าลดลงหนักกว่าตลาดอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

พี่ทุยมองว่า จากราคาที่ลดลงเป็นจำนวนมากนี้สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองอาจยืดเยื้อหรือตึงเครียดเป็นเวลานาน ซึ่งจะส่งผลต่อหุ้นเหล่านี้ และถึงแม้ BTS และ BEM จะมีการกระจายการลงทุนและมีรายได้หลายช่องทาง แต่รายได้จากค่าโดยสารและจากสื่อก็คงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้พอสมควรเลยทีเดียว

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM

16 Comments

Leave a Reply

error: