เมื่อ "Bombardier" บุกตลาด ทำให้ยักษ์ใหญ่ Airbus และ Boeing สั่นคลอน

เมื่อ “Bombardier” บุกตลาด ทำให้ยักษ์ใหญ่ Airbus และ Boeing สั่นคลอน

   Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
  1. ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 หนึ่งในสายการบินยักษ์ใหญ่ของโลก Delta Airlines ซึ่งเป็นสายการบินสัญชาติอเมริกันที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ ประกาศสั่งซื้อเครื่องบิน จำนวน 75 ลำ สั่นสะเทือนวงการผลิตเครื่องบิน ไม่ใช่เพราะจำนวน แต่เป็นเพราะผู้ผลิตที่ Delta เลือกในครั้งนี้ ไม่ใช่สองผู้เล่นอย่าง Boeing หรือ Airbus ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ‘Duopoly’ ของอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบิน แต่กลับเป็นบริษัทสัญชาติแคนาดาอย่าง “Bombardier” พี่ทุยจะมาเล่าให้ฟังว่า Bombardier คือใคร แล้วอะไรคือเหตุผลที่กล้าลุงขึ้นมาท้าชนกับ Airbus และ Boeing

Bombardier คงไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูกันมากนัก เพราะเมื่อเทียบส่วนแบ่งการตลาดกับ 2 ยักษ์ใหญ่ อย่าง Boeing ที่มีรายได้ (ณ ปี 2018) ประมาณ 1 แสนล้านเหรียญ ขณะที่ Airbus มีรายได้ประมาณ 6.4 หมื่นล้านเหรียญ ส่วน Bombardier นั้นมีรายได้ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ

จากคำสั่งซื้อในครั้งนั้นของ Delta Airlines ไม่เพียงแค่จะทำให้ชื่อของ Bombardier เป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง แต่ประเด็นดังกล่าวยังร้อนไปถึงผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง Boeing ที่ต้องพยายามลุกขึ้นมาปกป้องอำนาจทางการตลาดของตนเอง

Boeing ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (ITC) ว่าสาเหตุที่ทำให้ Bombardier ได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินในครั้งนั้น เป็นเพราะรัฐบาลแคนาดาให้สิทธิประโยชน์กับ Bombardier มากเกินกว่าปกติ จนส่งผลให้สามารถลดราคาขายลงมาได้มากกว่าบริษัทคู่แข่งรายอื่น และยังต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอีกด้วย

ซึ่ง Boeing ถึงกับเรียกการตั้งราคาขายของ Bombardier ในกรณีนี้ว่า เป็นราคาที่ต่ำแบบไม่มีเหตุไม่มีผล (Absurdly Low Price)
การเรียกร้องของ Boeing ดูเหมือนจะได้รับการสนับสนุนอยู่บ้าง หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ แนะนำให้ ITC กำหนดกำแพงภาษี 300% สำหรับคำสั่งซื้อเครื่องบิน C Series จาก Delta เพื่อให้ข้อได้เปรียบจากการอุดหนุนของรัฐบาลแคนาดาหมดไป

แต่ภายหลังความพยายามอย่างหนักหน่วง ท้ายที่สุดแล้ว ITC มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด

Bombardier เชื่อว่า ผลของการตัดสินในครั้งนี้เป็นเหมือนชัยชนะให้กับ นวัตกรรมการแข่งขันที่เป็นธรรม และความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
ขณะที่ Boeing ก็แสดงความผิดหวังต่อผลการตัดสินที่ออกมา และเชื่อว่าการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในลักษณะนี้กำลังทำร้ายอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินของสหรัฐ

ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ Bombardier พยายามหาทางแก้เกม โดยหันไปหาพันธมิตรที่มีฐานการผลิตอยู่ในสหรัฐอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น ‘Airbus’ คู่แข่งรายสำคัญของ Boeing

โดยการจับมือกันในครั้งนี้ จะเป็น Airbus ถือหุ้น 50.01% Bombardier 31% และบริษัทลงทุนจากแคนาดา 19% พร้อมคาดหมายว่า การลงทุนตั้งโรงงานผลิตเครื่องบิน C Series ขนาด 100 – 150 ที่นั่ง ในครั้งนี้ จะมียอดการผลิตถึง 6,000 ลำ ในช่วง 20 ปีหลังจากนี้

ไม่เพียงแค่การรุกเข้ามาตั้งฐานผลิตในสหรัฐ Bombardier พยายามจัดโครงสร้างของธุรกิจเกี่ยวกับอากาศยานใหม่ในชื่อ Bombardier Aviation
ปัจจุบันเราเริ่มเห็นสายการบินหลักๆ ของโลก นอกเหนือจาก Delta เริ่มใช้เครื่อง C Series กันมากขึ้น อาทิ Air Canada รวมถึง Swiss Air

ขณะเดียวกันการแข่งขันของธุรกิจผลิตเครื่องบิน ซึ่งเดิมทีสองผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Boeing และ Airbus มีอำนาจผูกขาดตลาดในลักษณะ Duopoly อาจจะเริ่มสั่นคลอนไม่มากก็น้อย ด้วยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบการแข่งขันที่แตกต่างออกไป

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply