ข่าวฮือฮาช่วง ม.ค. 2566 ก็คือ บางจาก ซื้อ ESSO จนหลายคนเริ่มกังวลว่า ปั๊มเอสโซ่จะหายไปหรือป่าว โดยหลังจากปล่อยให้เป็นข่าวลือหนาหูอยู่พักหนึ่ง ทางบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ได้แจ้งกับทางตลาดหลักทรัพย์แล้วว่า ทั้งสองบริษัทปิดดีลซื้อขายหุ้นกันเรียบร้อยโรงเรียนปั๊มน้ำมัน
ในการซื้อหุ้นครั้งนี้มีมูลค่าสูงประมาณมากกว่า 3 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งในบทความนี้พี่ทุยจะสรุปให้ฟังว่าเขาซื้อเขาขายอะไรกัน เพราะอะไร แล้วตลาดธุรกิจปั๊มน้ำมันของไทยจะเปลี่ยนแปลงไปในทางใดได้บ้าง
บางจาก ซื้อ ESSO ซื้อขายอะไรกัน?
ทางบางจากได้เข้าซื้อหุ้น ESSO จำนวน 65.99% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด จาก ExxonMobil Asia Holdings ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดใน ESSO และ ExxonMobil ที่เป็นบริษัทแม่อีกทีหนึ่งก็เป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลกที่ได้ขนานนามว่าเป็น Big Oil และมีสำนักงานใหญ่สุดอยู่ที่สหรัฐ
65.99% ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็น 2,283,750,000 หุ้น โดยหากคิดจากมูลค่าหุ้นจากช่วงสิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บางจากจะต้องควักเงินทั้งหมด 30,608 ล้านบาทในการซื้อหุ้นจำนวนดังกล่าว
ESSO ดำเนินธุรกิจผู้ให้บริการสถานีเติมน้ำมัน หรือที่เราเรียกกันติดว่า “ปั๊มน้ำมัน” และยังประกอบกิจการผลิตปิโตรเลียมอีกด้วย รวมถึงผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสำเร็จรูปและเคมีภัณฑ์ ซึ่งอย่างหลังนี้ จัดจำหน่ายภายในใต้แบรนด์ ExxonMobil
ดังนั้น การซื้อขายครั้งนี้ที่ซื้อเฉพาะแบรนด์ ESSO จึงไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสำเร็จรูปและเคมีภัณฑ์ของ ExxonMobil โดยทาง ESSO จะจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโดยเฉพาะ
ส่วนหุ้นอีก 34.01% ที่เหลือ ทางบางจากจะเข้าซื้อหุ้นในตลาดหลังจากที่ดำเนินการซื้อขายกับ ExxonMobil เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งกระบวนการทั้งหมดคาดจะกินเวลาราว 1 ปี
ทำไมถึงเกิด บางจาก ซื้อ เอสโซ่
เมื่อช่วงต้นปี 2566 ทางบางจากได้ประกาศกลยุทธในการดำเนินการสำหรับปี 2566 ไว้ 5 ด้าน คือ 1. ขยายสาขาปั๊มน้ำมันอีก 80 แห่ง 2. พัฒนาน้ำมันให้มีคุณภาพดีขึ้น 3. พัฒนาบัตรสมาชิกแบบดิจิทัล 4. ขยายธุรกิจ Non-oil ซึ่งคือ ร้านกาแฟอินทนิลเพิ่ม 5. เพิ่มสินค้าชุมชนมาขายในปั๊มน้ำมัน
แม้จะเป็นกลยุทธที่ตั้งเป้าหมายเฉพาะส่วนของบริษัทเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ซื้อมา แต่พี่ทุยว่าก็พอทำให้เห็นภาพ “เป้าหมาย” ของบางจากที่ต้องการขยายธุรกิจในไทยแล้ว ทั้งในด้านการขยายสาขา ซึ่งหมายรวมถึงจำนวนปั๊มและร้านกาแฟ รวมถึงการเพิ่มคุณภาพน้ำมันด้วย
ขณะเดียวกันทางด้าน ExxonMobil บริษัทแม่ ก็กำลังเบนความสนใจไปที่การลงทุนขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ มากกว่า โดยได้ขายสินทรัพย์ในไนจีเรีย อิยิปต์ สาธารณรัฐชาด ไปแล้วบางส่วน และกะจะลงทุน 23,000 -25,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้เพื่อผลิตน้ำมันเพิ่มรองรับดีมานด์ที่กำลังเติบโต
นับตั้งแต่รัสเซียก่อสงครามกับยูเครน Exxon ได้สละเรือรัสเซียมามุ่งเน้นขุดเจาะน้ำมันที่ Permian Basin แหล่งขุดเจาะน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ แทน เช่นเดียวกับ “Big Oil” อีกเจ้าอย่าง Chevron ที่ขายสินทรัพย์ในสหราชอาณาจักร เดนมาร์ก และบราซิลไปแล้วเพื่อลงทุนใน Permain Basin
ดีล บางจาก-เอสโซ่ ส่งผลอย่างไรต่อตลาดไทย
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เป็นผู้ครองส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีกและสถานีให้บริการน้ำมันสูงอยู่ที่ 42% ตามมาด้วยบางจากที่ 16.20% และ ESSO ที่คาดจะครองส่วนแบ่งการตลาดใกล้เคียงกับทางบางจาก
นอกจากเหนือจากมูลค่าที่แต่บริษัททำได้แล้ว ในแง่ของสาขาเมื่อสิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บางจากมีปั๊มน้ำมัน 1,320 แห่ง และ ESSO มี 780 แห่ง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะทำให้มีปั๊มน้ำมันถึง 2,100 แห่ง
การที่มีจำนวนปั๊มน้ำมันมากขนาดนี้ ทำให้บางจากสามารถขึ้นไปเทียบเคียงในด้านจำนวนสาขาได้กับปั๊ม “PTT” (OR) ที่มีสาขาสูงถึง 2,473 แห่ง และปั๊มน้ำมัน “PT” แบรนด์ไทยแท้ๆ ที่มีจำนวน 2,181 สาขาได้ รวมถึงทิ้งห่างอีกแบรนด์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์อย่าง SUSCO ที่มีจำนวนสาขาเพียง 220 สาขาเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังทำให้จำนวนสาขามากกว่าปั๊มน้ำมันแบรนด์นอกที่ไม่อยู่ในตลาดหุ้นไทยอย่าง Shell ที่มีจำนวนสาขาทั่วประเทศ 1,045 สาขาด้วย
สำหรับกำลังกลั่นน้ำมันของบางจาก ก็จะเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่อยู่ที่ 123,200 บาร์เรล/วัน ก็จะได้กำลังกลั่นของ ESSO เข้ามาช่วย ซึ่งอยู่ที่ 134,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งแม้จะยังน้อยกว่าทั้งบริษัทปตท. แต่ก็พอเทียบเคียงกับบริษัทลูกของปตท.ได้ เช่น ไทยออยล์ ที่กลั่นได้ราว 275,000 บาร์เรลต่อวัน
ในส่วนของธุรกิจ Non-oil เช่น ร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ในปั๊ม ทาง ESSO เพิ่งจับมือกับ Minor Food เอาร้านกาแฟ Coffee Journey มาตั้งภายในปั๊มเมื่อปี 2563 โดยปัจจุบัน Coffee Journey มีราว 72 สาขา
ตรงจุดนี้ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ภายหลังจากไปอยู่ใต้การดูแลของบางจากแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของร้านกาแฟที่อยู่ในปั๊ม ESSO เดิมหรือไม่ เพราะทางบางจากก็มีแบรนด์กาแฟดังเป็นของตัวเองอย่าง “อินทนิล” ที่มีสาขามากถึง 931 สาขา
อ่านเพิ่ม
