บางจาก ซื้อ ESSO กระทบอะไรบ้าง มีอะไรต้องจับตา

บางจาก ซื้อ ESSO กระทบอะไรบ้าง มีอะไรต้องจับตา

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • บางจากเข้าซื้อหุ้น ESSO จาก ExxonMobil Asia Holdings จำนวน 65.99% คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการเข้าซื้อธุรกิจปั๊มน้ำมันและผลิตน้ำมัน 
  • การเข้าซื้อครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายกิจการของบางจากในปี 2566 ที่ต้องการขยายจำนวนสาขาเพิ่มทั้งตัวปั๊มน้ำมัน และธุรกิจ Non-oil อย่างร้านกาแฟอินทนิล 
  • การเข้าซื้อครั้งนี้จะทำให้บางจากมีสาขาในมือเพิ่มเป็น  2,100 แห่ง เทียบเคียงได้กับจำนวนสาขาของ PTT (OR) ที่มีมากถึง 2,473 แห่ง  และปั๊มน้ำมัน “PT” แบรนด์ไทยแท้ๆ ที่มีจำนวน 2,181 สาขาได้ 
  • ต้องจับตาดูธุรกิจร้านกาแฟภายใต้การดูแลของบางจาก หลัง ESSO จับมือ Minor Food นำธุรกิจร้านกาแฟ Coffee Journey เข้ามาลงในปั๊มน้ำมันเมื่อปี 2563 โดยปัจจุบัน Coffee Journey มีจำนวนราว 70 สาขา เมื่อเทียบกับอินทนิลที่มีมากกว่า 900 แห่ง 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ข่าวฮือฮาช่วง ม.ค. 2566 ก็คือ บางจาก ซื้อ ESSO จนหลายคนเริ่มกังวลว่า ปั๊มเอสโซ่จะหายไปหรือป่าว โดยหลังจากปล่อยให้เป็นข่าวลือหนาหูอยู่พักหนึ่ง ทางบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ได้แจ้งกับทางตลาดหลักทรัพย์แล้วว่า ทั้งสองบริษัทปิดดีลซื้อขายหุ้นกันเรียบร้อยโรงเรียนปั๊มน้ำมัน 

ในการซื้อหุ้นครั้งนี้มีมูลค่าสูงประมาณมากกว่า 3 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งในบทความนี้พี่ทุยจะสรุปให้ฟังว่าเขาซื้อเขาขายอะไรกัน เพราะอะไร แล้วตลาดธุรกิจปั๊มน้ำมันของไทยจะเปลี่ยนแปลงไปในทางใดได้บ้าง 

บางจาก ซื้อ ESSO ซื้อขายอะไรกัน? 

ทางบางจากได้เข้าซื้อหุ้น ESSO จำนวน 65.99% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด จาก ExxonMobil Asia Holdings ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดใน ESSO และ ExxonMobil ที่เป็นบริษัทแม่อีกทีหนึ่งก็เป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลกที่ได้ขนานนามว่าเป็น Big Oil และมีสำนักงานใหญ่สุดอยู่ที่สหรัฐ 

65.99% ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็น 2,283,750,000 หุ้น โดยหากคิดจากมูลค่าหุ้นจากช่วงสิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บางจากจะต้องควักเงินทั้งหมด 30,608 ล้านบาทในการซื้อหุ้นจำนวนดังกล่าว 

ESSO ดำเนินธุรกิจผู้ให้บริการสถานีเติมน้ำมัน หรือที่เราเรียกกันติดว่า “ปั๊มน้ำมัน” และยังประกอบกิจการผลิตปิโตรเลียมอีกด้วย รวมถึงผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสำเร็จรูปและเคมีภัณฑ์ ซึ่งอย่างหลังนี้ จัดจำหน่ายภายในใต้แบรนด์ ExxonMobil 

ดังนั้น การซื้อขายครั้งนี้ที่ซื้อเฉพาะแบรนด์ ESSO จึงไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสำเร็จรูปและเคมีภัณฑ์ของ ExxonMobil โดยทาง ESSO จะจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโดยเฉพาะ 

ส่วนหุ้นอีก 34.01% ที่เหลือ ทางบางจากจะเข้าซื้อหุ้นในตลาดหลังจากที่ดำเนินการซื้อขายกับ ExxonMobil เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งกระบวนการทั้งหมดคาดจะกินเวลาราว 1 ปี 

ทำไมถึงเกิด บางจาก ซื้อ เอสโซ่ 

เมื่อช่วงต้นปี 2566 ทางบางจากได้ประกาศกลยุทธในการดำเนินการสำหรับปี 2566 ไว้ 5 ด้าน คือ 1. ขยายสาขาปั๊มน้ำมันอีก 80 แห่ง 2. พัฒนาน้ำมันให้มีคุณภาพดีขึ้น 3. พัฒนาบัตรสมาชิกแบบดิจิทัล 4. ขยายธุรกิจ Non-oil ซึ่งคือ ร้านกาแฟอินทนิลเพิ่ม 5. เพิ่มสินค้าชุมชนมาขายในปั๊มน้ำมัน 

แม้จะเป็นกลยุทธที่ตั้งเป้าหมายเฉพาะส่วนของบริษัทเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ซื้อมา แต่พี่ทุยว่าก็พอทำให้เห็นภาพ “เป้าหมาย” ของบางจากที่ต้องการขยายธุรกิจในไทยแล้ว ทั้งในด้านการขยายสาขา ซึ่งหมายรวมถึงจำนวนปั๊มและร้านกาแฟ รวมถึงการเพิ่มคุณภาพน้ำมันด้วย

ขณะเดียวกันทางด้าน ExxonMobil บริษัทแม่ ก็กำลังเบนความสนใจไปที่การลงทุนขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ มากกว่า โดยได้ขายสินทรัพย์ในไนจีเรีย อิยิปต์ สาธารณรัฐชาด ไปแล้วบางส่วน และกะจะลงทุน 23,000 -25,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้เพื่อผลิตน้ำมันเพิ่มรองรับดีมานด์ที่กำลังเติบโต 

นับตั้งแต่รัสเซียก่อสงครามกับยูเครน Exxon ได้สละเรือรัสเซียมามุ่งเน้นขุดเจาะน้ำมันที่ Permian Basin แหล่งขุดเจาะน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ แทน เช่นเดียวกับ “Big Oil” อีกเจ้าอย่าง Chevron ที่ขายสินทรัพย์ในสหราชอาณาจักร เดนมาร์ก และบราซิลไปแล้วเพื่อลงทุนใน Permain Basin 

ดีล บางจาก-เอสโซ่ ส่งผลอย่างไรต่อตลาดไทย

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เป็นผู้ครองส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีกและสถานีให้บริการน้ำมันสูงอยู่ที่ 42% ตามมาด้วยบางจากที่ 16.20% และ ESSO ที่คาดจะครองส่วนแบ่งการตลาดใกล้เคียงกับทางบางจาก 

นอกจากเหนือจากมูลค่าที่แต่บริษัททำได้แล้ว ในแง่ของสาขาเมื่อสิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บางจากมีปั๊มน้ำมัน 1,320 แห่ง และ ESSO มี 780 แห่ง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะทำให้มีปั๊มน้ำมันถึง 2,100 แห่ง

การที่มีจำนวนปั๊มน้ำมันมากขนาดนี้ ทำให้บางจากสามารถขึ้นไปเทียบเคียงในด้านจำนวนสาขาได้กับปั๊ม “PTT” (OR) ที่มีสาขาสูงถึง 2,473 แห่ง และปั๊มน้ำมัน “PT” แบรนด์ไทยแท้ๆ ที่มีจำนวน 2,181 สาขาได้ รวมถึงทิ้งห่างอีกแบรนด์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์อย่าง SUSCO ที่มีจำนวนสาขาเพียง 220 สาขาเท่านั้น 

นอกจากนี้ ยังทำให้จำนวนสาขามากกว่าปั๊มน้ำมันแบรนด์นอกที่ไม่อยู่ในตลาดหุ้นไทยอย่าง Shell ที่มีจำนวนสาขาทั่วประเทศ 1,045 สาขาด้วย 

สำหรับกำลังกลั่นน้ำมันของบางจาก ก็จะเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่อยู่ที่ 123,200 บาร์เรล/วัน ก็จะได้กำลังกลั่นของ ESSO เข้ามาช่วย ซึ่งอยู่ที่ 134,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งแม้จะยังน้อยกว่าทั้งบริษัทปตท. แต่ก็พอเทียบเคียงกับบริษัทลูกของปตท.ได้ เช่น ไทยออยล์ ที่กลั่นได้ราว 275,000 บาร์เรลต่อวัน

ในส่วนของธุรกิจ Non-oil เช่น ร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ในปั๊ม ทาง ESSO เพิ่งจับมือกับ Minor Food เอาร้านกาแฟ Coffee Journey มาตั้งภายในปั๊มเมื่อปี 2563 โดยปัจจุบัน Coffee Journey มีราว 72 สาขา 

ตรงจุดนี้ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ภายหลังจากไปอยู่ใต้การดูแลของบางจากแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของร้านกาแฟที่อยู่ในปั๊ม ESSO เดิมหรือไม่ เพราะทางบางจากก็มีแบรนด์กาแฟดังเป็นของตัวเองอย่าง “อินทนิล” ที่มีสาขามากถึง 931 สาขา

บางจาก ซื้อ เอสโซ่  กระทบตลาดปั๊มน้ำมันไทยอย่างไร

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile