“Banpu (บ้านปู)” บริษัทพลังงานที่มีประสบการณ์ธุรกิจพลังงานมาเกือบ 40 ปี โดยเดิมทีเริ่มต้นธุรกิจเหมืองถ่านหินในประเทศไทยมาก่อน แต่ปัจจุบัน Banpu ได้ก้าวสู่ช่วงของการเปลี่ยนผ่านกลายเป็น “บริษัทพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อปรับตัวให้ทันตามเทรนด์พลังงานของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
“Banpu” มีแผนลงทุนและกลยุทธ์อย่างไร ? ปรับตัวไปขนาดไหนเพื่อให้สอดรับกับกระแสโลก ? วันนี้พี่ทุยสรุปมาให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว
พอเราพูดถึงบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือว่า “บ้านปู (Banpu)” ภาพที่หลาย ๆ คนนึกถึงคงจะเป็นธุรกิจหลักที่ทำอย่าง “เหมืองถ่านหิน”
แต่ตอนนี้ “บ้านปู” ที่ทุกคนรู้จักกำลังเดินหน้าเปลี่ยนผ่านองค์กร (Banpu Transformations) สู่บริษัทพลังงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นในระดับนานาชาติ
อีกหนึ่งแนวโน้ม “เมกะเทรนด์ (Megatrends)” ด้านพลังงานที่กำลังเติบโตอย่างมาก คือ พลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานสะอาด เนื่องจากพวกเราได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังส่งผลกระทบต่อโลกของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงเทคโนโลยีด้านพลังงาน ที่ปัจจุบันนวัตกรรมและวิทยาการต่าง ๆ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและทันสมัยมากขึ้น ซึ่งได้ถูกนำมาใช้ในการบริหารจัดการระบบพลังงานให้มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
การเติบโตของเทรนด์พลังงานทั้ง 2 รูปแบบทำให้การผลิตพลังงานหมุนเวียนในปัจจุบันมีต้นทุนที่ถูกลง และมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมถึงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ก็มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น โดยในปัจจุบันโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แหล่งใหม่ ๆ ก็ได้ใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) ในการผลิตไฟฟ้ากันแล้ว
ทั้งหมดนี้จึงเป็นทางเลือกหลักของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมพลังงานที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องไปกับเทรนด์พลังงานในอนาคต
“บ้านปู” เองก็กำลังเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดและฉลาดตามกลยุทธ์ Greener & Smarter เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์พลังงานในอนาคตได้รวดเร็วและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
โดยทาง “บ้านปู” มุ่งดำเนินธุรกิจพลังงานที่ยั่งยืนสอดคล้องกับเทรนด์พลังงานโลกที่เรียกว่าหลัก 3Ds คือ
1. การกระจายตัวของแหล่งผลิตและจำหน่ายพลังงาน (Decentralization) เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้สามารถผลิตพลังงานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
2. การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานลม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Decarbonization)
3. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบริหารจัดการระบบพลังงาน (Digitalization) เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคต นำความรู้และความเชี่ยวชาญจากทรัพยากรบุคคลในแต่ละประเทศ มาปรับใช้ในการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ต่าง ๆ พร้อมทั้งสร้างโอกาสการเติบโตธุรกิจใหม่ ๆ
ณ ปัจจุบัน Banpu มีกำลังผลิตพลังงานสะอาดภายใต้การดำเนินงานของ บ้านปู เน็กซ์ รวมทั้งสิ้น 1,128 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็น
- กำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนจากโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด (แสงอาทิตย์และลม) 878 เมกะวัตต์
- กำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนจากระบบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และโซลาร์ลอยน้ำ 250 เมกะวัตต์
โดยปัจจุบันพอร์ตฟอลิโอพลังงานสะอาดของบ้านปู นับเป็นสัดส่วน 25.5% ของกำลังผลิตพลังงานรวมของบ้านปู (4,423 เมกะวัตต์) และยังคงเดินหน้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดิมที่จะเพิ่มกำลังผลิตพลังงานสะอาดให้ถึง 1,600 เมกะวัตต์ จากกำลังผลิตพลังงานรวม 6,100 เมกะวัตต์ ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
“บ้านปู” ตั้งเป้าให้สัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จากธุรกิจพลังงานที่สะอาดขึ้นให้มากกว่า 50% ในปี 2568 จากปัจจุบันปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 26% ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ (International Versatile Energy Provider) ที่เน้นกลยุทธ์ Greener & Smarter
ในปีที่ผ่านมา Banpu ประสบความสำเร็จในการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพลังงานที่สะอาดขึ้นและเทคโนโลยีพลังงานอย่างต่อเนื่องดังนี้
1. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ในญี่ปุ่น
- โรงไฟฟ้านาโกโซ (Nakoso IGCC) กำลังผลิต 543 เมกะวัตต์ ที่เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานในการแปลงถ่านหินให้เป็นก๊าซเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
- โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เคเซนนุมะ (Kesennuma) กำลังผลิต 20 เมกะวัตต์
2. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่ง ในออสเตรเลีย กำลังผลิตรวม 166.8 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้ง 2 โครงการเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์แล้ว ได้แก่
- โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เบอริล (Beryl) กำลังผลิต 110.9 เมกะวัตต์
- โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มานิลดรา (Manildra) กำลังผลิต 55.9 เมกะวัตต์
3. โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I ในรัฐเท็กซัส สหรัฐฯ มีกำลังผลิต 768 เมกะวัตต์ เป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยผสมผสานกระบวนการทำงานของกังหันก๊าซ (Gas Turbine) กับกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) เข้าไว้ด้วยกัน โดยเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า Combined Cycle Gas Turbines (CCGT) พร้อมติดตั้งระบบการจัดการมลภาวะให้อยู่ในระดับต่ำ
4. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ฮาติ๋ญ (Ha Tinh) กำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการลงทุนโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในเวียดนาม
“บ้านปู” ยึดมั่นหลัก ESG ในการทำธุรกิจมาโดยตลอดเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
E – Environment
ปัญหาเรื่องก๊าซเรือนกระจกถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ จึงเป็นที่มาในการมุ่งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจพลังงานที่สะอาดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
S – Social
นอกจาก “บ้านปู” จะสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นแล้ว ยังให้ความสำคัญในการจัดการและพัฒนาศักยภาพของพนักงาน การจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การทำงานชุมชนสัมพันธ์และการพัฒนาชุมชน และด้านการกำกับดูแลกิจการด้วย
G – Governance
เน้นประเด็นการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยืน การดูแลจริยธรรมทางธุรกิจ การจัดการคู่ค้าและผู้รับเหมา การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการจัดการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Data Privacy & Cybersecurity)
ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมา “บ้านปู” ก็ได้รับรางวัลด้าน ESG จากองค์กรชั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติถึง 7 รางวัล และเพื่อให้กิจการดำเนินตามหลัก ESG อย่างจริงจัง อีกทั้งในปีที่ผ่านมา “บ้านปู” ยังได้จัดตั้งคณะกรรมการ ESG อย่างเป็นทางการเพื่อให้ดำเนินงานตามหลัก ESG ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย
ทุกคนคงเห็นตรงกันว่าตอนนี้เรื่องพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปและเพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก ‘การปรับตัว’ จึงไม่ใช่สิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในเวลานี้ “บ้านปู” ก็นับว่าได้วางกลยุทธ์ไว้อย่างแยบยล และพร้อมก้าวเดินได้อย่างมั่นคงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อ่านเพิ่ม