ทำไม "รถยนต์ไฟฟ้า" (EV Car) ถึงเป็นอนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ?

ทำไม “รถยนต์ไฟฟ้า” (EV Car) ถึงเป็นอนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ?

5 min read  

ฉบับย่อ

  • คาดว่าภายในปี 2030 นี้ จำนวนยานยนต์ไฟฟ้า (EV Car) จะพุ่งขึ้นไปถึง 145-230 ล้านคัน หรือคิดเป็น 7-12% ของยานพาหนะที่วิ่งอยู่บนท้องถนน 
  • ปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโต คือ รัฐบาลในหลายประเทศสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน มีการให้แรงจูงใจเพิ่มเติมสำหรับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า และมีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ เปิดตัวออกมามากมาย
  • ปีที่ผ่านมา มีรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเสนอขายอยู่ถึง 370 รุ่น เพิ่มขึ้น 40% จากปี 2562 โดยรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้าที่ออกมาเสนอขายในตลาด ประมาณครึ่งหนึ่ง เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV
  • ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า คือ การขยายสถานีชาร์จสาธารณะ การผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และปัญหาขาดแคลนชิป 
  • ตัวอย่างหุ้นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง ได้แก่ Tesla, XPeng, NIO Inc, Workhorse Group Inc และ Li Auto Inc

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

หลายคนคงจะพอได้ยินกันว่า ตอนนี้ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ กำลังพัฒนา “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ EV Car ออกมาให้ผู้บริโภคใช้ทดแทนรถยนต์ที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ทั่วโลกต่างก็ต้องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ

วันนี้พี่ทุยจะพาทุกคนมาติดตามกันว่า วิวัฒนาการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไปถึงไหนกันแล้ว และมีโอกาสจะไปไกลแค่ไหนในอนาคต

สถิติ “รถยนต์ไฟฟ้า” และแนวโน้มในอนาคต

จากรายงานขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนวิ่งอยู่บนท้องถนนรวม 11 ล้านคัน ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์นั่ง 10 ล้านคัน

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่า ภายในปี 2030 นี้ จำนวนยานยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ รถบัส รถตู้ และรถบรรทุก จะพุ่งขึ้นไปถึง 145 ล้านคัน หรือคิดเป็น 7% ของยานพาหนะที่วิ่งอยู่บนท้องถนน เป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลในการลดการใช้พลังงานและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพื่อร่วมแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง แต่ตัวเลขนี้ก็มีโอกาสทะยานขึ้นเป็น 230 ล้านคัน หรือ 12% ของยานพาหนะที่วิ่งบนท้องถนนได้ ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่ไม่ได้รวมรถมอเตอร์ไซด์

ขณะเดียวกัน พี่ทุยก็ต้องบอกว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้านั้นเพิ่มขึ้นถึง 41% ในปี 2020 เพียงปีเดียว สวนทางกับยอดขายรถยนต์ทั่วโลกที่ลดลง 16%  

เมื่อลองดูว่า รถยนต์ไฟฟ้าในปี 2020 วิ่งอยู่ที่ไหนกันบ้าง ก็พบว่า อยู่ในจีนมากที่สุด 4.5 ล้านคัน รองลงมาก็คือ ยุโรป 3.2 ล้านคัน ขณะที่สหรัฐอเมริกา ยังตามหลังอยู่

ทำไม "รถยนต์ไฟฟ้า" (EV Car) ถึงเป็นอนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ?

ที่มา: Global EV Outlook 2021, International Energy Agency

Tesla ยืนหนึ่งรุ่นยอดนิยมในปี 2020

จากข้อมูลในเว็บไซต์ CleanTechnica ที่รวบรวมยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า 20 รุ่นที่ขายดีที่สุดทั่วโลก ในปี 2020 พบว่า

อันดับ 1 ได้แก่ Tesla Model 3 ขายไป 365,240 คัน
อันดับ 2  Wuling HongGuang Mini EV ขายไป 119,255 คัน
อันดับ 3 Renault Zoe ขายไป 100,431 คัน
อันดับ 4 Tesla Model Y ขายไป 79,734 คัน
อันดับ 5 Hyundai Kona EV ขายไป 65,075 คัน

ทำไม "รถยนต์ไฟฟ้า" (EV Car) ถึงเป็นอนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ?

ที่มา: CleanTechnica

3 ปัจจัยที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโต

คราวนี้มาดูกันบ้างว่า อะไรที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตสวนทางกับตลาดรถยนต์โดยรวม

1. รัฐบาลในหลายประเทศสนับสนุน

เพื่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งนโยบายนี้มีมาตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว และจากข้อมูล ณ สิ้นปี 2020 ที่ผ่านมา พบว่า มีมากกว่า 20 ประเทศที่ประกาศห้ามการขายรถยนต์เชื้อเพลิง หรือกำหนดการขายรถยนต์ใหม่ต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ปล่อยมลพิษ

2. การให้แรงจูงใจสำหรับการซื้อ

เพื่อรักษายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเอาไว้ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ เช่น บางประเทศในยุโรปที่เพิ่มประโยชน์จูงใจสำหรับการขายรถยนต์ไฟฟ้า หรือจีนที่เลื่อนการยุติโครงการอุดหนุนเงินสำหรับซื้อรถยนต์ไฟฟ้าออกไป

3. จำนวนรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ต่ำลง การดูแลรักษาง่าย ก็ยังมีเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ที่ดีมากขึ้น ส่งผลทำให้ต้นทุนแบตเตอรี่ลดลงเรื่อย ๆ

เมื่อดูฝั่งคนซื้อ พบว่า ผู้บริโภคทั่วไป มีการใช้จ่ายกับรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึน 50% จากปีก่อนหน้า ส่วนรัฐบาลทั่วโลก ใช้จ่ายเพื่อการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าไป 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 25% จากปี 2019

ทำไม "รถยนต์ไฟฟ้า" (EV Car) ถึงเป็นอนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ?

ที่มา: Global EV Outlook 2021, International Energy Agency

ความตื่นตัวในการผลิตของค่ายรถยนต์

มาดูฝั่งคนผลิตกันบ้าง ในปี 2020 ที่ผ่านมา พบว่า มีรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเสนอขายอยู่ถึง 370 รุ่น เพิ่มขึ้น 40% จากปี 2019 โดยรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้าประมาณครึ่งหนึ่ง เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV ขณะที่จำนวนรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายอยู่นั้น พบว่า ในประเทศจีนมีรุ่นให้เลือกมากเกือบ 2 เท่าของรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในยุโรป

นอกจากนี้ยังพบว่า ในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ 20 อันดับต้น ๆ ของโลก ที่ครองส่วนแบ่งรถยนต์จดทะเบียนใหม่ประมาณ 90% ของตลาดรวมในปี 2020 มีถึง 18 แห่งที่มีแผนขยายสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว

ทำไม "รถยนต์ไฟฟ้า" (EV Car) ถึงเป็นอนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ?

ที่มา: Global EV Outlook 2021, International Energy Agency

ตัวอย่างของผู้ผลิตที่ประกาศแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมา ได้แก่

  • Volvo จะขายแต่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น นับตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป
  • General Motors (GM) ที่วางแผนเสนอขายเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับใช้งานเบา ในปี 2035
  • Volkswagen ตั้งเป้าหมายว่า จะขายรถยนต์ไฟฟ้า 70% ของรถยนต์ที่ขายในยุโรป และ 50% ของรถยนต์ที่ขายในจีนและสหรัฐอเมริกา ภายในปี 2030

ดูโดยรวมแล้ว แนวโน้มข้างหน้ารถยนต์ไฟฟ้ามาแน่นอน แต่ก็ไม่ได้มีเพียงปัจจัยสนับสนุนเท่านั้น ยังมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น..

การขยายสถานีชาร์จสาธารณะ

ในปี 2020 ที่ผ่านมา พบว่า มีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านจุด ในจำนวนนี้ 30% เป็นจุดชาร์จแบบรวดเร็ว โดยจีนเป็นผู้นำการเพิ่มจุดชาร์จสาธารณะทั้งการชาร์จแบบช้า (ชาร์จไฟต่ำกว่า 22 กิโลวัตต์) และแบบเร็ว (ชาร์จไฟมากกว่า 22 กิโลวัตต์)

ขณะที่ภาพรวมการติดตั้งจุดชาร์จสาธารณะ แม้จะเพิ่มขึ้นมา 45% จากปีก่อนหน้า แต่ถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับปี 2019 ที่เพิ่มขึ้นมา 85% ส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากการทำงานที่มีอุปสรรคในช่วงการแพร่ระบาด ส่วนการเพิ่มขึ้นของจุดชาร์จหลังจากนี้ ก็จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตไปได้อย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่ 

สำหรับประเทศไทยก็เราก็มีโครงการ EleX By EGAT ที่จับมือกับปั๊มน้ำมัน PT ที่กำลังจะขยายจุดชาร์จทั่วประเทศอยู่เหมือนกัน ส่วนตัวพี่ทุยว่าถ้าสถานีชาร์จเริ่มเยอะขึ้น แนวโน้มการใช้รถไฟฟ้าในไทยก็จะเพิ่มสูงขึ้นได้ไม่ยากเลย

การผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

แม้ความสนใจใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่เรื่องที่น่ากังวลก็คือ การผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเว็บไซต์สภาเศรษฐกิจโลก เผยแพร่ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ถึงแม้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยลดมลพิษในอากาศได้ แต่แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งผลิตด้วยวัตถุดิบหลายอย่างที่เป็นของหายาก และการได้มาซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้ ก็อาจจะเป็นต้นเหตุไปทำลายระบบนิเวศได้

นอกจากนี้แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า มีอายุการใช้งานประมาณ 8-10 ปี เมื่อเก่าและเสื่อมสภาพ ก็สร้างปัญหาในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน

ในประเด็นนี้ มีนักวิชาการนำเสนอให้นำโลหะที่เคยใช้แล้วในแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้วเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพ ซึ่งจะใช้จุลินทรีย์ไปทำปฏิกิริยาออกซิไดซ์โลหะ เพื่อให้นำแบตเตอรี่นั้นกลับมาหมุนเวียนใช้ได้อีกในอนาคต ถ้าทำได้เช่นนี้ก็จะทำให้เกิดการใช้งานหมุนเวียนได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดกระบวนการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

ปัญหาขาดแคลนชิป (Semiconductor) ที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดได้น้อยลง

อีกความท้าทายหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็คือ ปัญหาขาดแคลนชิป เพราะรถยนต์ไฟฟ้าทุกคันต้องใช้ชิปเป็นส่วนประกอบหนึ่งด้วยในระบบการทำงาน ซึ่งปัญหาขาดแคลนชิปทั่วโลก คาดว่าจะมีไปจนถึงปี 2023

และผู้ผลิตชิปอย่าง Intel ก็ออกมาบอกเองว่า การผลิตชิปที่ล่าช้าอาจจะทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าช้าลงไปด้วย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็มีผู้ผลิตรถยนต์หลายราย ออกมายอมรับแล้วว่าได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนชิป ทำให้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมาล่าช้ากว่ากำหนด

นักลงทุนอยากลงทุนในบริษัทที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า สามารถลงทุนหุ้นตัวไหนได้บ้าง ?

จากข้อมูลที่พี่ทุยสรุปให้ฟังมาทั้งหมด เราคงจะเห็นแล้วว่ามีอะไรที่สนับสนุนและอะไรที่เป็นความท้าทาย ทีนี้พี่ทุยจะพามาดูต่อว่า ถ้านักลงทุนแบบเราอยากลงทุนหุ้นที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า อะไรบ้างที่น่าจับตามอง

หุ้น Tesla

เริ่มกันที่ฝั่งสหรัฐอเมริกา ชื่อนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นก็คือ Tesla หุ้นยอดนิยมที่นักลงทุนอยากกระโดดเข้าไปลงทุนเพราะหวังรับอานิสงส์จากแนวโน้มการเติบโตที่สูง

จากข้อมูลไตรมาสแรกที่ผ่านมา Tesla รายงานว่ามีรายได้รวม 10,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 438 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Elon Musk ซีอีโอของ Tesla บอกว่า ไตรมาสแรกมีการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Model 3 และ Model Y ไปได้รวม 184,800 คัน เหนือความคาดหมาย และเป็นสถิติใหม่ของ Tesla ขณะที่บริษัทคาดหมายว่า ทั้งปีนี้จะส่งมอบรถยนต์ได้เพิ่มขึ้น 50% หรือส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้ประมาณ 750,000 คัน นั่นเอง

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla จะเป็นพิมพ์นิยมที่คนทั่วโลกอยากได้ไว้ครอบครอง แต่ Tesla เองก็เผชิญความท้าทายในประเด็นเรื่องความปลอดภัย ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งมีข่าวคราวเรียกคืนรถในจีน 285,000 คัน ทั้ง Model 3 และ Model Y ด้วยประเด็นความกังวลด้านความปลอดภัยของระบบ Autopilot สำหรับการขับเคลื่อนอัตโนมัติ

อ่านเพิ่มเติม

หุ้น XPeng

หุ้นรถยนต์ไฟฟ้าอีกตัวที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ XPeng จากแดนมังกร ที่ออกแบบและผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ นอกจากนี้ก็ยังให้บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น จุดชาร์จแบบเร็ว การบำรุงรักษา และการให้เช่ารถยนต์ ในเดือน พ.ค. 2021 XPeng ส่งมอบรถยนต์ไปได้ 5,686 คัน เพิ่มขึ้นถึง 483% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ XPeng เป็นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ที่ล่าสุดมีการเสนอขายหุ้น IPO เพื่อจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นตลาดที่ 2 โดยราคา IPO อยู่ที่ 165 เหรียญฮ่องกงต่อหุ้น และจะเริ่มซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกงไปแล้วเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2021 ที่ผ่านมา

หุ้น NIO Inc

นี่ก็เป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเช่นกัน โดยผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังให้บริการเกี่ยวกับโซลูชันการชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อเดือน พ.ค. 2021 ที่ผ่านมา NIO ส่งมอบรถยนต์ไปได้ 6,711 คัน เพิ่มขึ้นถึง 95.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในบางครั้ง NIO ก็ถูกขนานนามว่าเป็น Tesla แห่งแดนมังกร และถูกคัดเลือกให้เป็นหุ้นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตาในจีน โดยนักลงทุนจำนวนมากต่างก็กำลังจดจ้องกับแผนการบุกตลาดยุโรปของ NIO อยู่ โดยบริษัทเพิ่งเข้าไปบุกตลาดนอร์เวย์เมื่อเดือน เม.ย. 2021 และก็ประกาศตัวแล้วว่าจะบุกตลาดเยอรมันในปี 2022

หุ้น Workhorse Group Inc

บริษัทแห่งนี้นอกจากจะออกแบบและผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ยังผลิตเครื่องบิน รถตู้สำหรับขนส่งสินค้า ไปจนถึงรถบรรทุก โดรน รวมถึงอากาศยานไฟฟ้าที่ขึ้นและลงจอดในแนวดิ่ง เรียกว่าเหมาหมดทุกเซกเมนต์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว

โดยจากข้อมูลที่บริษัทประกาศในไตรมาสแรก ปี 2021 ที่ผ่านมา มียอดขายเพิ่มขึ้น 518.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทก็ขาดทุนสุทธิอยู่ 120.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หุ้น Li Auto Inc

บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทผู้พัฒนาและผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน โดยผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น การติดตั้งที่ชาร์จไฟ รวมถึงบริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับรถยนต์

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหุ้นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมหรือกำลังมาแรง แต่ยังมีอีกหลาย ๆ  บริษัทที่พี่ทุยยังไม่ได้เอ่ยถึง ซึ่งก็รวมถึงค่ายรถยอดนิยมที่คนไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว ทุกค่ายต่างกำลังพยายามพัฒนาขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอยู่เช่นกัน

ในอนาคตยังไงเราก็หลีกหนีไม่พ้นการเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ ในเมื่อนโยบายทั่วโลกประกาศชัดเจนในการเดินหน้าไปสู่การลดปล่อยก๊าซคาร์บอนเพื่ออนาคตของโลกที่ยั่งยืนขึ้น

และด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง จึงทำให้การลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า มีความน่าสนใจ เพราะมีโอกาสช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาวให้นักลงทุนที่มองเห็นเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าว่ามาแน่ได้

ดู Youtube เพิ่มเติม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
error: