[สรุปรายละเอียด] “20 มหาเศรษฐีไทย” ตอบรับคำขอจากรัฐบาลอย่างไร

[สรุปรายละเอียด] “20 มหาเศรษฐีไทย” ตอบรับคำขอจากรัฐบาลอย่างไร

8 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • “20 มหาเศรษฐีไทย” ร่วมบริจาคช่วยสถานการณ์โควิด-19 โดย ตระกูลเจียรวนนท์ เครือซีพี บริจาคมากสุดถึง 572 ล้านบาท
  • หลังตอบรับจดหมายจากรัฐบาล คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เจ้าของ คิง เพาเวอร์ เสนอแผนการช่วยฟื้นฟูประเทศ พร้อมงบรวม ๆ แล้วเกือบ 1,500 ล้านบาท
  • การตอบจดหมายของเหล่ามหาเศรษฐี นอกจากจะเป็นการบริจาคช่วยเหลือประเทศแล้ว ยังโชว์วิสัยทัศน์และวิธีจัดการบริหารฟื้นฟูประเทศให้กลับมาดีอีกครั้งด้วย
  • การช่วยเหลือของเหล่ามหาเศรษฐีต่อประชาชนทั่วประเทศนั้น เป็นการสนับสนุนแนวคิด Sustainable “ถ้าสังคมอยู่รอด บริษัทก็ไปต่อได้”

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

จากสถานการณ์ โควิด-19 ที่ทำพิษให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยเราเป็นอย่างมาก และรัฐบาลไทยก็รับมือกับปัญหาตรงนี้หนักมาก ในช่วงกลางเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ได้ส่งจดหมายถึงเหล่า “20 มหาเศรษฐีไทย” โดยเนื้อหาสำคัญคือการปฏิเสธรับเงินบริจาคจากรัฐบาล แต่เป็นการขอความร่วมมือช่วยทำโครงการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยทุกคน และรัฐบาลก็ยินดีที่จะสนับสนุนช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกโครงการต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้น โดยจดหมายนี้ได้ส่งไปให้ เหล่า “20 มหาเศรษฐีไทย” ดังนี้

“20 มหาเศรษฐีไทย” และมูลค่าสินทรัพย์โดยประมาณ

1. ตระกูลเจียรวนนท์ เจ้าของธุรกิจ เครือซีพี มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 8.8 แสนล้านบาท
2. เฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจ กระทิงแดง มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 6.5 แสนล้านบาท
3. เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจ ไทยเบฟ มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 3.4แสนล้านบาท
4. ตระกูล จิราธิวัฒน์ เจ้าของธุรกิจ กลุ่มเซ็นทรัล มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 3 แสนล้านบาท
5. สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าของธุรกิจ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 2.2 แสนล้านบาท
6. อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เจ้าของธุรกิจ คิง เพาเวอร์ มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 1.24 แสนล้านบาท
7. ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ เจ้าของธุรกิจ ทีโอเอ มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 1 แสนล้านบาท
8. ตระกูลโอสถานุเคราะห์ เจ้าของธุรกิจ โอสถสภา มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 9.7 หมื่นล้านบาท
9. วานิช ไชยวรรณ เจ้าของธุรกิจ ไทยประกันชีวิต มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 9.1 หมื่นล้านบาท
10. ประจักษ์ เพ็ชรอำไพ เจ้าของธุรกิจ เมืองไทย แคปปิตอล มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 8.6 หมื่นล้านบาท
11. ประเสริฐ ประสาททองโอสถ เจ้าของธุรกิจ โรงพยาบาลเครือ BDMS และ บางกอก แอร์เวย์ส มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 8.4 หมื่นล้านบาท
12. ฮาราลด์ ลิงค์ เจ้าของธุรกิจ บี.กริม มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท
13. กฤตย์ รัตนรักษ์ เจ้าของธุรกิจ ช่อง 7 และ อดีตเจ้าของธนาคาร กรุงศรี มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท
14. คีรี กาญจนพาสน์ เจ้าของธุรกิจ บีทีเอส มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาท
15. สันติ ภิรมย์ภักดี เจ้าของธุรกิจ บุญรอดบริวเวอรี่ มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 6 หมื่นล้านบาท
16. วิชัย ทองแตง เจ้าของธุรกิจ โรงพยาบาลเครือ BDMS มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท
17. สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของธุรกิจ พลังงานบริสุทธิ์ (EA) มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท
18. ฤทธิ์ ธีระโกเมน เจ้าของธุรกิจ MK มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาท
19. ศุภลักษณ์ อัมพุช เจ้าของธุรกิจ The Mall Group มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาท
20. ประยุทธ มหากิจศิริ เจ้าของธุรกิจ เนเชอรัล เบฟ มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 5 หมื่นล้านบาท

การบริจาคของเหล่า “20 มหาเศรษฐีไทย” ในสถานการณ์โควิด-19

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โควิด-19 เหล่าเศรษฐีในไทยก็ไม่นิ่งนอนใจมีการบริจาคและช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเงินบริจาคหรือเงินสนับสนุนในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ และ กิจการต่าง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือประเทศ โดยรายละเอียดมีดังนี้

1. ตระกูลเจียรวนนท์ เจ้าของธุรกิจ เครือซีพี

CPALL บริจาค 177 ล้านบาท ให้โรงพยาบาล 77 แห่งทั่วประเทศ ส่วนโครงการ CPF ก็ได้ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19 งบประมาณ 200 ล้านบาท อีกทั้งเพิ่มงบผลิตหน้ากากอนามัยเป็น 75 ล้านบาท และในส่วนของ True นั้น ก็ได้ออกงบ 120 ล้านบาท แจกอุปกรณ์สื่อสารให้โรงพยาบาล ให้ทั้ง Data/Robot/Sim/Internet เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 572 ล้านบาท

2. สราวุฒิ อยู่วิทยา (ครอบครัวอยู่วิทยา โดยมีคุณเฉลียม อยู่วิทยาเป็นตัวแทนการตอบรับ)

กลุ่มธุรกิจ TCP ได้สนับสนุนมาตรการหยุดยั้งโควิด-19 ด้วยการจัดหาอุปกรณ์การแพทย์และใช้ศักยภาพของกลุ่ม โดยมอบเครื่องตรวจวิเคราะห์โควิด-19 มูลค่า 15 ล้านบาท จัดทำหน้ากากผ้า Nano Zinc จำนวน 100,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผลิตตู้ตรวจโควิด-19 จำนวน 50 ตู้ มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท มีการมอบอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น เช่น หน้ากาก N95, ชุด PPE และหน้ากากอนามัย มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท รวมมูลค่าบริจาคทั้งหมด 50 ล้านบาท

3. เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจ ไทยเบฟ

ในส่วนของโออิชิกรุ๊ป บริจาค 24 ล้านบาท ผ่านสภากาชาดไทยให้กับโรงพยาบาล 7 แห่ง แบ่งเป็น เงินบริจาครวม 14 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์อาหาร/เครื่องดื่ม ตลอดระยะเวลา 3 เดือนรวมมูลค่า 10 ล้านบาท เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 24 ล้านบาท

4. ตระกูล จิราธิวัฒน์ เจ้าของธุรกิจ กลุ่มเซ็นทรัล

สนับสนุนงบประมาณเป็นเงินแก่โรงพยาบาล 20 แห่งในกรุงเทพมหานครฯ และต่างจังหวัด เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 30 ล้านบาท

5. สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าของธุรกิจ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี

มีบริจาค 20 ล้านบาท ให้ โรงพยาบาลรามาธิบดี ทำการจัดซื้อเครื่อง ECMO เครื่องช่วยหายใจ และบริจาคเงิน 9 ล้านบาท ให้โรงพยาบาล 3 แห่งเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมทั้งบริจาคอีก 5 ล้านบาท ให้โรงพยาบาลตำรวจ จัดซื้อเครื่องช่วยหายใจจำนวน 8 เครื่อง เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 34 ล้านบาท

6. อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เจ้าของธุรกิจ คิง เพาเวอร์

โดยทางมูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ได้มอบเงินสนับสนุน 20 ล้านบาท ให้แก่สถาบันบำราศนราดูร พร้อมทั้งบริจาคเงินจำนวน 45 ล้านบาทให้ 3 หน่วยงานทางการแพทย์ ได้แก่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 65 ล้านบาท

7. ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ เจ้าของธุรกิจ ทีโอเอ

ได้มีการบริจาคครุภัณฑ์ให้กับทางโรงพยาบาลหัวเฉียว เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 1 ล้านบาท

8. ตระกูลโอสถานุเคราะห์ เจ้าของธุรกิจ โอสถสภา
ทางมูลนิธิ โอสถานุเคราะห์มีงบ 10 ล้านบาท จัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และบรรเทาความเดือดร้อน ด้านการรักษา ป้องกัน เยียวยา รวมกว่า 40 ล้านบาท เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 50 ล้านบาท

9. วานิช ไชยวรรณ เจ้าของธุรกิจ ไทยประกันชีวิต

ได้มอบทุนประกันให้แก่แพทย์และพยาบาล รวมทุนประกันกว่า 1.4 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 5 ล้านบาท

10. ประจักษ์ เพ็ชรอำไพ เจ้าของธุรกิจ เมืองไทย แคปปิตอล

บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาล 7 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ และสถาบันบำราศนราดูร รวมทั้งโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครฯ เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 60 ล้านบาท

11. ประเสริฐ ประสาททองโอสถ เจ้าของธุรกิจ โรงพยาบาลเครือ BDMS และ บางกอก แอร์เวย์ส (ไม่มีข้อมูล)

12. ฮาราลด์ ลิงค์ เจ้าของธุรกิจ บี.กริม

บี.กริม เพาเวอร์ ได้มอบเงินหนุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ ทำประกันบุคลากรสู้ภัยโควิด-19 เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 6.5 ล้านบาท

13. กฤตย์ รัตนรักษ์ เจ้าของธุรกิจ ช่อง 7 และ อดีตเจ้าของธนาคาร กรุงศรี

โดยทางธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้บริจาคเงินสมทบทุน “ช่อง 7 รวมใจสู้ภัยโควิด-19” โดยเงินทั้งหมดจะถูกนำไปจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และช่วยเหลือผู้ป่วย สำหรับ 10 โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ ที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 1 ล้านบาท

14. คีรี กาญจนพาสน์ เจ้าของธุรกิจ บีทีเอส

ได้ร่วมบริจาค 60 ล้านบาท ทำประกันชีวิตให้หมอ-พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ทั้งยังมีกองทุนสนับสนุนและเยียวยา อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อีก 10 ล้านบาท เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 70 ล้านบาท

15. สันติ ภิรมย์ภักดี เจ้าของธุรกิจ บุญรอดบริวเวอรี่

มีการบริจาคเงินให้กับทางโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครฯ และจังหวัดสำคัญทั่วทุกภูมิภาค เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 50 ล้านบาท

16. วิชัย ทองแตง เจ้าของธุรกิจ โรงพยาบาลเครือ BDMS (ไม่มีข้อมูล)
17. สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของธุรกิจ พลังงานบริสุทธิ์ (EA) (ไม่มีข้อมูล)

18. ฤทธิ์ ธีระโกเมน เจ้าของธุรกิจ MK

บริจาค 5 ล้านบาท ในนามมูลนิธิคุณป้าทองคำ เมฆโต ให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซื้อเครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมตรวจเชื้อโควิด-19 อีกทั้งยังมอบหน้ากากอนามัย 90,000 ชิ้น ให้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังได้มอบอาหารกล่องจาก MK สุกี้และ Yayoi 5,500 กล่องต่อวัน แก่โรงพยาบาล สถานพยาบาล และหน่วยงานสาธารณสุข 25 แห่งใน 16 จังหวัด พร้อมมอบเงิน 10 ล้านบาท พัฒนาชุดคัดกรองโควิด-19 อีกด้วย เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 15 ล้านบาท

19. ศุภลักษณ์ อัมพุช เจ้าของธุรกิจ The Mall Group

ได้บริจาคเงิน 1 ล้านบาทในโครงการ เดอะมอลล์กรุ๊ป-โรงพยาบาลราชวิถี ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมกับบริจาคเงินอีก 20 ล้านบาท ให้ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี และสถาบันบำราศนราดูร เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 21 ล้านบาท

20. ประยุทธ มหากิจศิริ เจ้าของธุรกิจ เนเชอรัล เบฟ

ได้ทำการบริจาคเงินช่วยเกษตรกร 6,000 ครัวเรือน นาน 6 เดือน ทั้งยังบริจาคสร้างหอปฎิบัติธรรม และบริจาคให้โรงพยาบาล พัฒนาการศึกษาด้านเทคโนโลยีทางการเกษตรอีกด้วย เป็นมูลค่าบริจาคทั้งหมด 150 ล้านบาท

*ยอดบริจาคนี้ยังไม่รวม ยอดบริจาคเพิ่มเติมในจดหมายนะ

8 มหาเศรษฐีที่ตอบจดหมายจากรัฐบาล พร้อมข้อเสนอแนะ

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ก็ได้มีเหล่าเศรษฐีถึง 8 ท่านที่ได้ตอบรับจดหมายจากรัฐบาล และในบางท่านมีข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เจ้าของธุรกิจ คิง เพาเวอร์ ได้วางแผน ทุ่มเงินทำโครงการต่าง ๆ กว่า 1,400 ล้านบาท มาดูกันว่าเจ้าสัวแต่ละท่านมีแผนการช่วยเหลืออย่างไร และมีข้อเสนอแนะอะไรบ้างต่อรัฐบาล

1. ตระกูลเจียรวนนท์ – เจ้าของธุรกิจ เครือซีพี

เสนอช่วยเหลือ โดยจัดตั้ง
– โครงการปลูกน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำระบบชลประทานเป็นแก้มลิง 4.0
– โครงการเกษตรผสมผสาน ทำโครงการต้นแบบ 4 ประสานเพิ่มรายได้เกษตรกร
– โครงการแพลตฟอร์มออนไลน์ เรียนทางไกล และแพทย์ทางไกล
– โครงการวิจัยสู้ภัยโควิด-19 วิจัย Test Kit/Vaccine ยารักษาโรค

ข้อเสนอต่อรัฐบาล
– มาตรการด้านดิจิทัล ในยุค New Normal
– มาตรการดึงดูดคนเก่ง/ผู้เชี่ยวชาญมาอยู่เมืองไทย (Talent Attraction)
– มาตรการช่วยเหลือด้านท่องเที่ยวสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ
– มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้น
– มาตรการปฏิรูประบบชลประทานให้ครอบคลุมพื้นที่เกษตร 100%

2. เฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจ กระทิงแดง

เสนอช่วยเหลือสนับสนุนเงินทุนเบื้องต้นในช่วง 3 ปีแรก จำนวน 300 บาท ทำโครงการ “พึ่งตน เพื่อชาติ”

ข้อเสนอต่อรัฐบาล
– การมีโรงงานผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มากพอ
– การจัดตั้งคลังอาหารและเวชภัณฑ์แห่งชาติ
– การปลูกฝังการหาเลี้ยงชีพแบบพึ่งพาตนเอง

3. อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เจ้าของธุรกิจ คิง เพาเวอร์

เสนอช่วยเหลือด้านสาธารณสุข
– โครงการส่งมอบตู้อบเด็ก 15 ล้านบาท
– สนับสนุนมูลนิธิก้าว สนับสนุนกิจกรรมในด้านสาธารณสุข 75 ล้านบาท
– โครงการกระเป๋ายังชีพเพื่อบรรเทาทุกข์ ภายใต้โครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย 5 ล้านบาท

เสนอช่วยเหลือด้านเยาวชน
– ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย 200 ล้านบาท
– 100 สนามฟุตบอล สร้างสนามฟุตบอลที่ 61-100 งบ 100 ล้านบาท
– ทุนการศึกษา 18 ล้านบาท

เสนอการช่วยเหลือด้านอาชีพ
– โครงการ Fox Hunt และ King Power Cup 270 ล้านบาท
– โครงการประกวดวงดนตรี ดุริยางค์ เครื่องเป่านานาชาติ 36 ล้านบาท
– โครงการพัฒนาเพื่อสังคมในด้านชุมชนและเศรษฐกิจชุมชน
– Thai Power World Market ยกระดับสินค้าไทย เพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์ 70 ล้านบาท

โครงการเพื่อสนับสนุนทางการแพทย์
– โครงการมอบรถพยาบาล 7.5 ล้านบาท
– โครงการบริจาคชุด PPE 20 ล้านบาท
– โครงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย 622 ล้านบาท

ข้อเสนอต่อรัฐบาล
– กองทุนเพื่อธุรกิจการท่องเที่ยว
– การจัดคลัสเตอร์กลุ่มจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยว
– จัดเตรียมประกันภัย โควิด-19 สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย
– แก้ไขปัญหาเรื่องความไม่เพียงพอของ มัคคุเทศก์ สำหรับนักท่องเที่ยวบางสัญชาติ
– พัฒนาระบบ E-Visa On Arrival ตรวจคนเข้าเมืองและบริหารจัดการตารางการบิน
– พัฒนาองค์ความรู้การท่องเที่ยวแนวใหม่ที่สอดคล้องกับ New Normal
– พัฒนา Super Application สำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ

4. ตระกูลโอสถานุเคราะห์ เจ้าของธุรกิจ โอสถสภา

ตั้งงบ 100 ล้านเพื่อช่วยสู้วิกฤต กำลังหารือในรายละเอียด

5. ประจักษ์ เพ็ชรอำไพ เจ้าของธุรกิจ เมืองไทย แคปปิตอล

เสนอช่วยเหลือ
– ถุงยังชีพ 200,000 ถุง มูลค่า 60 ล้านบาท ให้แก่ชุมชนต่าง ๆ ใน 74 จังหวัดทั่วประเทศ
– เปิดอาคารสำนักงานสาขาทุกแห่งเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรและ OTOP

ข้อเสนอต่อรัฐบาล
– จัดตั้งกองทุน BSF ช่วยเหลือผู้ออกตราสารหนี้ครอบคลุมบริษัทถูกลดอันดับเครดิตเรตติ้ง

6. ประเสริฐ ประสาททองโอสถ เจ้าของธุรกิจ โรงพยาบาลเครือ BDMS และ บางกอก แอร์เวย์ส

ตั้งงบ 100 ล้านบาท ขุดบ่อน้ำแก้ปัญหาภัยแล้ง

7. สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของธุรกิจ พลังงานบริสุทธิ์ (EA)

จับมือกลุ่มพันธมิตรเปิดตัวแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” เช็คคัดกรองและระบุพื้นที่เสี่ยง โควิด-19 และสร้าง ฉะเชิงเทราโมเดล

8. ประยุทธ มหากิจศิริ เจ้าของธุรกิจ เนเชอรัล เบฟ

ข้อเสนอช่วยเหลือ
– โครงการรับซื้อผลผลิตทางเกษตรจากเกษตรลำพูน
– จัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาประสิทธิภาพผลผลิต
– เปิดพื้นที่ด้านหน้าถนนมิตรภาพ
– การใช้งานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงวิกฤตโควิด-19 www.411estore.com
– โครงการ P80 สู้ภัยโควิด บริจาคผลิตภัณฑ์ให้บุคลากรทางการแพทย์

ทำไมเหล่ามหาเศรษฐีถึงบริจาคเงินมหาศาลและมีแนวคิดแบบ Sustainable

เหตุการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งในประเทศเองและทั่วโลก ทั้งยังมีผลต่อระบบเศรษฐกิจและธุรกิจโดยตรง แล้วทำไมเหล่าเศรษฐีที่ธุรกิจของตัวเองกำลังเดือดร้อนมีแผลอยู่ถึงใจดีบริจาคเงินมากมายช่วยเหลือคนในประเทศ ? ทำไมไม่เอาเงินไปดูแลหรือช่วยเหลือรายได้ที่หดหายไป

“ถ้าสังคมไม่รอด บริษัทก็ไม่รอด” ประโยคนึงที่คุณ เฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจ กระทิงแดง ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ The Standard แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์และมุมมองที่มีต่อสังคมถึงการแบ่งปันและพัฒนาสังคม เพราะถ้าหากบริษัทไม่ช่วยอะไรสังคมเลย เมื่อสังคมมีปัญหา สังคมก็อยู่ไม่ได้ เศรษฐกิจพัง ตัวบริษัทก็จะขายของไม่ได้ อยู่ไม่ได้เช่นกัน การที่เราตอบแทนสังคมช่วยให้สังคมกลับมายืนได้นั้นหลังวิกฤตครั้งใหญ่นี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

อีกสิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้คือ วิสัยทัศน์ ของเหล่ามหาเศรษฐีในไทย ที่นอกจากจะบริจาคช่วยเหลือประเทศแล้ว ยังคิดสร้างโครงการต่าง ๆ ที่มาช่วยฟื้นฟูประเทศให้กลับมาเข้มแข็งและมั่นคงอีกด้วย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply