ในบรรดาโลหะมีค่า (Precious metal) แต่ละชนิด ‘ทองคำ’ นั่งอยู่บนจุดสูงสุด จากการถูกยอมรับในวงกว้างจนมีสถานะที่เรียกว่า Safe Haven หรือสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยในการลงทุน มาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม โลกของเรายังมีโลหะมีค่าชนิดอื่น ๆ ซึ่งมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเช่นเดียวกับทองคำ เพียงแต่โลหะชนิดอื่น ๆ นั้น มักจะซื้อขายกันในวงที่ไม่กว้างนัก และมักจะจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มของผู้ที่เกี่ยวข้องกับมันโดยตรง โดยทั่วไปแล้ว ‘เงิน’ น่าจะเป็นโลหะที่หลาย ๆ คนนึกถึงในลำดับที่รองลงมาจากทองคำ แต่สำหรับผู้ที่ติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดโลหะเหล่านี้ จะเห็นว่า “พาลาเดียม” (Palladium) คือโลหะมีค่าที่กำลังมาแรงที่สุดไม่แพ้ทองคำในขณะนี้ พี่ทุยจะมาเล่าให้ฟังละกันนะ
ทำไมพาลาเดียมจึงมาแรงไม่แพ้ ทองคำ
ล่าสุด ราคาในตลาดโลกพุ่งขึ้นถึง 25% ภายในเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ เท่านั้น หนุนให้ราคาพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 2,500 เหรียญต่อออนซ์ โดยเพิ่มขึ้นจากเพียง 500 เหรียญต่อออนซ์ ในปี 2016
ทำไมพาลาเดียมถึงมีราคาเพิ่มสูงขึ้นมากขนาดนี้?
คำตอบก็คือ เป็นเพราะ Demand ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คุณสมบัติที่สำคัญคือ เป็นสารที่เข้ามาช่วยลดควันพิษจากการทำงานของรถยนต์ในยุคใหม่ ทำให้ Demand ประมาณ 80% ของพาลาเดียม ในปัจจุบันมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตพาลาเดียมในแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านออนซ์ต่อปี เท่านั้น
ขณะเดียวกัน เหมืองในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตประมาณ 2 ใน 5 ของกำลังการผลิตทั้งโลก เปิดเผยข้อมูลว่าปริมาณการผลิตของ พาลาเดียม ที่ออกมาสู่ตลาดในช่วงเดือน พ.ย. 2019 ลดลงประมาณ 13.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2018 ก็ยิ่งช่วยหนุนให้ราคาพุ่งขึ้น เพราะ พาลาเดียม มีแนวโน้มจะขาดตลาด ทางฝั่งของ Demand ด้วยมาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด (Emission Standard) โดยเฉพาะในประเทศจีน ทำให้ความต้องการใช้ พาลาเดียม ต่อรถยนต์หนึ่งคันเพิ่มขึ้นประมาณ 30% สวนทางกับปริมาณที่ลดลง เช่นเดียวกับ โรเดียม ซึ่งเป็นโลหะมีค่าในตระกูลเดียวกันกับพาลาเดียม ซึ่งราคาพุ่งขึ้นกว่า 200% จากกว่า 2,000 เหรียญต่อออนซ์ ไปแตะระดับ 8,000 เหรียญต่อออนซ์ สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008
Bank of America มองว่าราคาของ โรเดียม ที่พุ่งขึ้นมาสูงมาก ยังมีแนวโน้มจะปรับขึ้นต่อได้อีก เนื่องจาก Supply ที่ค่อนข้างคงที่ แต่ Demand จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดยานยนต์ ทำให้โรเดียมมีแนวโน้มจะผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการในส่วนนี้ แต่ปัญหาของทั้งพาลาเดียมและโรเดียม คือเรื่องของสภาพคล่องที่มีน้อยมาก ๆ ว่ากันว่าปริมาณการผลิตพาลาเดียมต่อปีอยู่ที่ประมาณ 200 เมตริกตันต่อปี ส่วนโรเดียมมีการผลิตเพียง 30 เมตริกตันต่อปี เท่านั้น
…และเมื่อเทียบกับทองคำซึ่งได้ซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย มีปริมาณการผลิตถึงประมาณ 2,500 เมตริกตันต่อปี ด้วยเหตุนี้ ทำให้ราคาของทั้ง พาลาเดียม และ โรเดียม ค่อนข้างที่ผันผวนสูงมากตาม Demand และ Supply ในแต่ละช่วง
ในอดีตที่ผ่านมา ราคาของ โรเดียม เคยพุ่งขึ้นไปถึง 10,000 เหรียญต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้นราว 2,195% ในระหว่างปี 2003 – 2008 แต่เมื่อความต้องการใช้ลดลงไป ราคาก็ร่วงกลับลงมาเหลือเพียง 1,000 เหรียญ เท่านั้น!
Comment