ประชาธิปไตยดีต่อใจและกระเป๋าตังค์เราจริงหรือไม่ ?

ประชาธิปไตยดีต่อใจและกระเป๋าตังค์เราจริงหรือไม่ ?

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • การเปลี่ยนแปลง​ไปใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตย​ทำให้คนในประเทศมีอายุขัยเฉลี่ยดีขึ้น​ การเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด​ มะเร็ง​ วัณโรคและอุบัติเหตุ​บนท้องถนนน้อยลง​
  • นอกจากนี้ยังทำให้ GDP ต่อหัวเพิ่มมากขึ้น​ แต่ทั้งสองปัจจัยจะค่อยๆ​ดีขึ้นในระยะยาวหลังการเปลี่ยนแปลง​การปกครองไปแล้ว
  • การที่เศรษฐกิจ​ดีขึ้นในประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลง​ระบอบการปกครองอาจเกิดจากปัจจัยเฉพาะตัว​ เช่น​ การเปิดเสรีทางการค้า​ เพราะประเทศประชาธิปไตย​บางประเทศก็ไม่ได้มีเศรษฐกิจ​ดี​ ในขณะที่ประเทศสังคมนิยมบางประเทศกลับมีเศรษฐกิจ​ที่แข็งแกร่ง​ เช่น​ ประเทศจีน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ตอนนี้กระแสเลือกตั้งกำลังมาแรง​เหลือเกิน​ ไม่ว่าจะเปิดทีวี​ เลื่อน Facebook ผ่านๆ​ ​หรือขับรถ​ พี่ทุยก็เห็นและได้ยินข่าวเรื่องนี้บ่อย​จนแทบเก็บเอาไปฝันเลย​ทีเดียว​ เห็นแล้วก็น่าดีใจมากๆ ที่คนไทยมีความตื่นตัวในเรื่องของการใช้สิทธิ์​ของตัวเองกันขนาดนี้​

ไม่ต้องให้ใครมาบอกว่าประชาธิปไตย​ดีต่อใจของคนในชาติแค่ไหน​ พี่ทุยก็พอจะเดาได้​ แต่เดี๋ยว​จะหาว่านั่งเทียน​เขียนข่าว​ วันก่อนพี่ทุยลองไปนั่งอ่านวิจัยอันนึงมา งานวิจัยนั้นสรุปว่า​ “การมีประชาธิปไตย​ดีต่อ​สุขภาพ​ หัวใจและอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินในกระเป๋าสตางค์​” ของเราจริงๆ​นะ​ พูดง่ายๆ​ คือ​ ประชาชนที่อยู่ในประเทศซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง​จากระบอบการปกครอง​แบบอื่นมาเป็นประชาธิปไตย​จะอายุยืนกว่า!

มีผู้ทำวิจัยใน 170 ประเทศและได้ข้อสรุปว่า​ ใน​ 50​ ปีที่ผ่านมานี้​ ผู้ที่อยู่ในประเทศ​ประชาธิปไตย​ มีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวกว่า​ ซึ่งมีผลมาจาก​อัตราการลดลงของโรคหัวใจ​และหลอดเลือด​ โรคมะเร็ง​ ตับแข็ง​ หรือแม้กระทั่งการเกิดอุบัติเหตุ​บนท้องถนน​ งานวิจัยนี้สรุปว่า​ ผู้คนในประเทศประชาธิปไตย​จะมีสุขภาพดีกว่า​

ต่อมาได้มีผู้ทำการศึกษา​อีกครั้ง​ โดยเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 1970 ระหว่าง​ประเทศที่เปลี่ยนถ่ายจากระบอบเผด็จการมาเป็นระบอบประชาธิปไตย​กับประเทศที่ยังคงอยู่ใต้เงาเผด็จการ​ 55​ ประเทศ​ การศึกษา​นี้พบว่า​ ผู้คนในประเทศประชาธิปไตย​มีอายุขัยเฉลี่ยสูงกว่า 3% รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด​ โรควัณโรค​ อุบัติเหตุเล็กน้อย​ตามท้องถนน​ รวมถึงโรคไม่ติดต่อทั้งหลายก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด​ ซึ่ง​ 4 ข้อนี้เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในผู้ที่อายุต่ำกว่า​ 70​ ปี​ พอ​ 4 ข้อนี้น้อยลง​​ อัตราการตายที่ลดลงฮวบฮาบเลยทำให้​อายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นยังไงล่ะ​ แต่อย่าเพิ่งรีบดีใจ​ คว้ารถออกไปแว๊นกัน​ เพราะเราน่าจะอายุยืนขึ้นแล้ว (ฮ่า)​ พี่ทุยขอขีดเส้นใต้และไฮไลท์สีเจ็บๆ​หน่อยว่า การเปลี่ยนแปลง​ในทิศทางนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด​ แต่เกิดขึ้นในระยะยาวหลังจากที่ประชาธิปไตยเติบโตเป็นไม้ยืนต้น​ในประเทศ​นั้นๆ​กว่า​ 10 ปี​แล้ว​

แล้วการมีประชาธิปไตย​ส่งผลถึงเงินในกระเป๋าสตางค์​เราหรือไม่ ?

มีการศึกษาถึงความเกี่ยวข้องระหว่างสองเรื่องนี้เยอะมากๆ เรียกว่าอ่านกันเพลินเลยล่ะ ​สรุปได้คือ​ การที่มีประชาธิปไตย​ไม่ได้ส่ง “ผลทางตรง” ให้เศรษฐกิจ​ของประเทศดีขึ้น​ แต่ส่ง “ผลทางอ้อม” นะ​ เช่น​ มีการเปิดเสรีทางการค้ามากขึ้นส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าประเทศ​ เศรษฐกิจ​ดี​ ประชาชนเฮกันถ้วนหน้า​ การมีนวัตกรรม​ใหม่ๆ​ภายในประเทศ​ซึ่งดูจะเกิดขึ้นได้มากกว่าในประเทศ​ประชาธิปไตย​ การมีเสถียรภาพ​ทางการเมือง​ ความขัดแย้งในสังคม​ รวมถึงบางประเทศที่จะมีการคอรัปชั่นลดลงเมื่อเข้าสู่ประชาธิปไตย​ เป็นต้น​ ซึ่งดูจะเป็นปัจจัยเฉพาะตัวมากๆ​ ที่ไม่ว่าการปกครองแบบไหนก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้​ จริงมั้ย ? (ฮ่า)​

Daron Acemoglu ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐกิจ​แห่ง MIT ได้พบว่า​ “ในระหว่างปี​ 1960 ถึง​ 2010 ประเทศที่เปลี่ยนจากระบอบการปกครองแบบอื่นมาเป็นประชาธิปไตยมี​ GDP​ เพิ่มสูงขึ้นในระยะยาวถึง​ 20% (ระยะยาวที่ว่า​ คือ​ เฉลี่ย​ประมาณ​ 30​ ปี)​ และใน​ 50​ ปีที่ผ่านมา​ GDP​ เฉลี่ยทั้งโลกเพิ่มสูงขึ้น​ 6% อันเป็นผลมาจากประเทศต่างๆ​ ทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนไปใช้ระบอบประชาธิปไตย​”

ประชาธิปไตยดีต่อใจและกระเป๋าตังค์เราจริงหรือไม่ ?

พี่ทุยขอขยายความเพิ่มนิดนึงว่า​ GDP​ หรือ​ Gross Domestic Products คือ​มูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตในประเทศในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยไม่คำนึงว่าผลผลิตนั้นจะผลิตขึ้นมาด้วยทรัพยากรของชาติใด​ เช่น​ ถ้าต่างชาติมาเปิดบริษัทในไทย​ รายได้ของบริษัทนั้นๆ​ ก็นับรวมเป็น​ GDP​ ของไทยด้วย

ตัวอย่างของประเทศที่เปลี่ยนไปใช้ระบอบประชาธิปไตย​แล้วเศรษฐกิจ​ดีขึ้น​ โ​ดยวัดจาก​ GDP​ ก็เช่น​ อินเดีย​ ที่ถึงแม้เศรษฐกิจ​เขาจะไม่รุ่งเรืองมากนัก​ แต่ก็ดูดีขึ้นจริงๆ​หลังจากมีประชาธิปไตย​ในวันที่​ 26​ มกราคม​ 1950

ประชาธิปไตยดีต่อใจและกระเป๋าตังค์เราจริงหรือไม่ ?

แต่จะเห็นความเติบโตได้ชัดเจนว่า ​GDP เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี​ 1991 เมื่ออินเดียที่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจ​ ซึ่งเป็น​ “ปัจจัยเฉพาะตัว” ที่พี่ทุยหมายถึงนั่นเอง

ประชาธิปไตยดีต่อใจและกระเป๋าตังค์เราจริงหรือไม่ ?

สอดคล้องกับการศึกษาของ​ Bhagwati ในปี​ 1995 และ​ Thomas Apolte ในปี​ 2011 ที่ว่า​ เศรษฐกิจ​ของประเทศ​นั้นๆ​จะดีขึ้นหรือไม่​ ขึ้นอยู่กับ​นโยบายการเปิดกว้างทางการค้า​ ซึ่งส่วนมากประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นประชาธิปไตย​ก็จะเปิดกว้างทางการค้ามากขึ้น​ GDP ต่อหัวเลยสูงขึ้นนั่นเอง

จริงๆ​แล้วทุกระบอบการปกครองล้วนมีข้อดีของมันเสมอ​ เช่น​ ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมอาจดีกับสหภาพแรงงานมากกว่า​ เป็นต้น​ นอกจากนี้​หลายๆ​ประเทศ​ เช่น​ จีนที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิ​จโลกหรือเวียดนามที่เศรษฐกิจ​กำลังขยายตัว​ เนื้อหอมจนเหล่านักลงทุนแห่กันไปลงทุนฮึ่มๆ​ก็ยังปกครองแบบสังคมนิยม​ แต่เศรษฐกิจยัง​ดี๊ดีได้เลย​

พี่ทุยขอเปิดวาร์ปกราฟเปรียบเทียบ GDP ต่อหัวของจีนที่เป็นสังคมนิยม​และอินเดียที่เป็นประชาธิปไตย​มาให้ดูกันชัดๆ

สอดคล้องกับการศึกษาของ Bhagwati ในปี 1995 และ Thomas Apolte ในปี 2011 ที่ว่า เศรษฐกิจของประเทศนั้นๆจะดีขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายการเปิดกว้างทางการค้า ซึ่งส่วนมากประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นประชาธิปไตยก็จะเปิดกว้างทางการค้ามากขึ้น GDP ต่อหัวเลยสูงขึ้นนั่นเอง  จริงๆแล้วทุกระบอบการปกครองล้วนมีข้อดีของมันเสมอ เช่น ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมอาจดีกับสหภาพแรงงานมากกว่า เป็นต้น นอกจากนี้หลายๆประเทศ เช่น จีนที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกหรือเวียดนามที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัว เนื้อหอมจนเหล่านักลงทุนแห่กันไปลงทุนฮึ่มๆก็ยังปกครองแบบสังคมนิยม แต่เศรษฐกิจยังดี๊ดีได้เลย พี่ทุยขอเปิดวาร์ปกราฟเปรียบเทียบ GDP ต่อหัวของจีนที่เป็นสังคมนิยมและอินเดียที่เป็นประชาธิปไตยมาให้ดูกันชัดๆ

จะเห็นได้ว่า​ ถึงจะไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตย​แต่ GDP พี่จีน​ก็ทะยานได้​ชนะประเทศ​ที่มีประชาธิปไตย​มายาวนานอย่างอินเดียขาดลอยเลย

อาจจะเป็นเพราะระบอบการปกครองที่ไม่เหมือนใครของจีน​ ซึ่งเป็นเผด็จการ​ด้านการปกครองแต่เปิดเสรีด้านการค้าและเศรษฐกิจ​เหลือเกินและเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ​ WTO (องค์กร​การค้าโลก)​ ในปี​ 2001 ด้วย

ลองเอามาอ่านเล่นให้สนุกๆละกันเนอะ เพราะในความเป็นจริงที่เศรษฐกิจโตก็มีหลากหลายปัจจัย ระบอบการปกครองอาจจะเป็นเพียงปัจจัยนึงเท่านั้น พี่ทุยย้ำอีกครั้งว่าทุกระบอบการปกครองมีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ประชาธิปไตยก็เป็นการปกครองรูปแบบนึงที่มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน ลองศึกษาดูสนุกดีเหมือนกันนะ (ฮ่า)

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply