หลังจากมีข่าวมานานซักพักใหญ่แล้ว Grab กำลังจะตีตลาดการเงินและสินเชื่ออยู่ จนในที่สุด Grab ก็ได้ส่งบริษัทลูก Grab Financial Group ในบริการ “Grab Finance” ลงตลาดปล่อยเงินกู้
โดยก่อนหน้านี้ทาง Grab ได้เปิดตัว Grab Pay wallet ไปแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม ผ่านการใช้งาน Application Grab และได้รับเสียงตอบรับที่น่าพึงพอใจ โดยมีการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าในช่วงการเปิดตัว 6 เดือนแรก เพื่อให้การใช้งานผ่าน Application นั้นเข้าสู่การชำระเงินแบบไร้เงินสดมากขึ้นเรื่อย ๆ
แล้ว Grab จะเชื่อถือผู้กู้ได้อย่างไร ?
สิ่งหนึ่งที่ผู้ปล่อยกู้จะกลัวมากที่สุดก็คือเมื่อลูกหนี้กู้เงินไปแล้วไม่สามารถคืนเงินได้เพราะนั้นเท่ากับว่าจะกลายมาเป็น “หนี้เสีย” โดยทันที เราจะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนเวลาที่เราจะไปกู้เงินกับสถาบันการเงินหรือแค่ทำบัตรเครดิตก็ตาม เราจะต้องส่งเอกสารต่าง ๆ มากมายเพื่อที่ผู้ปล่อยจะได้รู้ว่าตัวคนกู้นั้นมี “ความน่าเชื่อ” ระดับไหน เพราะจะส่งผลตั้งแต่ วงเงินกู้ ระยะเวลากู้ และดอกเบี้ยที่คิดเลยก็ว่าได้
สิ่งที่ฉีกกฏการปล่อยกู้เลยคือ Grab แทบ “ไม่ต้องยื่นเอกสารหลักฐาน” อะไรเลยในการกู้เงิน ซึ่งต่างจากการกู้สถาบันการเงินอย่างธนาคารอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้วธนาคารจะสามารถวัดความเสี่ยงของลูกค้าได้จากตัวเลขหรือหลักฐานทางการเงินต่าง ๆ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งก็ไม่ได้สามารถสะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าได้อย่างเท่าที่ควร
โดยสิ่งที่ Grab ใช้วัดลูกค้าว่าจะสามารถชำระหนี้ได้หรือไม่นั้น เกิดจาก “ข้อมูลและพฤติกรรมการใช้จ่ายจริงของลูกค้า” ที่ Grab มีฐานข้อมูลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าของ Grab อย่างร้านอาหารคาเฟ่ ที่ Grab เองก็จะเห็นทั้งตัวเลขรายได้ ยอดสั่งซื้อ หรือข้อมูลรายได้อื่นและผู้ขับขี่หรือพนักงานของ Grab เองที่จะเห็นทั้งรายได้และประวัติการทำงานหรือเรียกได้ว่าเป็นการใช้ Big Data เพื่อประเมินออกมาเป็น Credit Score ของแต่ละบุคคล อย่างเช่น
ถ้า Grab อยากดูว่าคู่ค้าของเค้ามีความสามารถในการจ่ายคืนระดับไหนก็สามารถดูได้จาก
– ปริมาณการใช้ Grab Pay
– จำนวนออเดอร์ รวมถึงตัวเลขการยกเลิกออเดอร์
– รายได้ที่ได้จาก Grab
– เพศ อายุ ระดับการศึกษา
– เครดิตบูโร
ซึ่งจะเห็นได้ว่าข้อมูลที่กล่าวมาด้านบนนั้น Grab เองมีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้วไม่ต้องเรียกเอกสารเพิ่มแต่อย่างใด แต่นอกจากความสามารถในการจ่ายแล้ว Grab ยังดูเรื่องอื่น ๆ ประกอบด้วยไม่ว่าจะเป็นความเต็มใจจะจ่าย (Wellingness to pay) การประเมินความเสี่ยงจากประพฤติกรรมในการใช้เงิน ต่าง ๆ เพื่อที่จะประเมินออกมาเป็น Credit Score
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถสะท้อนความสามารถของผู้กู้ได้ค่อนข้างดี และด้วยการที่ Grab ไม่ได้ปล่อยเงินกู้ยอดใหญ่เกินไป แถมสามารถผ่อนชำระรายวันได้อีก จึงสอดคล้องกับความต้องการของคู่ค้าอย่าง SMEs หรือพนักงานบริการของ Grab เองด้วย
ข้อกำหนดของ Grab และผลลัพธ์จากปลายปีที่แล้ว
การปล่อยสินเชื่อนี้คู่ค้าและคนขับ Grab ต้องสมัครร่วมบริการกันไม่ต่ำกว่า 3 เดือน และเมื่อตรวจสอบ Credit Scoring จากข้อมูลต่าง ๆ แล้วต้องมีประวัติที่ดี โดยที่คู่ค้าและคนขับไม่ต้องกรอกเอกสารใด ๆ เพิ่ม
โดยใบอนุญาตที่ Grab ได้รับจากธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น เป็นใบอนุญาต Micro Lending หรือสินเชื่อที่ผู้กู้สามารถกู้ได้มากสุดเพียง 100,000 บาท ต่อ 1 รายชื่อ
หลังจากไตรมาสสุดท้ายปี 2019 ได้มีการเปิดระบบนี้ให้ได้เริ่มใช้ พบว่ามียอดสินเชื่อทั้งหมดอยู่ที่ 500 ล้านบาท จากคู่ค้าและคนขับกว่า 20,000 รายชื่อ โดยมียอดการกู้เฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 – 30,000 บาท และมี Non-Performing Loan (NPL) ที่ต่ำมากและบริษัทตั้งเป้าที่จะให้ต่ำกว่า 2% อย่างต่อเนื่อง
Grab ปล่อยสินเชื่อแบบไหนบ้าง ?
ผลิตภัณฑ์ที่ Grab ปล่อยสินเชื่อดิจิทัลอยู่ในตอนนี้ได้แก่
1. สินเชื่อเงินสดผ่าน Application – เป็นสินเชื่อที่ใช้ในการประกอบอาชีพ โดยจะเป็นแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน Partner หรือผู้ขับขี่ของ Grab สามารถขอสินเชื่อได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่าน Application ได้
2. บริการเงินผ่อนชำระสินค้ารายวัน – เป็นบริการเงินผ่อนสำหรับการชำระผ่านโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ในรูปแบบการผ่อนรายวัน ด้วยดอกเบี้ย 0% สำหรับ Partner ผู้ขับขี่ของ Grab
3. สินเชื่อ SMEs – สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย คู่ค้าของ Grab เพื่อการบริหารธุรกิจเป็นสินเชื่อระยะสั้น เพื่อสภาพคล่อง ที่จะได้ดอกเบี้ยต่ำ
จากส่วนนี้ช่วยทำลายข้อจำกัดสำคัญอย่างนึงของผู้ขับ Grab เพราะด้วยลักษณะเนื้องานและอาชีพแล้ว กลุ่มอาชีพเหล่านี้จะมีอุปสรรคในการทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ และขอสินเชื่อ การที่ Grab นำผลิตภัณฑ์และวิธีการเหล่านี้เข้ามา นอกจากช่วยสนับสนุนบุคลากรแล้ว ยังอุดช่องโหว่ที่มีอยู่อีกด้วย
ลูกค้ากลุ่มอื่นในอนาคต
นอกจาก Partner และ คู่ค้าของ Grab แล้ว “Grab Finance” ยังมีแผนที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มธุรกิจ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อยอื่น ๆ อีกด้วย โดยจะให้บริการผ่านเว็บไซต์โดยลูกค้าสามารถส่งเอกสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้
โดยจะให้ความสำคัญกับ Partner ในปัจจุบันก่อนที่จะขยับขยายต่อไปในอนาคต โดยใน ปี 2563 นี้ “Grab Finance” ตั้งเป้าหมายยอดสินเชื่อไว้ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั้งหลายไม่ต่ำกว่า 100,000 ครัวเรือนในประเทศไทย เพื่อช่วยผลักดันสภาพความเป็นอยู่และความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจผู้ประกอบรายย่อย
Comment