Vaccine Tourism ธุรกิจท่องเที่ยวที่ฉีด "วัคซีน" ให้นักท่องเที่ยวฟรี มีประเทศไหนบ้าง ?

Vaccine Tourism ธุรกิจท่องเที่ยวที่ฉีด “วัคซีน” ให้นักท่องเที่ยวฟรี มีประเทศไหนบ้าง ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • จากวิกฤตโควิด-19 ปี 2563 ที่มีการจำกัดการเดินทางทั่วโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกลดลง 73% มากกว่าตอนเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ถึง 18.5 เท่า
  • แนวคิด Vaccine Tourism ถูกคิดขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูและส่งเสริมภาคท่องเที่ยว ด้วยการเสนอแพคเกจท่องเที่ยวพร้อมการฉีดวัคซีนของบริษัททัวร์
  • มัลดีฟส์เป็นประเทศแรก ๆ ของโลกที่เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบผ่านแคมเปญ 3V
  • รัฐ Alaska ในสหรัฐฯ เตรียมฉีดวัคซีน Pfizer และ Moderna ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติฟรีทันทีที่เดินทางมาถึงตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2564 ขณะที่อีกหลายรัฐก็มีเงื่อนไขการฉีดวัคซีนให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แตกต่างกันไป
  • บริษัททัวร์ในยุโรปมีแพคเกจท่องเที่ยวพร้อมฉีดวัคซีนหลายรูปแบบ แต่มีบางประเทศต้องยกเลิกไปก่อนเนื่องจากยังไม่สามารถจัดหาวัคซีนได้อย่างเพียงพอ
  • Vaccine Tourism ช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ (Herd Immunity) โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วที่ส่วนใหญ่มีการสั่งจองวัคซีนจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของโลกกลับมาฟื้นตัว

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Phatra Leasing"
"Phatra Leasing"

ปี 2563 ที่ผ่านมา ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรง และองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ก็ได้ออกมาบอกว่าเป็นปีที่การท่องเที่ยวทั่วโลกได้เจอกับสถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสที่สุดเป็นประวัติการณ์ แน่นอนว่าหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ นั่นก็คือ “วัคซีน”

ปี 2563 มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกลดลงมากกว่าตอนเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

ในปี 2563 นักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกลดลงถึง 73% เหลือเพียง 400 ล้านคน เทียบกับ 1,500 ล้านคนในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 นับเป็นตัวเลขลดลงที่มากกว่าตอนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 ถึง 18.5 เท่า และสร้างความเสียหายกับเศรษฐกิจโลกเป็นมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่พอเข้าปี 2564 การท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มมีความหวังในการเปิดประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่เศรษฐกิจพึ่งพาภาคท่องเที่ยวทั้งในฝั่งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เนื่องจากมีการผลิตและทยอยแจกจ่ายวัคซีนในวงกว้างเพื่อฉีดให้กับประชาชนในประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ

และอย่างที่พี่ทุยและทุกคนรู้กัน ไม่ใช่ว่าทุกประเทศและทุกคนจะสามารถเข้าถึงและได้รับการฉีด “วัคซีน” กันทั้งหมด การจัดสรรวัคซีนให้กับประชาชนในหลายประเทศยังถูกจำกัด เน้นฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้สูงอายุเป็นหลักก่อน และยังมีอีกหลายประเทศที่ยังไม่สามารถจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนได้ แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็ยังเพิมสูงขึ้นทุกวัน ทำให้ “วัคซีน” จึงกลายเป็นปัจจัยของการรอดชีวิตและเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแนวคิด Vaccine Tourism ขึ้นมา

Vaccine Tourism เป็นแนวคิดเพื่อฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวด้วยการท่องเที่ยวพร้อมฉีด “วัคซีน”

Vaccine Tourism คือ แนวคิดใหม่เพื่อการฟื้นฟูและส่งเสริมภาคท่องเที่ยว ด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านการเสนอแพคเกจของบริษัททัวร์พร้อมกับการได้รับการฉีดวัคซีน หรือพูดง่าย ๆ คือ เที่ยวแล้วได้ฉีดวัคซีนด้วยนั่นเอง ซึ่งพี่ทุยว่าแนวคิดนี้น่าสนใจมากสำหรับคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนภายในประเทศของตน และเทรนด์นี้น่าจะเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพรูปแบบให่ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยแน่นอน

มัลดีฟส์เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยแคมเปญ 3V

มัลดีฟส์ เป็นประเทศหมู่เกาะในแถบมหาสมุทรอินเดียและเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝันของใครหลายคนได้ออกแคมเปญนี้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบเป็นประเทศแรก ๆ ของโลก ซึ่งภาคท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศคิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของ GDP

ด้วยประชากรที่มีเพียง 500,000 คน ทำให้ประชาชนในประเทศได้รับการฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็ว เกินครึ่งหนึ่งของประเทศได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว และอีกราว 15% ก็ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสเรียบร้อย จากการเข้าร่วมโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก (WHO) และได้รับการสนับสนุนจากจีนและอินเดีย

ซึ่งทางการมัลดีฟส์ได้เตรียมแผนการฉีดวัคซีนให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศภายใต้แคมเปญ 3V (Visit, Vaccinate, Vacation) ครบทั้ง 2 โดส แต่มีเงื่อนไขว่าต้องอยู่พักอาศัยอย่างน้อยเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวกลับมีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ ข้อดีของมัลดีฟส์คือ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะที่กระจายตัวห่างกันออกไป ก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ามาพัก

รัฐ Alaska ในสหรัฐฯ ฉีดวัคซีนให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติฟรีทันที

สหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแคมเปญนี้ออกมาแล้วแม้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก แต่ก็เป็นประเทศที่จัดหาวัคซีนได้มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเช่นกัน และมีการแจกจ่ายไปให้แต่ละมลรัฐในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน

โดยแคมเปญดึงดูดนักท่องเที่ยวพร้อมการฉีดวัคซีนได้รับความนิยมมากในรัฐ Alaska ที่มีความได้เปรียบกว่ารัฐอื่นตรงที่มีประชากรเพียง 700,000 คน และประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง ซึ่งทางรัฐ Alaska เตรียมฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderna ฟรีตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ให้กับนักท่องเที่ยวนอกรัฐหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปทันทีที่เดินทางมาถึง และจะได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดส หากอยู่ใน Alaska อย่างน้อย 21-28 วัน แน่นอนว่าการทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวหน้าร้อนในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคมของปี

ไม่ได้มีแค่รัฐ Alaska ที่เดียวในสหรัฐฯเท่านั้น แต่ก็ยังมีแคมเปญแบบนี้ในรัฐอื่น ๆ ด้วย เช่น Texas, Arizona, Louisiana ที่ไม่จำกัดการฉีดวัคซีนให้เฉพาะแต่ชาวอเมริกันเท่านั้น แต่ใครที่เป็นนักท่องเที่ยวหรือเดินทางมาพักอาศัยก็มีโอกาสได้รับการฉีดวัคซีนเช่นเดียวกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่แตกต่างกันของแต่ละรัฐ

นอกจากนี้ก็ยังมีประเทศหมู่เกาะในแถบอเมริกาที่พึ่งพาภาคท่องเที่ยวสูง เช่น บาร์เบโดส คิวบา และประเทศในแถบแอฟริกา เช่น มอริเชียส ก็มีแผนการฉีดวัคซีนให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยเช่นกัน

หลายประเทศในยุโรปมีแพคเกจท่องเที่ยวพร้อมฉีดวัคซีนหลายรูปแบบ

บริษัทนำเที่ยวอย่าง World Visitor ของนอร์เวย์ได้จัดทำแพคเกจท่องเที่ยวรัสเซียในราคา 1,199 ยูโร (ประมาณ 1,448 ดอลลาร์สหรัฐฯ) จะได้รับการฉีดวัคซีน Sputnik จำนวน 1 โดส และราคา 2,999 ยูโร (ประมาณ 3,622 ดอลลาร์สหรัฐฯ) จะได้พักรีสอร์ทหรูเป็นเวลา 22 วัน พร้อมได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสตลอดทั้งทริป

หรือแพคเกจท่องเที่ยวพักรีสอร์ทสปาในตุรกี โดยจะมีการฉีดวัคซีนก่อนที่สนามบินมอสโก ซึ่งกำลังจะจัดตั้งศูนย์การฉีดวัคซีนภายในอาคารสนามบินเร็ว ๆ นี้ หรือแพคเกจท่องเที่ยวนั่งรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียพร้อมได้รับการฉีดวัคซีนครบตลอดทริป

แต่ด้วยยุโรปยังมีอัตราการฉีดวัคซีนต่อจำนวนประชากรไม่มาก เพราะทางการของแต่ละประเทศยังไม่สามารถจัดหาวัคซีนได้อย่างเพียงพอ ทำให้มีบางบริษัทที่มีการยกเลิกแคมเปญในแนว Vaccine Tourism ออกไป ไม่ว่าจะเป็นบริษัท Fit Reisen หรือ Fit Travel ของเยอรมนี และบริษัท Impfreisen.at ของออสเตรีย รวมถึงแพคเกจทัวร์จากตุรกีไปเซอร์เบีย

แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าแพคเกจเหล่านี้ จะกลับมาเปิดให้นักท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังจากที่มีการจัดสรรและฉีดให้กับประชาชนในยุโรปได้มากพอ

แนวคิด Vaccine Tourism ช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ (Herd Immunity)

ถ้าแนวคิด Vaccine Tourism ถูกนำไปใช้ในหลายประเทศมากขึ้น ก็เท่ากับว่าเป็นการช่วยเพิ่มการฉีดวัคซีนให้กับประชากรโลก หลังจากปัจจุบันยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงวัคซีนอยู่ และถ้าแนวคิดนี้ขยายเป็นวงกว้างจะช่วยให้โลกเกิดภาวะที่เรียกว่า ภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) หมายถึง การฉีดวัคซีนในจำนวนมากพอจนประชาชนส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัส และป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคได้

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าโลกจะมีภูมิคุ้มกันหมู่ก็ต่อเมื่อประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนคิดเป็น 80% ของประชากรโลก

ภาพที่ 1: การสั่งจองวัคซีนล่วงหน้าต่อจำนวนประชากร

Vaccine Tourism ธุรกิจท่องเที่ยวที่ฉีด "วัคซีน" ให้นักท่องเที่ยวฟรี มีประเทศไหนบ้าง ?

ที่มา: Deutsche Bank, Financial Times

ภาพที่ 2: ช่วงเวลาที่เกิดภูมิคุ้มกันหมู่

Vaccine Tourism ธุรกิจท่องเที่ยวที่ฉีด "วัคซีน" ให้นักท่องเที่ยวฟรี มีประเทศไหนบ้าง ?

ที่มา: Economist Intelligence Unit, BBC

จากภาพที่พี่ทุยนำมาให้ดู ภาพที่ 1 แสดงประเทศที่สั่งจองวัคซีนล่วงหน้าต่อจำนวนประชากร จะเห็นว่าประเทศที่มีการสั่งจองวัคซีนต่อจำนวนประชากรมากที่สุดและครบจำนวนโดสส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น แคนาดา สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และยุโรป ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนา เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย บราซิล และประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ มีการสั่งจองวัคซีนที่ล่าช้ากว่าและไม่ครบจำนวนโดส

ส่วนภาพที่ 2 แสดงช่วงเวลาที่เกิดภูมิคุ้มกันหมู่แบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา จะเห็นว่า ประเทศพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐฯ และยุโรปจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็วที่สุดในโลก ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2564 หรืออย่างน้อยก็ไม่เกินกลางปี 2565 ส่วนหนึ่งจากการที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีแล้ว การรีบสั่งจองวัคซีนที่มากกว่าจำนวนคนด้วยความไม่ประมาทก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างภูมิคุ้มหมู่ได้เร็ว

ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ในเอเชีย รวมทั้งไทย จะมีภูมิคุ้มกันหมู่ได้ต้องรอถึงช่วงปลายปี 2565 และประเทศในภูมิภาคแอฟริกาจะใช้เวลาสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ช้าที่สุดอย่างน้อยต้นปี 2566 ซึ่งมาจากระบบสาธารณสุขยังมีปัญหาและการเข้าถึงวัคซีนที่ช้ากว่าประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ

ดังนั้น พี่ทุยว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกยังคงรุนแรงและการได้รับวัคซีนในหลายประเทศยังล่าช้าและมีข้อจำกัดอยู่มาก มันคงจะดีแน่ ๆ ถ้าแนวคิด Vaccine Tourism ได้ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวาง แต่ละประเทศสามารถมีกฎและขั้นตอนเป็นของตนเองได้ตามทรัพยากรที่มีอยู่ โดยเฉพาะประเทศที่เศรษฐกิจต้องพึ่งพาภาคท่องเที่ยวสูง ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโลกกลับมาฟื้นตัวได้ในเร็ววันนี้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
error: