พี่ทุยมองว่าการ ออมเงิน ได้ทีละน้อยไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย ขอแค่เริ่มต้นให้ไว และมีวินัยทำเช่นนี้ไปอย่างสม่ำเสมอ เงินก้อนน้อยเหล่านี้ ก็จะเป็นก้อนใหญ่ได้ไม่ยาก จะหลักร้อยหรือหลักสิบก็ได้ ขอแค่ใจพร้อม เงินพร้อม เราทำได้
หลายคนอาจจะท้อใจว่าเงินเดือนน้อย เก็บเงินได้แค่เดือนละพันสองพัน คิดว่ามันไม่มีประโยชน์ ไม่น่าจะเห็นผลอะไร แต่ความจริงแล้ว ถ้าเรารู้วิธีการออมเงินที่ถูกต้อง รู้จักวางเงินให้ถูกที่ เงินเพียงเล็กน้อยก็สามารถเติบโตเป็นก้อนใหญ่ได้
วันนี้พี่ทุยจะมาอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนว่า การออมเงินในที่ต่างกัน มีผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร และเราควรวางแผนการออมเงินอย่างไรให้เหมาะสม
ความสำคัญของการเริ่มต้นออมเงินเร็ว
สิ่งแรกที่พี่ทุยอยากเน้นคือ การเริ่มต้นออมเงินให้เร็วมีความสำคัญมากกว่าที่เราคิด แม้จะออมเงินได้น้อย แต่ถ้าเริ่มเร็ว เวลาจะเป็นพันธมิตรที่ทำให้เงินของเราเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเราเริ่มออมเงินตั้งแต่อายุ 25 ปี แม้จะออมได้แค่เดือนละ 2,000 บาท แต่พอถึงอายุ 60 ปี เรามีเวลาออมเงินถึง 35 ปี เงินที่สะสมจะมีมากกว่าคนที่เริ่มออมเงินตอนอายุ 35 ปี แม้เขาจะออมเงินได้เดือนละ 4,000 บาท
นี่คือพลังของเวลาและดอกเบี้ยทบต้น ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีเวลาให้เงินทำงาน ยิ่งเห็นผลมากขึ้น ดังนั้นอย่ารอให้มีเงินเยอะ ๆ ค่อยเริ่ม แต่ให้เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปเลย
การวางเงินให้ถูกที่ สำคัญไม่แพ้การ ออมเงิน
อย่างไรก็ตาม นอกจากต้องออมเงินให้ได้นาน และมีความสม่ำเสมอแล้ว สิ่งที่พี่ทุยอยากบอกทุกคนคือ การวางเงินไว้ให้ถูกที่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน
หลายคนออมเงินโดยการฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา โดยไม่ได้คิดเรื่องดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน แค่คิดว่าเก็บไว้ก็พอ แต่ความจริงแล้ว ที่ที่เราเลือกฝากเงินมีผลต่อการเติบโตของเงินอย่างมาก
เอาง่าย ๆ ยังไม่ต้องพูดถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ซับซ้อน แค่เราย้ายเงินจากบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ย 0.25% ไปบัญชี e-Savings ที่ดอกเบี้ย 1.5% ก็มีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมากแล้ว
ลองคิดดูนะครับ ถ้าเรามีเงินออม 100,000 บาท ฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาที่ดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี เราจะได้ดอกเบี้ยแค่ 250 บาทต่อปี แต่ถ้าเราย้ายเงินจำนวนเดียวกันไปฝากในบัญชี e-Savings ที่ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี เราจะได้ดอกเบี้ย 1,500 บาทต่อปี มากกว่าถึง 6 เท่าเลย
นี่เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนบัญชีเท่านั้น ไม่ได้ต้องลงทุนอะไรที่มีความเสี่ยง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันมาก
ตัวเลือกสำหรับการออมเงินและลงทุนที่เหมาะสม
หลังจากที่เรามีวินัยในการออมเงินแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกที่ฝากหรือลงทุนที่เหมาะสม มีหลายตัวเลือกให้เราพิจารณา
บัญชีออมทรัพย์ธรรมดา ดอกเบี้ยประมาณ 0.25-0.5% ต่อปี เหมาะสำหรับเงินที่ต้องใช้บ่อย หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพราะถอนได้ตลอดเวลา แต่ดอกเบี้ยต่ำมาก
บัญชี e-Savings ดอกเบี้ยประมาณ 1-1.5% ต่อปี เหมาะสำหรับเงินออมที่ไม่ได้ใช้บ่อยมาก แต่ยังต้องการสภาพคล่องในการถอน เปิดได้ง่ายผ่านแอปธนาคาร ไม่มีค่าธรรมเนียม
เงินฝากประจำ ดอกเบี้ยประมาณ 1-2% ต่อปี ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ฝาก เหมาะสำหรับเงินที่รู้แน่ว่าไม่ต้องใช้ในช่วงเวลาที่กำหนด ถ้าถอนก่อนกำหนดอาจเสียดอกเบี้ย
หรือถ้าใครที่พอจะลงทุนได้ ก็อาจจะลองมองหาแหล่งฝากเงินในสินค้าการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำมาก ๆ สักหน่อย อย่างเช่น พวกตราสารหนี้ ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 3-4% ต่อปี มากกว่าการฝากธนาคารก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
ตราสารหนี้เป็นการให้กู้ยืมเงินกับรัฐบาลหรือบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น แต่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก แต่ยังไม่พร้อมเสี่ยงกับหุ้น
หลักการกระจายเงินออมให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การบริหารเงินออมที่ดี ไม่ใช่การเอาเงินทั้งหมดที่มีไปไว้แต่ในที่ที่ผลตอบแทนสูง ๆ แต่คือการที่เอาเงินไปไว้ในที่ที่เหมาะสม ต่างหาก
เพราะแต่ละคนมีความต้องการใช้เงินที่แตกต่างกัน มีระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ไม่เหมือนกัน และมีเป้าหมายทางการเงินที่ต่างกัน ดังนั้นเราต้องแบ่งเงินออมออกเป็นหลายส่วนตามวัตถุประสงค์
อย่างเช่นสมมติ พี่ทุยมีเงินเก็บ 1 ล้านบาท พี่ทุยก็อาจจะแบ่งออกเป็น 2 ก้อนใหญ่ ๆ
ก้อนแรก 300,000 บาทแรก พี่ทุยอยากให้ส่วนนี้มันเบิกถอนง่าย ๆ เผื่อมีเหตุอะไรที่ต้องใช้ เช่น ตกงาน ยางแตก ซ่อมหลังคาบ้าน ป่วยกระทันหัน หรืออะไรที่ไม่คาดคิด ก็จะได้เบิกออกมาใช้ได้ทันที ดังนั้น เงินส่วนนี้พี่ทุยก็จะเอาไว้ที่บัญชีเงิน e-Savings ที่เบิกถอนง่าย ๆ และได้ดอกเบี้ยดีกว่าบัญชีธรรมดา
เงินส่วนนี้เรียกว่าเงินฉุกเฉิน ซึ่งควรมีประมาณ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ต้องเก็บไว้ในที่ที่ถอนได้ง่าย แม้ดอกเบี้ยจะไม่สูงมากก็ตาม
ในขณะที่อีก 700,000 บาท พี่ทุยประเมินว่าเป็นเงินก้อนที่คงไม่มีเหตุอะไรต้องใช้ใน 5 ปี 10 ปี นี้ พี่ทุยก็จะเอาเงินส่วนนี้ไปไว้ในที่ที่อัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากสักหน่อย ส่วนสภาพคล่องก็ไม่ต้องดีมาก เพราะไม่ได้จะรีบใช้อยู่แล้ว ดังนั้น เงินส่วนนี้ พี่ทุยก็อาจจะเลือกเอาเงินไปไว้ที่พวกตราสารหนี้ กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือเงินฝากประจำระยะยาว อะไรแบบนี้เป็นต้น
เงินส่วนนี้เรียกว่าเงินลงทุน มีเป้าหมายเพื่อให้เงินเติบโตในระยะยาว ไม่ได้ต้องการถอนใช้ในเร็ว ๆ นี้ จึงสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แม้จะมีข้อจำกัดในการถอนบ้างก็ตาม
ตัวอย่างผลลัพธ์จากการ ออมเงิน ในที่ต่างกัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น พี่ทุยจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า ถ้าเราออมเงินเดือนละ 5,000 บาท ทำต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี โดยฝากในที่ต่างกัน จะได้ผลลัพธ์อย่างไร
กรณีที่ 1 ออมเงินในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา ดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี หลังจาก 10 ปี เราจะมีเงินประมาณ 601,000 บาท เงินต้นที่เราออมคือ 600,000 บาท ดอกเบี้ยที่ได้รับเพียง 1,000 บาท เท่านั้น
กรณีที่ 2 ออมเงินในบัญชี e-Savings ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี หลังจาก 10 ปี เราจะมีเงินประมาณ 647,000 บาท ดอกเบี้ยที่ได้รับประมาณ 47,000 บาท มากกว่ากรณีแรกถึง 46,000 บาท
กรณีที่ 3 ออมเงินและลงทุนในตราสารหนี้ ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี หลังจาก 10 ปี เราจะมีเงินประมาณ 735,000 บาท ผลตอบแทนที่ได้รับประมาณ 135,000 บาท มากกว่ากรณีแรกถึง 134,000 บาท
เห็นไหมครับว่าแค่เปลี่ยนที่ฝาก เปลี่ยนวิธีการออมเงิน แม้จะออมเงินจำนวนเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันมาก นี่คือความสำคัญของการเลือกที่ฝากเงินให้เหมาะสม
ยิ่งถ้าเราออมเงินนานกว่า 10 ปี เช่น 20 ปี หรือ 30 ปี ความแตกต่างจะยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีก เพราะผลของดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ
ความสำคัญของวินัยในการ ออมเงิน
นอกจากการเลือกที่ฝากที่เหมาะสมแล้ว สิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กันคือวินัยในการออมเงิน
ไม่ว่าเราจะเลือกฝากที่ไหน ให้ผลตอบแทนสูงแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่มีวินัยในการออมเงินอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่มีประโยชน์
วินัยในการออมเงินหมายถึง การตั้งใจที่จะแบ่งเงินมาออมทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าเดือนนั้นจะมีเหตุการณ์อะไรก็ตาม ต้องออมเงินให้ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
วิธีที่ดีที่สุดคือการตั้งค่าโอนเงินอัตโนมัติ พอเงินเดือนเข้า ให้ระบบโอนเงินไปยังบัญชีออมเงินหรือบัญชีลงทุนทันที ก่อนที่เราจะได้ใช้จ่ายอะไร เรียกว่าจ่ายตัวเองก่อน
ถ้าเราออมเงินแบบรอให้เหลือค่อยเก็บ สุดท้ายก็จะไม่มีเงินเหลือให้เก็บ เพราะเงินจะหมดไปกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นก่อน
เคล็ดลับการออมเงินให้ประสบความสำเร็จ
พี่ทุยมีเคล็ดลับการออมเงินที่จะช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จมากขึ้น
เคล็ดลับแรก เริ่มต้นให้เร็วที่สุด อย่ารอให้มีเงินเดือนสูง หรือรอให้มีเงินเหลือเยอะ เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปเลย แม้จะน้อย แต่ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งดี
เคล็ดลับที่สอง ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ออมเงินเพื่ออะไร เพื่อซื้อบ้าน เพื่อเกษียณ เพื่อเรียนต่อ มีเป้าหมายจะทำให้เรามีแรงจูงใจในการออมเงิน
เคล็ดลับที่สาม เพิ่มจำนวนเงินออมเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ถ้าได้ขึ้นเงินเดือน อย่าเอาไปใช้จ่ายหมด แต่เพิ่มจำนวนเงินออมด้วย เช่น เดิมออมเงิน 10% ของรายได้ พอรายได้เพิ่ม ก็เพิ่มเป็น 15% หรือ 20%
เคล็ดลับที่สี่ ทบทวนและปรับแผนเป็นระยะ ทุก ๆ 6 เดือนหรือ 1 ปี มานั่งดูว่าการออมเงินของเราเป็นอย่างไร ถึงเป้าหมายไหม ต้องปรับอะไรบ้าง
เคล็ดลับที่ห้า ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ยิ่งประหยัดได้มาก ก็ยิ่งมีเงินออมเงินมากขึ้น ตัดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยออก เหลือแต่สิ่งที่จำเป็นจริง ๆ
เริ่มออมเงินตั้งแต่วันนี้
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะลงทุนหรือไม่ หรือจะออมเงินได้น้อยแค่ไหนก็ตาม สำหรับพี่ทุยนะ แค่เรามีเงินออมอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องทุกเดือน แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพการเงินที่ดีแล้ว
การออมเงินไม่จำเป็นต้องเริ่มจากจำนวนมาก ๆ แค่เริ่มจากสิ่งที่เราทำได้ แล้วทำอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือเลือกที่ฝากเงินที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระยะเวลา
อย่าลืมนะครับว่า การออมเงินในบัญชีธรรมดาที่ดอกเบี้ย 0.25% กับการออมเงินในที่ที่ให้ผลตอบแทน 4% มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี 20 ปี ความแตกต่างจะยิ่งชัดเจน
ดังนั้น เริ่มออมเงินตั้งแต่วันนี้ เลือกที่ฝากที่เหมาะสม มีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอ และทบทวนปรับแผนเป็นระยะ แล้วเราก็จะมีเงินออมที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ มีความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
จำไว้นะครับ การออมเงินที่ดีไม่ใช่การออมเงินจำนวนมาก แต่คือการออมเงินอย่างต่อเนื่อง มีวินัย และเลือกที่ฝากที่เหมาะสม แค่นี้ก็ประสบความสำเร็จได้แล้ว
ติดตามพี่ทุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook
อ่านบทความอื่น ๆ
ออมเงิน ง่าย ๆ แค่แบ่งเงินไว้ 3 บัญชี จัดการเงินอย่างเป็นระบบ
