ทำไม กาแฟราคาแพงขึ้น? ราคาจะถูกลงได้มั้ย?

ทำไม กาแฟราคาแพงขึ้น? ราคาจะถูกลงได้มั้ย?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • กาแฟและโกโก้ ขาดตลาด ราคากาแฟขึ้นไปสูงถึง 270 ดอลลาร์ต่อปอนด์และโกโก้เคยขึ้นไปถึง 10,000 ดอลลาร์ต่อตัน
  • สาเหตุหลักมาจากภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ ศัตรูพืชและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
  • ส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงไทย ทั้งโกโก้และกาแฟอยู่ในชีวิตประจำของเรา เป็นทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และส่วนประกอบเครื่องสำอางบางประเภท
  • เทคโนโลยีทำให้เราสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้มากขึ้น และสามาถเพาะปลูกนอกพื้นที่ธรรมชาติได้มากขึ้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ที่คิดว่าเดี๋ยวนี้ กาแฟราคาแพงขึ้น ก็ไม่ใช่ว่าคิดไปเอง ร้านเครื่องดื่มหลายเจ้าก็ทยอยขึ้นราคาเป็นขบวน วันนี้พี่ทุยพาไปส่องต้นตอปัญหากัน

โดยในช่วงต้นปี 2024 ราคาของทั้งกาแฟและโกโก้ขึ้นสูง โกโก้มีมูลค่าเกิน 10,000 ดอลลาร์ต่อต้น กาแฟมีมูลค่าสูงถึง 270 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ซึ่งสาเหตุหลักก็คือ พื้นที่ในอเมริกาใต้และแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกาแฟและโกโก้หลักของโลก เจอผลกระทบทางธรรมชาติส่งผลให้ผลผลิตลดลง ทำให้มีความกังวลว่าในอนาคตผลิตภัณฑ์ทั้งสองนี้จะขาดตลาดหรือไม่สามารถมีปริมาณมากพอที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดโลก

สาเหตุของ กาแฟราคาแพงขึ้น 

  • ภาวะโลกร้อน

เนื่องจากกาแฟและโกโก้เป็นพืชที่มีข้อจำกัดในการปลูกเยอะมาก ทั้งอุณหภูมิที่พอเหมาะ ความชื้น ปริมาณฝน ดิน ความสูงจากน้ำทะเล และ แสงแดด ทำให้ผลกระทบจากโลกร้อน หรือภัยแล้งที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อพืชเหล่านี้เป็นอย่างมาก ทำให้ผลผลิตลดลง รวมถึงคุณภาพที่แย่ลงอีกด้วย

  • โรคและศัตรูพืช

ต่อมาผลกระทบที่อาจจะเรียกได้ว่าได้รับผลข้างเคียงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศก็คือโรคพืชและศัตรูพืช จากการเปลี่ยนแปลงทางอากาศทำให้แมลงและศัตรูพืชเพิ่มึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้พืชผลของทั้งโกโก้และกาแฟเกิดการได้รับผลกระทบและสูญเสียเสียหายเป็นอย่างมาก

  • ต้นทุนการผลิตที่สูงและความมั่นคงของเกษตรกร

เนื่องจากคนเก็บโกโก้และกาแฟนั้นเป็นอาชีพที่ได้รับค่าแรงต่ำมาก ทำให้เป็นการยากทีจะมีการลงทุนทำฟาร์มโกโก้หรือกาแฟที่ดี มีคุณภาพ ยั่งยืน มีเทคโนโลยี และ เทคนิคที่จะสามารถคงอุปทาน และคงผลิตผล ต่อสู้ต่อสภาพอากาศที่ปรับเปลี่ยนและแปรปรวน

อีกทั้งต้นทุนการผลิตต่างอย่าง ปุ๋ยหรือค่าจ้างก็มีการปรับขึ้น ด้วยปัญหาเหล่านี้และความสามารถที่จำกัด ของเกษตรกร จึงเป็นเรื่องยากที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดได้เพียงพอและสม่ำเสมอ

ผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์อื่น

นอกจากการขาดแคลนเมล็ดโกโก้และกาแฟโดยตรงแล้ว ยังกระทบอีกหลายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะโกโก้ เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของ ช็อตโกแลตและของหวาน ทำให้ไม่ว่าจะเป็นช็อคโกแลต ขนม หรือ เค้ก ที่มีโกโก้เป็นส่วนผสมจะได้รับผลกระทบด้านต้นทุน และส่งผลไปถึงราคาของผู้บริโภคอย่างเราๆอีกด้วย

และโกโก้หรือช็อคโกแลตก็เป็นหนึ่งในรสชาติสุดคลาสสิคที่มีในอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลายมาก แน่นอนว่าจะสร้างผลกระทบไปทั่วทั้งไอศกรีม โปรตีนบาร์ หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ ซึ่งนอกจากอาหารแล้ว สินค้าความงาม ก็ยังใช้ Cocoa Butter เป็นส่วนประกอบหลักในหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์อีกด้วย

กาแฟราคาแพงขึ้น ผลกระทบต่อไทย

ในไทยเองแม้จะเป็นประเทศที่พอจะสามารถปลูกโกโก้และกาแฟได้ แต่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น ปัญหาสภาพอากาศ บางพื้นที่เกิดภัยแล้ง บางพื้นที่ก็น้ำท่วม และด้วยปริมาณฝนที่ไม่สม่ำเสมอ ก็ส่งผลต่อโรคพืชเช่นกัน 

ยิ่งประกอบกับความต้องการบริโภคกาแฟในไทยสูงกว่าความสามารถในการผลิตได้ถึง 4-5 เท่า ก็ทำให้ราคาต้นทุนเมล็ดกาแฟสูงจากการต้องนำเข้าและเสียภาษีนำเข้า

พืชผลการเกษตรจะเป็นอย่างไรในอนาคต?

หากเราย้อนมองไปตั้งแต่ปี 1900 จะเห็นได้ว่าพื้นที่เพาะปลูกนั้นค่อย ๆ เติบโตเพียงเล็กน้อย โดยในช่วง 140 ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นมาเพียง 50% เท่านั้น ในขณะที่ภาคการผลิตนั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 เท่า ไปในทิศทางเดียวกับจำนวนประชากรที่โตขึ้นมา 5 เท่า 

ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้เราสามารถสร้างผลผลิตต่อพื้นที่ได้มากขึ้น มากพอที่จะตอบสนองจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นของโลก ทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์การเกษตรค่อย ๆ ลดลง เพราะสามารถผลิตมามากพอต่อจำนวนประชากร

ในด้านของกาแฟและโกโก้เอง ในระยะสั้นเมื่อได้ผลกระทบจากทั้ง โลกร้อนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ก็จะทำให้สินค้าทั้งสองมีราคาที่สูงขึ้น แต่เมื่อราคาสูง ก็มีโอกาสที่หลายภาคส่วนจะให้ความสนใจ และอาจเกิดการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อทะลายข้อจำกัดของการพืชเหล่านี้ ควบคุมสภาพแวดล้อมให้สามารถเพาะปลูกนอกเพื้นที่ธรรมชาติได้ อย่างที่เราเห็นได้จาก วานิลลา โกจิเบอร์รี่ หรือ ควินัว ที่เป็นพืชมูลค่าสูงและมีข้อจำกัดในการเพาะปลูกเยอะ

ในหลายบริษัทที่มีวัตถุดิบเป็นกาแฟหรือโกโก้ก็ตามเริ่มหันมาลงทุนเพื่อสร้างการผลิตอย่างยั่งยืนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าจ้างให้แกชาวเกษตร สร้างและผลักดันเทคโนโลยีและระดับเข้าไปดูแลการเพาะปลูกมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบในระยะยาวให้ได้อุปทานที่ยั่งยืน

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile