เพราะอะไร ราคาโกโก้ ทุบสถิติแพงที่สุด 10,000 ดอลลาร์/ตัน?

เพราะอะไร ราคาโกโก้ ทุบสถิติแพงที่สุด 10,000 ดอลลาร์/ตัน?

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ราคาโกโก้ในตลาดโลก ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 10,000 ดอลลาร์ต่อตัน เมื่อวันที่ 26 มี.ค.​ 2024 ก่อนจะปรับลดลงมาเล็กน้อยในวันถัดมา โดยราคานี้เพิ่มขึ้นมาเกิน 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับ 1 ปีก่อนหน้า และสูงกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยช่วง 5 ปีซึ่งอยู่ในระดับไม่เกิน 3,000 ดอลลาร์ต่อตัน 
  • สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาโกโก้ขึ้นแรง มาจากผลผลิตที่ลดลงในแอฟริกา จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโรคพืช และยังมีปัญหาซ้ำเติมจากการเข้าสู่วงจรที่จะผลิตได้น้อยลงอยู่แล้วในไอวอรี โคสต์ และกานา แหล่งผลิตสำคัญด้วย
  • ภูมิภาคแอฟริกามีผลผลิตเมล็ดโกโก้ออกมาเฉลี่ยปีละ 70% ของผลผลิตโลก ขณะที่ 10 อันดับประเทศที่ผลิตเมล็ดโกโก้มากที่สุดในโลก ได้แก่ ไอวอรี โคสต์, กานา, อินโดนีเซีย, เอกวาดอร์, แคเมอรูน, ไนจีเรีย, บราซิล, เปรู, โดมินิกัน และโคลัมเบีย
  • กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาโกโก้ที่แพงขึ้นมากคือ ผู้ผลิตช็อคโกแลต ผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโกโก้ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า และผู้บริโภค

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ปลายเดือน มี.ค. 2024 นอกจากเราจะได้เห็นราคาทองคำแรงทะลุมิติ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างไม่หยุดยั้งแล้ว ก็มีราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ที่ราคาขยับขึ้นแรงเช่นกัน ซึ่งในจำนวนนี้ก็รวมถึง ราคาโกโก้ วัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตช็อคโกแลตของโปรดใครหลายคนด้วย เอาแล้วสิ! แล้วอย่างนี้ช็อคโกแลตจะแพงขึ้นมั้ย และทำไมราคาโกโก้ขึ้นแรงล่ะ วันนี้พี่ทุยจะ มาเล่าให้ฟัง 

ภาพรวมตลาดโกโก้

โกโก้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตช็อกโกแลต IT Market Research Industry มีการเปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับตลาดโกโก้และช็อคโกแลต เอาไว้ว่า ตลาดโกโก้และช็อคโกแลตโลก ในปี 2021 มีมูลค่าประมาณ 43,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะขยายตัว 4.47% ต่อปีในช่วง 10 ปีต่อจากนั้น ทำให้มูลค่าไปอยู่ที่ 55,900 ล้านดอลลาร์​ในปี 2032

กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญที่มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของตลาดโกโก้และช็อคโกแลต ได้แก่ ร้านขายขนมลูกกวาด อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา และอื่น ๆ  

สำหรับกลุ่มผู้บริโภคหลักของตลาดโกโก้และช็อคโกแลตบนโลก มีดังนี้ 

  1. อเมริกาเหนือ (สหรัฐฯ,​ แคนาดา และเม็กซิโก)
  2. ยุโรป (เยอรมนี, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, อิตาลี, รัสเซีย และตุรกี เป็นต้น)
  3. เอเชียแปซิฟิก (จีน,​ ญี่ปุ่น, เกาหลี, อินเดีย, ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, ไทย, ฟิลิปปินส์​, มาเลเซีย และเวียดนาม)
  4. อเมริกาใต้ (บราซิล, อาร์เจนตินา และโคลัมเบีย เป็นต้น)
  5. ตะวันออกกลางและแอฟริกา (ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อียิปต์, ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้)

สรุปสถานการณ์ ราคาโกโก้ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

สำหรับราคาโกโก้ ได้ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดมากกว่า 10,000 ดอลลาร์ต่อตัน เมื่อวันอังคารที่ 26 มี.ค. 2024 ก่อนจะย่อตัวลงมาบ้างหลังจากนั้น 

โดย จากข้อมูลในเว็บไซต์ tradingeconomics.com ระบุว่า ณ วันที่ 28 มี.ค.​2024 ราคาโกโก้ อยู่ที่ 9,766 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 51.04% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. 2024 และเพิ่มขึ้นมากถึง 239.10% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. 2023

เรียกง่าย ๆ ก็คือ ราคาพุ่งมาเกิน 2 เท่าตัวเลยทีเดียวในเวลาแค่ 1 ปี ขณะที่ ค่าเฉลี่ยในอดีตย้อนหลังไป 5 ปี ราคาโกโก้ จะอยู่ในระดับ ไม่เกิน 3,000 ดอลลาร์ต่อตันเท่านั้น

กราฟ ราคาโกโก้ ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ICE Futures US

กราฟ ราคาโกโก้ ปัจจุบันเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยในอดีต 5 ปีที่ผ่านมา

เห็นราคาขึ้นขนาดนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า โกโก้จะขึ้นอะไรกันแรงขนาดนี้ มีเหตุผลอะไร ซึ่งจากการติดตามข่าว พี่ทุยพบว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาโกโก้พุ่งแรงเกินต้าน มาจากปัญหาผลผลิตขาดแคลนเป็นหลักเลย 

นอกจากนี้ การขาดแคลนที่เกิดขึ้น ทำให้ ICE Futures Europe ตลาดซื้อขายล่วงหน้าในลอนดอน ซึ่งเป็นตลาดแลกเปลี่ยนสำคัญสำหรับโกโก้ มีการลดปริมาณสัญญาส่งมอบโกโก้ในตลาดลง จากในเดือน พ.ค. 2024 อยู่ที่ 75,000 ตัน ก็ลดลงเหลือ 50,000 ตัน ในเดือน ก.ค. 2024 และลดลงอีกเรื่อย ๆ จนเหลือ 25,000 ตัน ในเดือน ธ.ค.​ 2024

สำหรับ ผลผลิตเมล็ดโกโก้ส่วนใหญ่จะมาจากทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ซึ่งถือเป็นแหล่งเพาะปลูกใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีปัญหาการขาดแคลนเมล็ดโกโก้อย่างต่อเนื่อง เพราะว่า ประเทศในแถบนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตเมล็ดโกโก้ได้น้อยลง ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และโรคพืช  

ขณะที่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดโกโก้ ก็ยิ่งกังวลหนักเข้าไปอีก เกรงว่าปัญหานี้มีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ วิกฤตการขาดแคลนโกโก้ที่ยาวนาน เพราะว่าประเทศสำคัญที่เพาะปลูกอย่าง ไอวอรี โคสต์ และกานา ก็กำลังเข้าสู่วงจรการผลิตที่จะต้องผลิตเมล็ดโกโก้ได้น้อยลงอยู่แล้วด้วย

ถ้าใครยังเห็นภาพไม่ชัดว่า แค่ไอวอรี โคสต์ กับกานา มีปัญหาเข้าสู่วงจรการผลิตที่ลดลง มันกระทบอะไรขนาดนั้น พี่ทุยขอหยิบข้อมูล 10 อันดับประเทศที่ผลิตเมล็ดโกโก้มากที่สุดในโลกมาให้ดูกันดีกว่า

10 อันดับประเทศที่ผลิตเมล็ดโกโก้มากที่สุดในโลก

ข้อมูลผลผลิตเมล็ดโกโก้รวมแบ่งสัดส่วนตามภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก

พี่ทุยต้องบอกก่อนว่า​ตัวเลข ​10 อันดับประเทศที่ผลิตเมล็ดโกโก้มากที่สุดในโลก กับสถิติผลผลิตเมล็ดโกโก้ที่นำมาแสดงนี้ อาจจะแตกต่างกันได้ เนื่องจากตัวเลขอาจจะมาจากแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกัน ขณะที่ระยะเวลาในการจัดเก็บหรือได้รับข้อมูลมาก็อาจจะไม่ตรงกัน และที่สำคัญคือ ข้อมูลผลผลิตเมล็ดโกโก้รวมทั้งโลก ของปี 2022/2023 และปี 2023/2024 ยังเป็นตัวเลขที่คาดการณ์ และประเมินเอาเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขจริง

เอาเป็นว่า พี่ทุยหยิบตัวเลขทั้ง 2 รูปแบบมา เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพชัดเจนว่า ใครผลิตเยอะ และถ้าดูแบบภูมิภาคแล้ว ผลผลิตอยู่ในส่วนไหนของโลกมาก ๆ ก็แล้วกัน

ราคาโกโก้ สูงปรี๊ด ใครลำบาก

คราวนี้มาดูกันดีกว่าว่า ผลผลิตเมล็ดโกโก้ก็ขาดแคลน ราคาโกโก้ก็พุ่งปรี๊ด ใครกันบ้างที่ได้รับผลกระทบนี้ 

1. ผู้ผลิตช็อคโกแลต

กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะว่าต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้นมาก จากการที่ต้องซื้อเมล็ดโกโก้มาใช้ผลิตในราคาที่เพิ่มขึ้นแรงขนาดนี้ และหากไม่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงจากผลผลิตโกโก้ที่ขาดแคลนและราคาที่สูงขึ้นให้ดี ก็อาจจะกระทบการผลิต การจำหน่ายได้ ซึ่งผลของความกังวลที่มีต่อกลุ่มผู้ผลิตช็อคโกแลตเกิดขึ้นแล้ว โดยบริษัทหลักทรัพย์ระดับโลก มองว่าหุ้นกลุ่มบริษัทที่ผลิตช็อกโกแลตมีความน่าสนใจลงทุนลดลง จากต้นทุนที่สูงขึ้น 

2. ผู้ซื้อขายสัญญาส่งมอบโกโก้ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า

ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นขนาดนี้ ทำให้ผู้ซื้อขายสัญญาส่งมอบโกโก้ ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเอาไว้บางส่วนต้องขาดทุนอย่างหนัก โดยกลุ่มที่เปิดสถานะขายในอนาคตเอาไว้ เพื่อใช้ป้องกันความเสี่ยงที่จะต้องถือครองสินค้าจริง ต้องมีเงินจำนวนมากขึ้นเพื่อไปวางหลักประกันการชำระ เพื่อให้เพียงพอกับราคาสัญญาส่งมอบในอนาคตที่สูงขึ้น ​ส่วนใครที่ไม่สามารถเตรียมเงินไปเพิ่มหลักประกันได้ ก็จะถูกบังคับให้ซื้อสัญญาคืนเอง กลายเป็นวงจรที่ยิ่งทำให้ราคาสูงขึ้นไปอีก

3. ผู้บริโภค

เมื่อผู้ผลิตมีต้นทุนสูงขึ้น หนทางหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน คือการผลักภาระต้นทุนต่อมายังผู้บริโภค โดยอาจจะเกิดขึ้นใน 2 รูปแบบ คือ แบบแรก ผู้บริโภคต้องซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโกโก้และช็อคโกแลตรับประทานในราคาที่แพงขึ้น แบบถัดมาคือ ผู้บริโภคได้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโกโก้และช็อคโกแลต ที่มีปริมาณโกโก้ผสมน้อยลง จากการที่ผู้ผลิตปรับสูตรลดส่วนผสมส่วนนี้ ตามต้นทุนที่แพง กลายเป็นภาวะเงินเฟ้อในช็อคโกแลตนั่นเอง 

เห็นแบบนี้แล้ว ใครที่เป็นสาวกช็อคโกแลต คงต้องเตรียมเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นแล้วล่ะ

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile